เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 340

โรงพักแรม ยามที่ราชทูตหนานเจียงตื่นขึ้นมายามเที่ยงวัน ก็พบว่าหร่วนฝูอวี้หายตัวไปแล้ว

ระหว่างการเดินทางนั้น หร่วนฝูอวี้มักจะหายออกจากกลุ่มคณะไป นั่นจึงทำให้ราชทูตคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

พวกเขาจึงคิดว่าหร่วนฝูอวี้ไปหาซูฮ่วนผู้นั้นอีกแล้ว

ยามที่เขาถูกม้าลากไปเมื่อนั้น ร่างกายยังเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำมากมาย ทั้งยังบวมปวดออกมาอีกด้วย จึงไม่คิดจะละความพยายามในการตามหาตัวหร่วนฝูอวี้

ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น หากแต่ราชทูตคนอื่น ๆ ก็นอนอยู่บนเตียง พลางร้องให้คร่ำครวญกับอาการบาดเจ็บของตนเองเช่นกัน

ราชทูตจากแคว้นซีหนี่ว์ยังคงดื้อรั้น ถึงแม้ว่าอาการบาดเจ็บของนางจะยังมิอาจลงจากเตียงมาได้ แต่นางก็ยังเอ่ยออกมาว่า

“พวกเราแคว้นซีหนี่ว์จักมิยอมให้มีการผูกขาดเหมืองหินเซวียนอิงอย่างแน่นอน!

“ทุกท่าน! ตราบใดที่พวกเราร่วมมือกัน พวกเราย่อมสามารถทำให้แคว้นหนานฉียอมจำนนต่อพวกเราได้อย่างแน่นอน!

“เรื่องนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากแคว้นหนานฉีสามารถทำตามใจตนเองได้เมื่อใด รัฐเหลียงของเราในวันนี้ย่อมเป็นของพวกเราในวันพรุ่งนี้!”

ห้องของราชทูตแดนเหนือที่อยู่ข้าง ๆ กันนั้น เดิมทีทั่วร่างก็เจ็บปวดรวดร้าวจนต้องนอนพักรักษาตัวนั้น ในยามนี้ยังต้องมาถูกเสียงดังของพวกเขารบกวนอีก ภายในใจจึงรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง

จวนองครักษ์อารักขาประตู

เฉียวม่อมองไปยังของขวัญอันล้ำค่ามากมายที่ถูกส่งมาจากแคว้นซีหนี่ว์ หากจะบอกว่านางมิชอบก็คงจะเป็นการโกหก

หากแต่ฝ่าบาทในยามนี้กำลังโมโหเหล่าราชทูตพวกนั้น ของขวัญพวกนี้นางจึงมิอาจรับเอาไว้ได้

หลายวันนี้ เฉียวม่อนึกอารมณ์เสียเป็นอย่างยิ่ง

อย่างแรก นักฆ่าที่นางส่งไปสังหารจางฉี่หยางนั้น ตายแล้ว

อย่างที่สอง ข้ารับใช้สองสามคนของนางนั้น จู่ ๆ ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ

เรื่องราวเหล่านี้ต้องเกี่ยวข้องกับศิษย์พี่ของนางอย่างแน่นอน

ยามที่เฉียวม่อเข้าวังเพื่อไปรายงานตนนั้น เมื่อนางคิดจะไปกราบเข้าเฝ้าฮองเฮาที่ตำหนักหย่งเหอเพื่อเอ่ยถามว่าศิษย์พี่เอาคนของนางไปซ่อนไว้ที่ใด กลับถูกกันตัวเอาไว้อยู่ด้านนอกตำหนัก

เมื่อเฉียวม่อมิอาจควบคุมใจของตนเองได้นั้น นางก็เริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายออกมา

มิใช่ว่าตกลงกันแล้วว่าพวกเราจะไม่ห้ำหั่นกันงั้นหรือ ในเมื่อเป็นศิษย์พี่ที่ผิดสัญญาก่อน มาแตะต้องคนของนางเช่นนี้ ก็อย่ามาโทษนางแล้วกัน!

……

ตำหนักฉือหนิง

หนิงเฟยที่คอยรับใช้ไทเฮาอยู่นั้น พลางเอ่ยถามขึ้นมาว่า

“เสด็จป้าเพคะ ฝ่าบาทมีราชโองการเรียกตัวฮองเฮาไปที่ตำหนักจื้อเฉินเมื่อคืนนี้ ท่านรู้เรื่องนี้หรือไม่เจ้าคะ?

“ตำหนักจื้อเฉินนั้น ตั้งแต่ข้าแต่งเข้ามาหลายปี หาได้เคยมีโอกาสไปเยือนไม่”

ไทเฮาที่มีพระพักตร์เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา หากแต่น้ำเสียงเฉียบคมกล่าวออกมาว่า

“เรารู้ดี ฮองเฮารั้งอยู่ในนั้นเพียงแค่สองเค่อเท่านั้น หาได้มีการร่วมบรรทมไม่

“แม้ว่าฮองเฮาจักได้ร่วมบรรทมก็จริง เจ้าในยามนี้ก็มิอาจต่อกรกับนางได้อยู่ดี จิ้งเฟยในยามนี้ก็กำลังเอนตัวเข้าหาไทฮองไทเฮา นำหน้าคนที่แต่งเข้าวังมาก่อนไปแล้ว ทั้งยังมีอำนาจในการจัดการวังหลังตำหนักทั้งหกอีก ฝ่าบาทเริ่มให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”

ทันทีที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมานั้น ภายในใจหนิงเฟยจึงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“หญิงชราเช่นไทฮองไทเฮานั้น มิใช่ว่าพระนางควรอุทิศตนหันหน้าเข้าหาธรรมมะหรือ?

“ในยามนี้กลับเอาแต่ฝังตัวอยู่ในวังหลวง คงมิใช่ว่ามีใจอยากจะผลักดันจิ้งเฟยขึ้นบัลลังก์กระมัง!”

หากว่ากันตามคุณสมบัติที่พึงมีนั้น จิ้งเฟยจักไปสู้นางได้อย่างไรกัน!

ในยามนี้ จิ้งเฟยที่แต่งเข้ามาทีหลังแต่กลับนำหน้านางขึ้นไป ทั้งยังได้รับอำนาจจัดการวังหลังตำหนักทั้งหกอีก ทำเอานางตกเป็นหัวข้อขบขันของผู้คนทั่วทั้งวังหลังไปหมดแล้ว!

ไทเฮาเองก็หวาดระแวงในตัวไทฮองไทเฮาเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงก่อนหน้านั้น ไทฮองไทเฮามีอำนาจในการจัดการวังหลังตำหนักทั้งหก นับว่าเป็นเรื่องเหลวไหลยิ่งนัก!

ทว่า ที่นี่คือวังหลวง หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง

บทที่  340 1

บทที่  340 2

บทที่  340 3

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย