เฟิ่งจิ่วเหยียนต้องการป้ายทองไว้ชีวิตสำหรับป้องกันยามที่ความจริงเปิดเผย แล้วฮ่องเต้ต้องการที่จะลงโทษอาจารย์ขึ้นมา
นางเองก็รู้ดีว่าหากคิดอยากได้ป้ายทองไว้ชีวิต จะต้องสร้างคุณูปการใหญ่หลวง
“ท่านไม่จำเป็นต้องให้ยามนี้ หากวันหน้ามีเรื่องที่ท่านแก้ไขไม่ได้ สามารถไปที่ร้านรับจำนำผิงอันหาข้า ซูฮ่วนได้”
เมื่อพูดจบนางก็วางเงินก้อนหนึ่งลงบนโต๊ะ หยิบกระบี่ยาวที่อยู่ข้างเก้าอี้แล้วเดินจากไป
เฉินจี๋ที่อยู่นอกประตูจึงได้พบนาง
เขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่า รากษสพันเงา ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพมีหน้าตาอย่างไร
ทว่าคนผู้นี้สวมหน้ากาก จึงมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
จากนั้นฝ่าบาทก็เดินออกมาเช่นกัน
เฉินจี๋ก้าวมาด้านหน้าก้าวหนึ่ง รอรับคำสั่ง
เซียวอวี้มองไปข้างหน้าแล้วกล่าวนิ่ง ๆ ว่า
“ซื้อตัวลูกหลานตระกูลดีที่ถูกบีบให้มาทำงานขายศิลปะความสามารถที่นี่ ส่งพวกนางกลับบ้านเกิด”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เฉินจี๋คำนับรับพระบัญชา
......
หลังจากเจรจาเรื่องหินเซวียนอิงกันอย่างเหมาะสมแล้ว หน่วยงานราชการก็เริ่มทำการขุดเหมือง
ก่อนที่จางฉี่หยางจะเริ่มเข้าร่วมกองทัพอย่างเป็นทางการ ทุกคืนเฟิ่งจิ่วเหยียนก็จะออกจากวังไปชี้แนะการฝึกยุทธ์และสอนยุทธวิธีให้เขา
เขามีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก สอนเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ
ช่วงเวลานี้เอง วันธรรมดา ๆ ในฤดูใบไม้ผลิที่สดใส บิดาของสนมเจียงก็เข้ามาในวัง
สองพ่อลูกไม่ได้พบกันนานจึงกอดคอกันร้องไห้
“ท่านพ่อ แขนของท่าน...” สนมเจียงมองแขนเสื้อข้างหนึ่งของบิดาที่ดูว่างเปล่าก็รู้สึกโศกเศร้าขึ้นมา
นายท่านเจียงกลับมีสีหน้าภาคภูมิใจ
“แขนข้างหนึ่งแลกกับชัยชนะศึกครั้งหนึ่ง คุ้มค่าแล้ว!”
นางสนมเจียงหันไปด้านหลัง ปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
รอจนกระทั่งอารมณ์ของนางค่อย ๆ กลับมาสงบอีกครั้ง นางก็ถามด้วยความจริงจังเป็นอย่างมากว่า
“ท่านพ่อ ทุกคนต่างบอกว่าชายแดนทางเหนือสงบแล้ว ท่านย้ายกลับมาเมืองหลวงดีหรือไม่? ข้า...ข้าไม่อยากตกอยู่ในความวิตกกังวลอีกต่อไปแล้ว”
นายท่านเจียงได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ ในคอก็ตีบตัน
จากนั้นไม่นานเขาตอบนางอย่างเอาจริงเอาจังว่า
“ชายแดนเหนือดูแล้วเหมือนสงบ ที่จริงแล้วกลับมีอันตรายรอบด้าน
“พ่อยังอยากอยู่ที่นั่นต่อ...”
ความน้อยอกน้อยใจในหลายปีมานี้ของนางสนมเจียงระเบิดออกมาทันที
“เพราะเหตุใดกัน! หรือท่านอยากจะเห็นข้าหวาดกลัววิตกกังวลตั้งแต่เช้าจรดเย็นหรือไรกัน?
“ข้าอยู่ในเมืองหลวงอย่างไร้ญาติขาดมิตร...หากคนอื่นเกิดเรื่องขึ้นยังมีคนทางบ้านให้พึ่งพา ข้าเล่า?
“ชายแดนเหนือขาดท่านไปคนนึงจะถึงกับตกอยู่ในความวุ่นวายหรือไร?
“แม้แต่แม่ทัพน้อยเมิ่งนั่นยังมาเมืองหลวงแล้ว ไม่เห็นว่าชายแดนเหนือจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดท่านถึงยังอยากรักษาการณ์อยู่ที่นั่น...เวลาหลายสิบปีมานี้ ท่านล้วนมอบให้กับชายแดนเหนือ วันเวลาที่เหลืออยู่จะมอบให้ข้าไม่ได้เลยหรือ!”
นางสนมเจียงพูดโน้มน้าวสุดชีวิต ทว่าสุดท้ายแล้วกลับมีเพียงเสียงถอนหายใจของนายท่านเจียง
และประโยคนั้นของเขา “เจ้าไม่เข้าใจ”
......
ณ ตำหนักเย็น
ในยามราตรี
นางสนมเจียงมาระบายความในใจกับเฟิ่งจิ่วเหยียน เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวร้องไห้ต่อเนื่องกันเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม
เดิมตำหนักเย็นแห่งนี้ก็มีพลังหยินมากอยู่แล้ว เหลียนซวงที่ปรนนิบัติอยู่ด้านข้างฟังเสียงร้องไห้จนหวาดกลัวไปหมด


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...