ตู๋กูโม่เป่ามีสีหน้าเคร่งขรึมและหลับตาลงเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่นี้
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ตามหลักแล้วของสิ่งนั้นไม่น่าส่งเสียงดังออกมาในเวลานี้…อาจเป็นเพราะภัยบุหลันในครั้งนี้ยาวนานเกินไป จนกระทั่งผลกระทบบางส่วนยังคงหลงเหลืออยู่…”
“แต่ก่อนหน้านี้พวกเราได้กำจัดพลังเหล่านั้นไปหมดแล้ว เหตุใดยังเป็นเช่นนี้ได้”
ผู้อาวุโสห้าเต็มไปด้วยความสับสน
ตู๋กูโม่เป่าเงียบเสียงลง
หลานเซียวที่ไม่พูดอะไรอยู่นานกลับหัวเราะขึ้นในทันที
“เวลาหมื่นปีที่ผ่านมาต่อให้ผนึกจะแข็งแกร่งแค่ไหน ผนึกทั้งหมดจะคลายลง ยิ่งไปกว่านั้นทางด้านสำนักหลิงเซียวน่าจะ…”
ยังไม่ทันพูดจบ แต่ทั้งสองคนต่างรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
เขาเลิกคิ้วขึ้นและกลับไปนอนอีกครั้ง
“อย่างไรก็ตามวันข้างหน้าคงจะไม่สงบสุขใช่หรือไม่…
ในสถานการณ์คับขันที่มืดมิดและคับแคบ ได้เข้าสู่ความเงียบสงัดที่ยาวนาน
อากาศเหมือนจะจับตัวกันจนเป็นน้ำแข็งและเย็นเยือก
ผ่านไปพักหนึ่งผู้อาวุโสห้าจึงเอ่ยขึ้น
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยังดีที่เมื่อครู่พี่เป่าลงมือได้ทันเวลาพอดี จึงไม่ถูกนางหนูเยว่เออร์สังเกตุเห็นอันใดเข้า…”
ชั่วครู่ก่อนที่หรงซิวจะลงมือ พี่เป่าตัดหน้าไปก่อนก้าวหนึ่ง
ตู๋กูโม่เป่ากลับส่ายหัว
“นางเป็นคนฉลาดหลักแหลม และไม่ได้ไร้ความรู้สึก โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ทั้งกระทันหันและแปลกประหลาดเกินไป นางต้องเกิดความสงสัยขึ้นอย่างแน่นอน”
“นางคงรู้ในไม่ช้าก็เร็ว และเจ้าคิดจะปิดปังนางไปตลอดซีวิตได้อย่างนั้นหรือ”
ตู๋กูโม่เป่าเงียบไปครู่หนึ่ง
“อย่างน้อยที่สุดก็ต้องรอให้นางทะลวงขั้นเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน”
…
หนึ่งวันผ่านไป
หลังจากฉู่หลิวเยว่ใส่สมุนไพรส่วนสุดท้ายลงไปในหม้อต้มโอสถสวรรค์ สายตาทั้งคู่จ้องมองไม่วางตา เพื่อควบคุมความร้อนของเปลวไฟอย่างระมัดระวัง
เมื่อรอประสิทธิภาพของยาทั้งหมดเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน นางตั้งจิตและพูดขึ้นว่า
“สกัด!”
ไฟแห่งกรรมที่สว่างสุกใสล้อมรอบตรงกลาง ยาอายุวัฒนะขนาดเท่ากำปั้นผสานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว!
หลังจาฉู่หลิวเยว่กระตุ้นพลังปราณในร่างกายอย่างรวดเร็ว และควบคุมเปลวไฟสีทองแดงที่บริเวณรอบนอกให้ลุกโซนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยาอายุวัฒนะหลอมรวมจนสมบูรณ์!
เมื่อเปลวไฟสีทองแดงกระจายขึ้นไป ด้านบนของยาอายุวัฒนะปรากฏลวดลายอักขระเส้นแรกขึ้น!
แม้ฉู่หลิวเยว่จะรู้สึกมีความสุข แต่ก็ยังไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เพราะก่อนหน้านี้มีครั้งหนึ่งที่ลวดลายอักขระเริ่มปรากฏบนยาอายุวัฒนะ แต่สุดท้ายก็ยังล้มเหลว
นางไม่กล้าวางใจหรือผ่อนคลายลงได้จนกว่าจะถึงลำดับสุดท้าย
ขณะที่เปลวไฟสองชั้นลุกโชน ยาอายุวัฒนะค่อยๆ ลดขนาดลง
หลังจากนั้นไม่นานลวดลายอักขระที่สองก็ปรากฏขึ้นเรื่อยๆ!
พลังในร่างของฉู่หลิวเยว่ได้ใช้ไปจนหมดอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้นางอดไม่ได้ที่จะรู้สีกดีใจขึ้นอีกครั้งที่นางมีพลังสะสมไว้ในร่างกายเพียงพอ
ไม่เช่นนั้นหากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงเป็นเรื่องยากที่จะประคับประคองจนถึงที่สุดได้อย่างแน่นอน
บางที…ครั้งนี้อาจจะสำเร็จจริงๆ อย่างนั้นหรือ!
…
ในขณะที่ฉู่หลิวเยว่มุ่นมั่นไปที่การหลอมยาสะกดวิญญาณ ถวนจื่อกับจื่อเฉิน
ตู้ม!
ลูกบอลไฟสีทองแดงพุ่งออกไปและมุ่งตรงไปที่ด้านหน้าของจื่อเฉิน!
ปัง!
ลูกบอลไฟนั่นพุ่งไปอย่างบ้าคลั่งและโจมตีลงบนเนินทรายโดยตรง!
ชั่วครู่ทะเลทรายก็กระจายไปทั่ว!
ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงโหยหวนดังขึ้นในทันที
ร่างหิมะขาว กระโดดขึ้นมาจากด้านหลังเนินทราย
“เจ้าดูสิ! เมื่อครู่เป็นเพราะเจ้าที่หลบเร็วเกินไป จนทำให้เสวี่ยเสวี่ยโดนลูกหลง! หากเจ้าไม่หลบ มันจะกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”
จื่อเฉินเลิกคิ้วขึ้น
“ในเมื่อเป็นการต่อสู้ ข้าหลบออกไปถือว่าเรื่องปกติอย่างมาก”
หากจะโทษก็ต้องโทษถวนจื่อที่ลงมือเร็วเกินไปหรือโทษเสวี่ยเสวี่ยที่ตอบสนองช้าเกินไปนั่นแหละ
ถวนจื่อตะโกนขึ้น
“เจ้ายังจะพูดอีกรึ! พวกเราสู้กันมานานขนาดนี้ และข้าก็เป็นฝ่ายลงมือตลอด ส่วนเจ้าก็เอาแต่หลบเลี่ยงตลอด และไม่เคยคิดจะสู้กลับเลย! การต่อสู้ครั้งนี้น่าเบื่อนัก!”
เสวี่ยเสวี่ยอุทานขึ้น
เจ้าไม่ได้กำลังปรึกษาข้าเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายหรอกหรือ เหตุใดจึงพูดถึงการทะเลาะกันของพวกเจ้าอีก
แม้ว่าพวกเจ้าทั้งสองคนจะมีเลือดของอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาล จึงไม่สามารถปฏิบัติเช่นนี้อสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาล อื่นๆ ได้!
จื่อเฉินพูดเสียงเรียบเฉยขึ้น
“เจ้าไม่ได้พยายามเต็มที่ แน่นอนว่าข้าย่อมมิอาจลงมือได้”
ความหมายก็คือ ถวนจื่อมีแต่ทุ่มสุดตัวเท่านั้นถึงจะสามารถต่อสู้กับเขาได้อย่างเต็มที่
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ถวนจื่อก็สูดอากาสเย็นๆ เข้าไปในทันที
“จะ…จะ เจ้า! รอข้าก่อน ข้าจะทำให้เจ้าเห็นพลังของพี่หญิงใหญ่ของเจ้า!”
ฟ่อ ฟ่อ!
เปลวไฟสีแดงทองสองดวงพุ่งออกมาจากดวงตาของนาง!
ลมปราณที่แปลกประหลาดระเบิดออกมาจากร่างของนาง!
จื่อเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ขาทั้งสองยืนอย่างมั่นคงพลางไขว้มือข้างหนึ่งไว้ข้างหลัง มืออีกข้างยกขึ้นเล็กน้อย เพื่อผลานพลังอย่างต่อเนื่อง
เสวี่ยเสวี่ย? นี่จะสู้กันอีกแล้ว? มันล่ะ!
“เสวี่ยเสวี่ย รอข้าจับตัวได้ก่อน ข้าให้เขาขอโทษเจ้า!
ขณะที่ถวนจื่อพูดนั้นทั้งสองมือประสานกัน เปลวไฟรวมตัวขึ้นรอบตัวอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็ผสานกันจนกลายเป็นขนนกสีทองแดง
“ไป!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...