………………..
ฉู่หลิวเยว่เดินออกไปพลางครุ่นคิด
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้นั้นปรากฏขึ้นในสมองของนางอย่างต่อเนื่อง จนทำให้นางรู้สึกมึนงงสับสน
ภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีคนมากมายตั้งขนาดนั้น เหตุใดจึงมีเพียงหนานจิ่นซูและจวินจิ่วชิงที่สามารถเข้าไปในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ได้โดยตรง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพรสวรรค์ ความแข็งแกร่ง คุณสมบัติ และเรื่องอื่นๆ ใช่ว่าจะไม่มีคนอื่นแข็งแกร่งกว่าพวกเขา
แต่จิ้นอวิ๋นไหล่กลับคัดเลือกเพียงพวกเขาสองคนนี้เท่านั้น…
ทันใดนั้น หัวใจของนางก็สั่นไหว
หรงซิวเคยพูดเอาไว้ว่า ตำแหน่งของตระกูลหนานและตระกูลอี้อยู่สูงกว่าตระกูลอันดับหนึ่งภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่
นั่นเป็นเพราะทั้งสองตระกูลเคยติดตามบุคคลผู้หนึ่งมา
และบุคคลผู้นั้นมีความเกี่ยวข้องกับสงครามของเหล่าเทพที่สุสานสังหารเทพเมื่อหลายหมื่นปีก่อนหน้านี้ด้วย
ก่อนหน้านี้นางไม่ได้ใส่ใจเรื่องเหล่านี้มากนัก แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ตัวตนของบุคคลคนนั้นน่าจะมีความสำคัญมากเลยทีเดียว
หรือว่าคนผู้นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์?
ไม่อย่างนั้นแล้วละก็ จิ้นอวิ๋นไหล่ไม่มีทางปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยท่าทางเช่นนี้เด็ดขาด
ฟิ้ว…
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งแหวกอากาศออกมา!
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นไปมองทันที จากนั้นก็เห็นลำแสงแวววับพุ่งตัวออกมาจากพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ และมุ่งหน้ามาทางนี้!
รูม่านตาของนางหดเล็กลง หัวใจเต้นกระหน่ำขึ้นอย่างรวดเร็ว!
เพราะลำแสงที่ส่องประกาย…เหมือนกับลำแสงบนโล่ผสานนภาไม่มีผิด!
นางสามารถคาดเดาอันใดบางอย่างได้แทบจะในทันที
ลำแสงนั้นจะต้องมาจากจัตุรัสหยกดำภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แน่นอน
ในขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวนั้นก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมากที่อยู่ภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์
คนจำนวนไม่น้อยมองตามไปยังทิศทางที่ลำแสงเหล่านั้นวิ่งผ่าน
“จะมีสมบัติศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นบนโลกอีกแล้วหรือ?”
“ไม่รู้ว่าครั้งนี้ใครเป็นคนหลอม…”
“ยังจะเป็นใครได้เล่า? ปรมาจารย์หลอมอาวุธระดับสูงที่อยู่ภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ดูจากทิศทางนั้นแล้ว น่าจะเป็น…ข่งชิงหลินเสียแปดส่วน เขาทะลวงด่านช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์มาได้หลายปีแล้ว ตอนนี้ถึงคราวที่จะเลื่อนขึ้นไปอีกขั้นละมั้ง”
“ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็ยังเป็นตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น แต่มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว…หากคิดจะหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง!”
…
ความคิดเห็นทุกประเภทดังเข้าสู่ภายในโสตประสาทของฉู่หลิวเยว่ ทำให้นางขมวดคิ้วขึ้นมา
สิ่งที่พวกเขาพูดหมายความว่าอย่างใด?
ก่อนหน้านี้จะหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ง่ายมาก แต่ตอนนี้ยากมากใช่หรือไม่?
สิ่งที่กล่าวถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ความจริงแล้วน่าจะหมายถึงจัตุรัสหยกดำแห่งนั้นมากกว่า
เพราะว่ามันคือตัวกำหนดว่าจะสามารถหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จหรือไม่!
หรือบางที…การเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโล่ผสานนภาด้วย
ภายใต้การคาดเดาของนาง เมื่อนางเดินตามทิศทางของลำแสงนั้น ในที่สุดนางก็มาถึงเรือนแห่งหนึ่ง
ภายในเรือนนั้น มีสิ่งของที่ใช้หลอมอาวุธวางกองระเกะระกะเต็มไปหมด
แต่ตอนที่ฉู่หลิวเยว่มองไปอย่างละเอียด นางถึงได้พบว่าสถานที่แห่งนี้มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อซ่อนอยู่หลายชิ้นเลยทีเดียว
สำหรับคนภายนอกอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อล้ำค่าเป็นอย่างมาก แต่สำหรับคนที่นี่มันเป็นเหมือนกับขยะชิ้นหนึ่ง ที่เขาโยนทิ้งและสุมกองรวมกับวัตถุชนิดอื่นๆ
นางแค่เหลือบสายตาไปมอง นางก็เห็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งราชากองกระจัดกระจายอยู่
นางกลั้นลมหายใจ
แต่สำหรับชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่กลางลานบ้าน เหมือนว่าเขาจะไม่สนใจสิ่งของเหล่านี้เลย
ตอนนั้นเขามองระฆังที่อยู่ในมือด้วยความตื่นเต้นยินดี
ระฆังนั้นมีขนาดเท่ากับฝ่ามือ ทำมาจากทองสัมฤทธิ์ รอบกายของมันนั้นมีแสงสีฟ้าจางๆ ประกายออกมา
ด้านบนสลักลายเส้นแปลกประหลาด อีกทั้งยังสามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากตัวของมันด้วย
“ฮ่าๆ ! ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว!”
น้ำเสียงของชายวัยกลางคนคนนั้นเต็มไปด้วยความปลื้มปิติยินดีอย่างปิดบังไม่มิด
มีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ กว่าเขาจะมีวันนี้ เขาจะต้องเพียรพยายามมามากแค่ไหน!


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...