………………..
จิ้นอวิ๋นไหล่หันกลับมามอง
“พวกเจ้ารู้จักกันด้วยหรือ?”
มุมปากของจวินจิ่วชิงยกยิ้มขึ้น
“รู้จักอยู่แล้ว”
ฉู่หลิวเยว่กวาดสายตามองระหว่างทั้งสองคน
นางสามารถมองออกว่า จิ้นอวิ๋นไหล่กับจวินจิ่วชิงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา และดูเหมือนจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก
“เจ้าได้ยินเรื่องที่ข้าพูดกับหนานจิ่นซูเมื่อครู่นี้ใช่หรือไม่?”
จิ้นอวิ๋นไหล่อธิบายอย่างเรียบง่ายหนึ่งประโยค
“หลังจากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าก็ให้พวกเขาเข้าไปในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์กันเอง”
จวินจิ่วชิงตอบรับหนึ่งคำ
“ขอบคุณเสินสื่อลำดับที่เจ็ดมาก”
จิ้นอวิ๋นไหล่พยักหน้าอย่างเชื่องช้า จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป
ขณะที่กำลังเดินผ่านฉู่หลิวเยว่ เขาก็ชะงักฝีเท้า เหมือนต้องการจะพูดอันใดบางอย่าง
“เจ้า…”
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นมอง
จิ้นอวิ๋นไหล่จ้องมองไปที่ดวงตาที่กระจ่างใสและชัดเจนของนาง แต่ทันใดนั้นเขาก็กลืนคำพูดที่เหลือลงคอ
เขาอยากจะถามอันใด?
เขาสามารถถามอันใด?
ที่ตี้จวินลงโทษและกล่าวตักเตือนก็เป็นเพราะนางมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ใช่หรือ?
ลายมือที่สลักบนนั้นยังคงชัดเจนเหมือนวันแรกที่มอบให้กับนาง
เหมือนไม่ได้เกิดความสูญเสียอันใดเลยแม้แต่ส่วนเดียว
เดิมทีจิ้นอวิ๋นไหล่ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่หลังจากครุ่นคิดแล้ว เขาก็รู้สึกว่านี่ก็เป็นเรื่องที่สามารถคาดการณ์ได้อยู่แล้ว
ฉู่หลิวเยว่เดินทางอยู่บนเส้นทางดวงดาวสักระยะหนึ่ง จากนั้นก็เดินทางไปก้นบึ้งของสระอัสนีบาต จากนั้นก็ถูกเจินเป่าเก๋อคัดเลือกให้สร้างค่ายกลขึ้นมา…
จากเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเลือกสิ่งไหนมาก็ล้วนยอดเยี่ยมทั้งนั้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เมื่อครู่นี้นางเพิ่งได้เลื่อนขั้นจากมหาปรมาจารย์โอสถเป็นปรมาจารย์เซียนหมอ โดยนางสามารถหลอมโอสถคงปราณตั้งต้นได้ตั้งแต่ครั้งแรก
หากนางนางสามารถรักษาข้อความที่อยู่บนถวนซิ่นจื่อได้ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติแล้ว
นอกจากเรื่องที่นางไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ การแสดงผลงานในด้านอื่นของนางนั้นนับว่าไร้ที่ติจริงๆ
เมื่อเห็นว่าเขาลังเลและเงียบเสียงไป ฉู่หลิวเยว่ก็พูดขึ้นมาว่า
“เสินสื่อลำดับที่เจ็ด?”
เขาต้องการจะพูดอันใดกันแน่ หลังจากจ้องหน้านางเป็นระยะเวลานาน เขาก็ยังไม่ส่งเสียงอันใดออกมา
จิ้นอวิ๋นไหล่ดึงสติกลับมา ก่อนจ้องหน้านาง
“ไม่มีอันใด”
เมื่อพูดจบ เขาก็สาวเท้าเดินจากไปทันที
ฉู่หลิวเยว่มองส่งเขาจนลับสายตา แล้วกะพริบตาปริบๆ
ท่าทางที่เสินสื่อลำดับที่เจ็ดคนนี้ปฏิบัติต่อนาง…เหมือนว่าจะดีกว่าเดิมอยู่เล็กน้อย?
แต่การเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยก็ไม่รอดพ้นสายตาของฉู่หลิวเยว่
เมื่อครู่นี้จิ้นอวิ๋นไหล่จ้องหน้านางนานขนาดนั้น แววตาสับสน แต่สายตานั้นไม่ใช่สายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างเช่นตอนแรกอีกต่อไป
หรือเพราะอาจจะเป็นเรื่องล่าสุดหรือ?
แต่ในบรรดาคนเหล่านั้น ไม่ได้นับรวมถึงจิ้นอวิ๋นไหล่ เสินสื่อลำดับที่เจ็ด
ฐานะเช่นเขา เขาเคยเห็นอัจฉริยะจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนแล้ว
และก็เขาเองก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถพิชิตเส้นทางดวงดาวได้ในครั้งเดียว
และเขายังเป็นคนที่ใช้เวลาน้อยที่สุดด้วย
เพียงแค่เรื่องนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาโดดเด่นเหนือคนทั่วไป
แล้วเขาจะชอบใจ “การต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ ” ของนางได้อย่างใด?
“อยากเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ?”
น้ำเสียงที่เกียจคร้านดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ฉู่หลิวเยว่หันกลับไปมอง พบว่าเป็นจวินจิ่วชิงที่มายืนอยู่ด้านหลังของนางตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...