………………..
นางเดินมาถึงปลายสะพานเงินอย่างรวดเร็ว
เมื่อยืนอยู่ตรงนั้นก็จะเห็นสะพานเงินที่จมลงทะเลสีครามอย่างรวดเร็ว และมีแสงสีเงินที่ส่องประกายลงมา
แต่ลึกลงไปนั้นก็มองไม่เห็นอันใดแล้ว
นางกวาดสายตามองรอบข้าง คลื่นทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่อาจคาดเดาได้
ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับตอนที่นางมาถึงไม่มีผิดเพี้ยน
ถ้าไม่ใช่เพราะการเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้ ไม่ว่าอย่างใดนางก็คิดไม่ถึงว่า ผู้อาวุโสลำดับห้าอาจจะถูกกักขังอยู่ด้านใต้นี้!
คำถามจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นภายในหัวใจของนาง ทำให้นางรู้สึกมึนงงสับสน
นางคิดมาโดยตลอดว่า ตู๋กูโม่เป่าและคนอื่นๆ จะต้องถูกขังอยู่ในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แต่ดูจากตอนนี้แล้ว เหมือนว่าจะไม่ใช่เช่นนั้น
ต่อให้ต้องการจะแยกพวกเขาทั้งสามคนออกจากกัน แต่ดูเหมือนว่าไม่จำเป็นจะต้องแยกกันด้วยระยะห่างที่ไกลกันขนาดนี้?
แล้วอีกอย่าง พื้นทะเลแห่งนี้อันตรายมากขนาดไหน ก่อนหน้านี้นางก็เคยสัมผัสมาแล้ว
หากผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงตกลงไป ภายในระยะเวลาสั้นๆ แม้แต่กระดูกก็ยังไม่เหลือ
ผู้อาวุโสลำดับห้าอยู่ด้านล่าง อีกทั้งยังได้รับความกดดันและทรมานอย่างใดบ้าง?
นางแค่ได้ยินจากเสียงก็สามารถรู้ได้แล้วว่าเขาจะต้องได้รับความเจ็บปวดทรมานมากแน่นอน
คนอย่างผู้อาวุโสลำดับห้า ถ้าไม่ใช่เพราะทนไม่ไหวจริงๆ เขาไม่มีทางทำเช่นนี้เด็ดขาด
หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นไหว นางสัมผัสได้เพียงความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมร่างกาย
หลังจากผ่านไปนาน เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และระงับความคิดทั้งหมดลง
ไม่ว่าอย่างใดก็ตาม ตอนนี้นางรู้แล้วว่าผู้อาวุโสลำดับห้าถูกขังอยู่ใต้ท้องทะเลแห่งนี้ ซึ่งนั่นเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างมาก
แต่ในตอนนี้นางไม่สามารถทำอันใดที่บุ่มบ่ามได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงมองไปรอบๆ อย่างเชื่องช้า
จากนั้นนางก็สะกิดปลายเท้าเล็กน้อย ก่อนมุ่งหน้าไปสู่อีกฝั่งหนึ่งของท้องทะเล
คนจำนวนไม่น้อยที่มองเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกใจ
ยังมีบางกลุ่มที่เดินขึ้นมาด้านหน้า แล้วต้องการจะถามคำถามบางอย่าง
“นายท่านเยว่…”
“ข้ามีเรื่องด่วนต้องขอตัวก่อน”
ฉู่หลิวเยว่พูดประโยคหนึ่งทิ้งท้าย จากนั้นก็รีบจากไปทันที
ความเร็วของนางสูงมาก เพียงครู่เดียวนางก็หายตัวไปในท่ามกลางความมืด
ทุกคนต่างมองหน้ากัน
คาดไม่ถึงว่านางจะออกมาจากพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์โดยตรงแบบนี้?
คนจำนวนมากมายพยายามจะเข้าไปถาม แต่นางไม่ได้เข้าถึงง่ายขนาดนั้น
ทุกคนปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกัน แต่ช่วยไม่ได้ พวกเขาจึงครุ่นคิดต่อไปว่าพวกเขาจะต้องข้ามทะเลแห่งนี้ไปได้อย่างใด
…
ฉู่หลิวเยว่ใช้เวลาสั้นกว่าตอนที่ขามา
ด้านหนึ่งเพราะนางรู้จักเส้นทางแล้ว ดังนั้นการเดินทางคนเดียวจึงมีประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนอีกด้านหนึ่ง เพราะความแข็งแกร่งของนางในปัจจุบันนี้ได้เพิ่มสูงขึ้นแล้ว
นางใช้ความเร็วสูงที่สุดมุ่งหน้ามาที่ท่าเรือดอกท้อ
…
“นายท่าน ฮูหยินออกจากประตูสวรรค์มาแล้ว น่าจะใช้เวลาไม่นานก็สามารถมาถึงท่าเรือดอกท้อได้แล้ว”
อวี๋มั่วเดินเข้าใกล้ท้องพระโรง จากนั้นก็ทำความเคารพ ก่อนพบว่าหรงซิวเปลี่ยนชุดเป็นสีขาวดั่งหิมะแล้ว
เขาชะงักไป
“นายท่าน นี่ท่านกำลัง…จะกลับไปแล้วหรือ?”
หรงซิวพยักหน้า
หากจวินจิ่วชิงฉวยโอกาสนี้ทำอันใดบางอย่าง…
หรงซิวพับแขนเสื้อขึ้น แล้วพูดขึ้นเสียงเรียบว่า
“เขาคงไม่คิดจะทำอันใดตามใจภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งไปกว่านั้น…”
คิ้วดาบของเขายกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเย่อหยิ่งสูงส่ง เหมือนมีม่านหมอกปกคลุมหนึ่งชั้น

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...