เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2091

………………..

ครั้งนั้นตู๋กูโม่เป่ามีสีหน้าประหลาดใจอย่างสุดขีด และต้องไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

แต่สภาพของพวกเขาในตอนนี้เป็นเรื่องยากนักที่ต้องการหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาใหม่

ตู๋กูโม่เป่าเงียบไปครู่หนึ่งจึงพูดขึ้น

“ข้าจะจัดการเอง”

เวลาสิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ฉู่หลิวเยว่จ้องมองหม้อต้มโอสรที่เต็มไปด้วยขี้เถ้าอีกครั้ง และถอนหายใจเต็มแรงอย่างไม่มีทางเลือก

“ล้มเหลวอีกแล้ว…”

นี่เป็นครั้งที่สี่ที่นางล้มเหลว

ในขั้นตอนปรุงยาหลายครั้งนี้ นางระมัดระวังเป็นอย่างมากอยู่ตลอด และได้เรียนรู้จากบทเรียนในความล้มเหลวครั้งก่อนอย่างจริงจังทุกครั้ง

แต่ทว่ากลับไม่มีประโยชน์

ผลลัพธ์ในทุกครั้งยังคงล้มเหลว

จนกระทั่งครั้งนี้ ตัวนางเองคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไร บนยาอายุวัฒนะเริ่มปรากฏร่อยรอยออกมา แต่…กลับขาดไปอีกนิดเดียว

“แท้จริงแล้วขาดที่ตรงไหนกัน…”

ฉู่หลิวเยว่กอดอก มืออีกข้างเท้าคางไว้ และจ้องมองหม้อต้มโอสถสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเคร่งขรึม

ขั้นตอนการปรุงยาในครั้งนี้ วนเวียนอยู่ในหัวของนางไม่หยุด

นางคิดวนไปมา แต่กลับไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วปัญหาอยู่ตรงที่ใด

เวลานานเช่นนี้ในความมุ่งมั่นตั้งใจ ทำให้จิตใจและพลังของนางถดถอยลงไปอย่างรวดเร็ว

นางนวดขมับเบาๆ ไปมา

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า

หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ไม่มีวิธีแล้ว

หากไม่มีพลังเพียงพอและต้องลองอีกนับครั้งไม่ถ้วน ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม

แน่นอนว่าประเด็นสำคัญคือ สมุนไพรในมือของนางมีพอให้นางได้ฝึกฝนอีกครั้งเดียวเท่านั้น

ถ้าใช้จนหมด ก็ต้องกลับไป

แต่ตอนนี้นางไม่ได้วางแผนออกจากทะเลทรายจันทราสีชาด

นางเดินมาข้างหรงซิวและวางค่ายกลขึ้น จากนั้นแยกความร้อนที่น่ากลัวนั่นออกไปและเริ่มฝึกฝนอย่างสงบนิ่ง

หรงซิวปล่อยเสวี่ยเสวี่ยออกมา

“ออกไปเล่นเถอะ”

“โอ้ว!”

เสวี่เสวี่ยร้องเสียงดังด้วยความดีใจอย่างที่สุด ร่างดุจหิมะขาวที่แข็งแกร่งได้หายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาของหลายคน

บัดนี้หลายคนนั้นกำลังพักผ่อนอยู่ ไม่มีใครสนใจมันหรอก! ฮ่า!

มันเป็นอิสระแล้ว!

ฉู่หลิวเยว่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงใช้ความคิดเล็กน้อยพลางเอ่ยถามขึ้นในใจว่า

“ถวนจื่อ จื่อเฉิน พวกเจ้าอยากออกมาเล่นข้างนอกหรือไม่”

แม้ว่าสภาพแวดล้อมการฝึกฝนของที่นี่ไม่อาจเทียบเท่ากับท่าเรือดอกท้อและพระราชวังเมฆาสวรรค์ แต่มีพื้นที่กว้างผู้คนน้อย ทั้งกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตและเป็นอิสระอย่างมาก

ขณะที่เพิ่งถามประโยคนี้จบ ถวนจื่อรีบยกมือพูดอย่างตื่นเต้นว่า

“อาเยว่อาเยว่! ข้าอยากออกไป!”

ช่วงเวลาก่อนหน้าที่ทัณฑ์สวรรค์ได้กลืนกินมากเกินไป ตอนนี้นางมีพลังกลับมาเต็มที่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะใช้มันได้ที่ไหน!

ฉู่หลิวเยว่ยิ้มและปล่อยถวนจื่อออกไป

หากจื่อเฉินเป็นเพียงอินทรีสามตาธรรมดาก็เท่านั้น คงไม่มีสิ่งใดโต้แย้ง แต่ประเด็นสำคัญคือในร่างของจื่อเฉินส่วนหนึ่งมีเลือดของไทซูหวงหลงหลั่งไหลอยู่

เขากับจื่อเฉิน มีสายเลือดเดียวกัน ลมปราณเชื่อมถึงกัน

หากถวนจื่อสู้กับเขา ก็เทียบเท่าสู้กับจื่อเฉินมิใช่หรือ

แต่ตระกูลไทซูหวงหลงมีฐานะเท่าเทียบกับตระกูลหงส์ทองคำมาตลอด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตามจื่อเฉินไม่มีทางย้อมแพ้ง่ายๆ

เจ้าทั้งสองนี้คาดว่าต่อไปคงมี…

จื่อเฉินยืนหยัดเผชิญหน้ามองถวนจื่อครู่หนึ่งและพูดเสียงเรียบเฉยขึ้น

“รอเจ้าทำได้ค่อยพูดก็ไม่สาย”

ถวนจื่อฮึดฮัดเสียงเบา ปลายเท้าเล็กๆ กลายเป็นเปลวไฟสีทองและบินออกไปอย่างรวดเร็ว!

จื่อเฉินรีบโค้งคำนับทำความเคารพฉู่หลิวเยว่ และตามนางไปในทันที

ร่างทั้งสองหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว

ฉู่หลิวเยว่เฝ้าดูพวกเขาจากไป ชั่วครู่จึงถอนสายตากลับ

ความปลอดภัยของพวกเขาทั้งสอง นางกลับไม่ได้เป็นกังวล

สุดท้ายที่นี่เป็นเขตอิทธิพลของพวกพี่เป่า ปกติเดิมทีไม่มีผู้ใดมา แม้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นจริงๆ ก็ไม่ต้องกังวลอันใด

หลังจากพักผ่อนได้ครู่หนึ่ง ในที่สุดฉู่หลัวเยว่รู้สึกปรับสภาพได้แล้ว จึงคิดจะไปลองฝึกครั้งสุดท้าย

หากครั้งนี้ยังไม่สำเร็จ…นางต้องคิดหาวิธีอื่นแล้ว

ฉู่หลิวเยว่ลุกขึ้นยืนและปัดทรายที่อยู่บนชุดของนางลงไป

จู่ๆ พื้นดินสั่นสะเทือนขึ้น

ฉู่หลิวเยว่ขยับตัวครู่หนึ่ง

นางก้าวลงจากทะเลทรายและเริ่มเคลื่อนไหวด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์