สิบแปดกิโลครึ่ง ครึ่งกิโลสิบสตางค์
หากไม่รวมค่าลองชิมและลดราคา นางจะได้กำไลสามร้อยหกสิบสตางค์ !
ในหนึ่งวันสามารถเทียบเท่ากับการที่ซูเหลียนเฉิงออกไปทำงานกว่าครึ่งเดือนเลยทีเดียว และสามารถซื้ออาหารได้มากกว่ายี่สิบกิโลอีกด้วย!
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงครีมฝูหรงสิบแปดกระปุกและยาสบู่อีกสิบขวด
ลบขวดที่ทดลองออกไปหนึ่งขวด
จะเหลือสิบเจ็ดกระปุกและเก้าขวด บางคนจะซื้อสองหรือสี่กระปุกในรวดเดียว แต่ก็เป็นจำนวนน้อย ส่วนใหญ่จะซื้อหนึ่งกระปุก
โดยที่ขายเพียงครีมฝูหรงเพียงเก้ากระปุก ก็จะมีรายได้เข้ามายี่สิบเจ็ดตำลึงแล้ว
ที่เหลืออีกแปดกระปุกเป็นเงินยี่สิบตำลึง รวมกับยาสบู่อีกเก้าขวด รวมเป็นเงินห้าสิบหกตำลึง
เพียงแค่นี้ก็สามารถเทียบได้กับเงินรายได้หลายปีของครอบครัวธรรมดาๆแล้ว
แต่เงินเพียงจำนวนเท่านี้ยังไม่สามารถเปิดร้านในเมืองได้ นางต้องพยายามหาเงินให้ได้มากกว่านี้!
ซูลิ่วหลางจ้องมองกล่องไม้ในมือของซูหวั่นตาปริบๆ เขาไม่เคยเห็นเงินมากขนาดนี้มาก่อน โดยที่ในใจของเขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่าไม่ได้แสดงออกมาเท่านั้น
“ท่านพี่ เมื่อครู่นี้เราใช้เงินไปห้าตำลึง”
ซูลิ่วหลางนับนิ้ว เมื่อคู่พี่สาวซื้อผ้าและอาหาร รวมถึงขนมหมื่นลี้เมื่อวานที่กินไปแค่คำเดียวเท่านั้น ทั้งหมดเป็นเงินห้าตำลึง
เขาจำมันได้
ซูหวั่นหยิบขนมหมื่นลี้และแกะกระดาษน้ำมันออก จากนั้นก็ลูบศีรษะของซูลิ่วหลาง“กินซะ เงินห้าตำลึงไม่ได้มากมายอะไรหรอก ต่อไปพี่จะหาเงินอัดมาให้มากกว่านี้!”
ซูลิ่วหลางยิ้มจนตาหยี แล้วกินขนมหมื่นลี้ที่หอมหวาน
นอกจากจะหวานที่ปากแล้ว แม้แต่ในใจก็ยังหวานตามไปด้วย
สองพี่น้องค่อยๆขับรถเทียมวัวกลับบ้านอย่างช้าๆ
นางหลี่ยืนเขย่งปลายเท้าอยู่ที่ประตู ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวล หากนางไม่ต้องดูแลซูเหลียนเฉิง นางก็คงเดินทางไปตลาดด้วยแล้ว
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา