โดยที่หัวหมูก็สับเป็นชิ้นๆเช่นกัน
หลังจากผสมซอสเรียบร้อยแล้ว นางก็หยิบเอาชามเล็กๆออกมา ตัดใบหูและไส้หมูเป็นชิ้นๆและส่งให้กับซูลิ่วหลาง“ลองชิมดูสิ”
ซูลิ่วหลางหยิบชามขึ้นมาและกินเข้าไปทันที
สำหรับการกัดครั้งแรก เขากินช้ามาก
เมื่อกัดครั้งที่สอง ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น
เมื่อกัดครั้งที่สาม เขาแทบจะล่องลอยเลยทีเดียว แล้วก็กินอย่างน่าเอร็ดอร่อย
ไม่นาน ชามนั้นก็หมดเกลี้ยง ซูลิ่วหลางลูบท้องและกลืนน้ำลาย ดวงตาใสๆมองไปยังด้านในของอ่างไม้ เขาอิ่มแล้ว แต่ก็ยังอยากจะมองอย่างตะกละตะกลามอยู่
เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูหวั่นก็ตัดมาให้ซูลิ่วหลางอีกเล็กน้อย
ซูลิ่วหลางกลับไม่กิน แต่ยกชามและเดินเข้าไปในห้อง นางหลี่และซูเหลียนเฉิงได้กลิ่นหอมโชยมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปถาม
และเมื่อเห็นซูลิ่วหลางยกชามเดินเข้ามาในตอนนี้ ดวงตาก็มองไปยังชามอย่างไม่รู้ตัว หลังจากนางหลี่กินเสร็จ ดวงตาก็เป็นประกาย“ลิ่วหลาง นี่คือไส้หมูงั้นรึ?”
ซูลิ่วหลางพยักหน้าหงึกหงัก เขาและพี่สาวเป็นคนจัดการทั้งหมดเลยนะ!
“ท่านแม่ อร่อยมั้ย?”
“อร่อย รสชาติดีมาก นี่เจ้ากับอาหวั่นทำเองงั้นรึ?” จากนั้นนางหลี่ก็ป้อนให้ซูเหลียนเฉิงไปหนึ่งคำเช่นกัน ทั้งสองอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ พวกเขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ
เครื่องในหมูที่แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาก็ยังรังเกียจ แต่กลับทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้
เทียบได้กับเนื้อไก่เลยทีเดียว!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอสนี้ มันเป็นการปรุงที่ยอดเยี่ยมมาก
เมื่อซูลิ่วหลางได้รับคำชม เขาก็ยิ้มอย่างไร้เดียงสา“ท่านพี่บอกว่า อีกสองชั่วโมง เราจะเอาไปขายที่ตลาดกันครับ”
หลังจากนั้นอีกสองชั่วโมง ทั้งสองคนก็ออกเดินทางและไปถึงที่นั่นทันตลาดเช้าพอดี
นางหลี่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า“เจ้าบอกพี่สาวเจ้านะว่า อย่าตั้งราคาสูงเกินไป หนึ่งชามห้าสตางค์ก็พอแล้ว”
เมื่อเทียบกับขวดครีมเหล่านั้นแล้ว นางหลี่ก็รู้สึกว่าอาหารเหล่านี้น่าจะขายได้ง่ายกว่า

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา