เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา นิยาย บท 70

คนขายเนื้อไม่สามารถพูดเกลี้ยกล่อมนางได้ ซึ่งทำให้เขาไม่สบายใจเลย เขาจึงลดราคาให้ซูหวั่นอย่างพิเศษ โดยเฉพาะลำไส้หมูพวกนั้น แทบจะมอบให้ซูหวั่นฟรีๆเลยก็ว่าได้

ซูลิ่วหลางยืนอยู่ข้างๆพร้อมกับถุงผ้าที่อยู่ในมือ

คราวนี้เขาจับเอาไว้แน่นมาก เพราะกลัวซูอู่หลางจะมาแย่งเอาไปอีก

สองพี่น้องยุ่งอยู่ตลอดทั้งวัน และท้องก็ร้องโครกครากออกมาอย่างไม่เกรงใจเสียแล้ว ซูหวั่นคำนวณเงิน และพาซูลิ่วหลางเข้าไปในร้านบะหมี่ โดยที่สั่งบะหมี่เปล่าที่ถูกที่สุดมาสองชาม

โชคดีที่น้ำซุปเป็นซุปเนื้อ และรสชาติก็ค่อนข้างจะดีเลยทีเดียว

ซูลิ่วหลางกินจนปากมันแพล็บ สุดท้ายเขาก็ดื่มน้ำซุปจนหมดเกลี้ยง แล้วพูดว่า“ท่านพี่ เราซื้อซาลาเปากลับไปฝากท่านพ่อท่านแม่สักสองสามลูกได้หรือเปล่า?”

ซูหวั่นก็กินเสร็จแล้วเช่นกัน หลังจากจ่ายเงิน นางก็ได้พาซูลิ่วหลางออกมาจากร้าน“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวขากลับพี่จะซื้อไปฝากพวกท่านเอง”

ทันทีที่ทั้งสองขนของขึ้นเกวียน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าที่ถูกควบมาแต่ไกล

“ถอยไป ถอยไป! อย่ามาขวางทาง!”

คนที่อยู่บนรถม้าแกว่งแส้ และตะโกนเสียงดังออกมา โดยที่ด้านหลังถัดไป เป็นกลุ่มทหารที่สวมชุดสีดำทั้งสองแถว

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาอย่างเป็นระเบียบนั้น ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว

ประชาชนโดยรอบต่างก็ซุบซิบกัน ไม่รู้ว่าเป็นคนใหญ่คนโตมาจากที่ไหน และซูหวั่นก็กวาดตาไปมองด้วยเช่นกัน ด้านข้างของรถม้าทั้งสองด้านได้แขวนโคมเอาไว้ โดยที่ด้านบนมีตราสัญลักษณ์ของคิรินสีดำ

คิรินตัวนั้นแยกเขี้ยว สยายกรงเล็บ ดวงตาแวววาวราวกับมีชีวิตจริงๆ

แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลใหญ่

ลุงอู๋ที่คอยเฝ้ารถเทียมวัวสูบบุหรี่ ยิ้มๆแล้วถามว่า“นังหนู เจ้ารู้หรือเปล่าว่าใครที่อยู่บนเกี้ยวหลังนั้น?”

การที่เขาสามารถเฝ้ารถเทียมวัวนั้นจะต้องมีประสบการณ์และภูมิหลังอยู่บ้าง โดยที่ซูหวั่นส่ายหน้าอย่างจริงจัง แล้วถามว่า“ไม่รู้ค่ะ ท่านลุงอู๋ ท่านรู้หรือเปล่า?”

“คนที่อยู่บนเกี้ยวนั้นเป็นจอมปราบราชวังของเราเลยนะ เห็นโคมคิรินนั่นหรือเปล่า มันคือสัญลักษณ์ประจำตัวของเขา มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถใช้สีดำได้!”

บทที่ 0070 1

บทที่ 0070 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา