คนขายเนื้อไม่สามารถพูดเกลี้ยกล่อมนางได้ ซึ่งทำให้เขาไม่สบายใจเลย เขาจึงลดราคาให้ซูหวั่นอย่างพิเศษ โดยเฉพาะลำไส้หมูพวกนั้น แทบจะมอบให้ซูหวั่นฟรีๆเลยก็ว่าได้
ซูลิ่วหลางยืนอยู่ข้างๆพร้อมกับถุงผ้าที่อยู่ในมือ
คราวนี้เขาจับเอาไว้แน่นมาก เพราะกลัวซูอู่หลางจะมาแย่งเอาไปอีก
สองพี่น้องยุ่งอยู่ตลอดทั้งวัน และท้องก็ร้องโครกครากออกมาอย่างไม่เกรงใจเสียแล้ว ซูหวั่นคำนวณเงิน และพาซูลิ่วหลางเข้าไปในร้านบะหมี่ โดยที่สั่งบะหมี่เปล่าที่ถูกที่สุดมาสองชาม
โชคดีที่น้ำซุปเป็นซุปเนื้อ และรสชาติก็ค่อนข้างจะดีเลยทีเดียว
ซูลิ่วหลางกินจนปากมันแพล็บ สุดท้ายเขาก็ดื่มน้ำซุปจนหมดเกลี้ยง แล้วพูดว่า“ท่านพี่ เราซื้อซาลาเปากลับไปฝากท่านพ่อท่านแม่สักสองสามลูกได้หรือเปล่า?”
ซูหวั่นก็กินเสร็จแล้วเช่นกัน หลังจากจ่ายเงิน นางก็ได้พาซูลิ่วหลางออกมาจากร้าน“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวขากลับพี่จะซื้อไปฝากพวกท่านเอง”
ทันทีที่ทั้งสองขนของขึ้นเกวียน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าที่ถูกควบมาแต่ไกล
“ถอยไป ถอยไป! อย่ามาขวางทาง!”
คนที่อยู่บนรถม้าแกว่งแส้ และตะโกนเสียงดังออกมา โดยที่ด้านหลังถัดไป เป็นกลุ่มทหารที่สวมชุดสีดำทั้งสองแถว
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาอย่างเป็นระเบียบนั้น ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
ประชาชนโดยรอบต่างก็ซุบซิบกัน ไม่รู้ว่าเป็นคนใหญ่คนโตมาจากที่ไหน และซูหวั่นก็กวาดตาไปมองด้วยเช่นกัน ด้านข้างของรถม้าทั้งสองด้านได้แขวนโคมเอาไว้ โดยที่ด้านบนมีตราสัญลักษณ์ของคิรินสีดำ
คิรินตัวนั้นแยกเขี้ยว สยายกรงเล็บ ดวงตาแวววาวราวกับมีชีวิตจริงๆ
แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลใหญ่
ลุงอู๋ที่คอยเฝ้ารถเทียมวัวสูบบุหรี่ ยิ้มๆแล้วถามว่า“นังหนู เจ้ารู้หรือเปล่าว่าใครที่อยู่บนเกี้ยวหลังนั้น?”
การที่เขาสามารถเฝ้ารถเทียมวัวนั้นจะต้องมีประสบการณ์และภูมิหลังอยู่บ้าง โดยที่ซูหวั่นส่ายหน้าอย่างจริงจัง แล้วถามว่า“ไม่รู้ค่ะ ท่านลุงอู๋ ท่านรู้หรือเปล่า?”
“คนที่อยู่บนเกี้ยวนั้นเป็นจอมปราบราชวังของเราเลยนะ เห็นโคมคิรินนั่นหรือเปล่า มันคือสัญลักษณ์ประจำตัวของเขา มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถใช้สีดำได้!”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา