……
ซูฉางโซว่และซูซานหลางกลับมาจากภูเขาด้วยความหิวโหย
เขาโกรธมาก
หลังจากดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ท้องของเขาก็กลับร้องโครกครากเสียงดังออกมา และถลึงตาใส่นางหวาง พร้อมกับพูดว่า“มันมีสัตว์อะไรกันล่ะ ข้ากับซานหลางเฝ้าอยู่ครึ่งค่อนวัน แม้แต่ขนก็ยังไม่เห็นเลย!”
นางหวางขมวดคิ้ว และคิดว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง
หากไม่มีสัตว์ตกลงมา แล้วซูหวั่นจะมีเนื้อกินทุกวันได้ยังไงกัน จะต้องมีอะไรลับลมคมในอย่างแน่นอน!
“บางทีวันนี้พวกเราอาจจะไปเช้าเกินไป สัตว์ป่าตกใจวิ่งหนีไปแล้ว พรุ่งนี้พวกเจ้าลงไปดูอีกรอบนะ”
ซูฉางโซว่ก็คิดว่ามันคงเป็นแบบนี้ด้วยเช่นกัน ครุ่นคิดแล้วพูดว่า“มีอะไรกินหรือเปล่า ข้าจะหิวตายอยู่แล้วนะ”
นางหวางกลอกตามองบนแล้วพูดว่า“จะไปเอามาจากไหน เจ้าไม่รู้นิสัยของแม่เจ้าหรอกเหรอ ลำเอียงรักแต่บ้านใหญ่ มีอะไรกินก็เหลือเอาไว้ในบ้านใหญ่ มันจะมีอะไรให้บ้านเราเมื่อไหร่กันล่ะ”
ซูฉางโซว่รู้สึกหมดหนทาง
ภรรยาของเขาพูดถูก แม่เฒ่าเซี่ยงมักจะลำเอียงแบบนั้นอยู่แล้ว
เขาดึงเส้นผมและก่นด่าคำหยาบไปสองสามคำ จากนั้นก็เดินไปห้องครัวด้วยความหิว เพื่อจะหาอะไรมารองท้องเสียหน่อย
นางหวางผลักซูซานหลางให้เดินตามเขาไปด้วย
โดยที่นางเดินไปที่ข้างกำแพง เหยียบพุ่มไม้และมองไปยังบ้านของซูหวั่น โดยที่ซูหวั่นได้เดินกลับมาพอดี โดยที่กำลังจัดการกับกระต่ายที่กำลังจะตายตัวนั้นด้วย
เมื่อเห็นดังนั้น นางหวางก็อิจฉาตาร้อนทันที
แทบจะไปแย่งกระต่ายตัวนั้นมาทันที ไหนสามีของนางบอกว่าไม่มีสัตว์ป่าไง แล้วกระต่ายในมือของซูหวั่นมาได้อย่างไรกัน?
ซูหวั่นมองไปที่กำแพง และนางหวางก็ตกใจจนหน้าชา แล้วก็หดหัวออกไปทันที
เมื่อนางหวางได้ปีนขึ้นไปแอบดูอีกครั้ง ลานบ้านก็มีเพียงแต่กระต่ายที่ถูกจัดการแล้วตัวนั้น โดยไม่รู้ว่าซูหวั่นเดินไปที่ไหน ที่ลานบ้านไม่มีใครอยู่เลย และมันก็เงียบอย่างผิดปกติ
“อาหวั่น?”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา