ป่วยเป็นอะไร นางไปดูแล้วถึงจะรู้
“ได้ๆ!”
ป้าหวังปาดน้ำตาและเดินนำทางไป
นางหลี่รีบเดินตามมาจากด้านหลัง และยังปิดประตูให้“ข้าจะไปด้วย!”
ดึกดื่นขนาดนี้ ด้านนอกก็ไร้แสงไฟ ซูหวั่นไม่อยากให้นางหลี่ไปด้วย เพราะหากเกิดหกล้มขึ้นมา เด็กในท้องจะรักษาเอาไว้ไม่อยู่
แต่นางหลี่ยังคงยืนกรานอยู่อย่างนั้น
นางเป็นห่วงซูหวั่น เพราะหากดูอาการฉ่ายอวิ๋นเสร็จแล้ว ซูหวั่นก็ต้องกลับมาเพียงลำพังไม่ใช่หรอกเหรอ?
แม้ว่าหมู่บ้านซีสุ่ยจะค่อนข้างสงบ และไม่มีคนร้ายอะไร แต่ก็ต้องระมัดระวังเอาไว้ก่อน
“อาหวั่น แม่ไม่ทำให้ลูกมีปัญหาหรอกนะ แม่ตามลูกไปเฉยๆ ระหว่างทางจะได้มีคนคุยด้วยไง ท่านพ่อไม่เป็นอะไรหรอก ยิ่งไปกว่านั้นซูลิ่วหลางก็นอนอยู่ข้างนอก ถ้าท่านพ่อเจ้าอย่างเข้าห้องน้ำก็สามารถเรียกลิ่วหลางได้นี่นา”
เมื่อพูดถึงขั้นนี้แล้ว ซูหวั่นก็ไม่สามารถบอกปัดได้อีกต่อไป
นางจึงทำได้แต่ขอให้ป้าหวังถือตะเกียงน้ำมันที่แสงอ่อนๆ และอาศัยแสงจันทร์ในยามค่ำคืน ประคองข้อมือของนางหลี่โดยมุ่งหน้าไปที่บ้านของป้าหวัง
บ้านของทั้งสองครอบครัวไม่ได้ห่างกันมากนัก
ห่างออกไปแค่สองร้อยเมตรเท่านั้น
ประตูบ้านของป้าหวังปิดสนิท ไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในได้ แต่เห็นได้ชัดว่าคนที่อยู่ด้านในยังไม่นอน เพราะยังมีแสงไฟอยู่
ป้าหวังผลักเปิดประตู และเดินเข้าไปในห้องของฉ่ายอวิ๋นโดยตรง
จู่ๆซูหวั่นก็ได้ยินเสียงร้องไห้เบาๆของฉ่ายอวิ๋นที่เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน
“ฉ่ายอวิ๋น! เจ้าทำอะไร!”
ทันทีที่ป้าหวังเดินเข้าไป นางก็กรีดร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แล้วก็กระโจนเข้าไปหาฉ่ายอวิ๋นโดยที่ยังไม่ได้ทันจะวางตะเกียงน้ำมันลง
จากนั้นก็แย่งกรรไกรที่ในมือของฉ่ายอวิ๋นมาทันที
และนางก็อดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา