มาเป็นพยานอะไรกัน?
ยังไงเสียหากซานหลางไม่ยอมรับออกมาด้วยตัวเอง ซูหวั่นก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
นางหวางได้ใจจนยิ้มกว้างออกมา มือเท้าสะเอวแล้วพูดว่า“อาหวั่น เจ้าพาคนพวกนี้มาเป็นพยาน แล้วเจ้ามีหลักฐานหรือเปล่าว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนผลักซานหลางลงไปในน้ำ? หากไม่มี งั้นเจ้าก็ชดใช้ข้ามาเสียดีๆ!”
ซูหวั่นเงียบไปสักพัก
จากนั้นก็มองไปที่นางหวางแล้วพูดว่า“น้าสาม ข้าก็ต้องมีอยู่แล้วนะ เดี๋ยวน้าจะต้องบันทึกหลักฐานการเป็นหนี้ให้ข้าด้วย แล้วก็ไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความ ไม่งั้นข้าก็ไม่มั่นใจว่าท่านน้าจะชดใช้ข้าหรือเปล่า”
นางหวางตื่นตระหนก
รูม่านตาหดลงอย่างเห็นได้ชัด
นังเด็กคนนี้คงไม่ได้มีหลักฐานจริงๆหรอกนะ ไม่งั้นทำไมต้องพูดวางไพ่ไม้ตายขนาดนี้ด้วย แต่นางถามซานหลางมาแล้วนะ
โดยมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่รอบๆอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนี้ นางหวางก็ชักสีหน้า และพูดอย่างมั่นอกมั่นใจไปว่า“ได้สิ”
เมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้ ซูหวั่นก็หัวเราะเยาะออกมา
นางกลัวเหลือเกินว่านางหวางจะไม่กระโดดลงหลุมพราง หากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่พร่ำมาทั้งหมดก็คงจะสูญเปล่า นางไม่เคยเป็นคนดีอะไรอยู่แล้ว ในเมื่อพวกเขาบีบบังคับนางแบบนี้ งั้นพวกเขาก็รับผลที่จะตามมาก็แล้วกันนะ
เพียงแค่ไม่รู้ว่า
นางหวางจะยอมจ่ายห้าตำลึงนั้นในภายหลังหรือไม่เท่านั้นเอง?
ซูหวั่นเดินไปหาซานหลาง และจับข้อมือของเขาเอาไว้ พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า“ซานหลาง เจ้าบอกกับน้าสามสิว่า ข้าเป็นคนผลักเจ้าใช่หรือเปล่า หือ?”
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เสแสร้งแบบนั้นของซูหวั่น ซานหลางก็ขนลุกขนชันขึ้นมาทันที
และเขาก็นึกถึงความเจ็บปวดที่แทบจะขาดใจแบบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
จู่ๆ ขาของเขาก็สั่นด้วยความหวาดกลัว
เขาขยับไปอยู่ข้างๆนางหวางด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า และตัวสั่นงันงก“พี่สาม ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้นออกไปนะ ท่านแม่ถามข้า ข้าไม่สามารถโกหกท่านแม่ได้ ไม่งั้นข้าก็คงจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้แล้ว”
ด้วยท่าทางแบบนี้ ดูแล้วมันก็เหมือนว่าเขาถูกนางรังแกอยู่จริงๆ
ดวงตาของซูหวั่นกะพริบเล็กน้อย
ซูซานหลางได้วิชาการแสดงมาจากใครกันแน่ อายุน้อยขนาดนี้ยังแสดงเก่งเอาเสียมากๆ นี่มันจริงมากเลยนะ!
มันไม่เหมือนกับนางหวางที่เสแสร้งแบบโจ๋งครึ่มเลยแม้แต่น้อย



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา