ซูหวั่นกระโดดขึ้นโขดหินที่อยู่ข้างๆเพื่อหลบตามสัญชาตญาณ
ฟลุ่บ!
เสียงน้ำได้ดังขึ้น ซานหลางผลักไม่โดนซูหวั่น เนื่องจากใช้แรงมากเกินไป จึงตกไปในน้ำโดยตรง
เขาพยายามตะเกียกตะกายอยู่อย่างนั้น น้ำตาและน้ำมูกไหลออกมาเต็มไปหมด“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย——”
ซื่อหลางถึงกับตะลึงงัน
เขานั่งจ้ำเบ้าลงบนโขดหิน ขาสั่นด้วยความตกใจ โดยที่ลืมร้องไห้ไปเลย
ทั้งเขาและซานหลางว่ายน้ำไม่เป็น ตอนเด็กๆพวกเขาได้อาบน้ำที่ลำธารและเกือบจะจมน้ำตาย จากนั้นเขาก็ไม่เคยย่างกรายมาใกล้ๆแม่น้ำอีกเลย
เมื่อเห็นซานหลางตะโกนขอความช่วยเหลือ เขาก็สับสนมากจนพูดไม่ออก
และไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน
จากนั้นซูหวั่นก็หันกลับมา ค่อยๆเดินมาที่แม่น้ำอย่างใจเย็น จากนั้นก็วางสิ่งของในมือลง
นางหากิ่งไม้และยื่นส่งให้กับซานหลาง
ซานหลางรีบยื่นมือมาจับอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่รู้เลยว่าจับอะไรอยู่ แต่ก็ตะเกียกตะกายที่จับเอาไว้อย่างถึงที่สุด เขาไม่อยากตาย ก็เลยไม่กล้าขยับแต่อย่างใด
ด้านล่างเป็นเขื่อนที่ชาวบ้านสร้างขึ้น เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในการเกษตรในวันปกติ
โดยที่ระดับน้ำนั้นลึกมาก
กิ่งไม้ยังไม่ถึงหัวของซานหลาง ซานหลางพยายามตะเกียกตะกายมาคว้าเอาไว้ โดยใช้กำลังทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งซูหวั่นก็รู้สึกว่าจะดึงไม่ไหวขึ้นมาแล้ว
นางจึงหันมาหาซื่อหลาง แล้วพูดเตือนว่า“ถ้ายังไม่มาช่วยอีก เขาก็คงจะตายอยู่ที่นี่แล้วนะ!”
จากนั้นซื่อหลางถึงจะดึงสติกลับมาได้ กระโจนตัวล้มลุกคลุกคลานเข้ามา และรีบเข้ามาช่วยคว้ากิ่งไม้เอาไว้
หลังจากดึงซานหลางขึ้นมาได้แล้ว ซูหวั่นก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ นางเพียงแค่หยิบกระบุงหาบและเดินกลับไปเท่านั้น
ในเวลาพลบค่ำ ซูหวั่นเพิ่งจะกลับถึงบ้าน
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆสีส้มแดง มันช่างสวยงามเหลือเกิน

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา