พ่อเฒ่าซูสูบบุหรี่ และบอกให้ซูหวั่นไปทำงานของตัวเองเถอะ
และซูหวั่นก็ไม่ได้อยู่นานเช่นกัน
จากนั้นนางก็กลับบ้านเพื่อรายงานอาการป่วยของพ่อเฒ่าซูกับนางหลี่และซูเหลียนเฉิงโดยตรง จากนั้นไม่นาน ซูชิงก็ได้พาคนอื่นๆมาทำงานที่บ้านแล้ว
จากนั้นไม่นาน ถังเสี่ยวจิ่วก็ได้นำกลุ่มองครักษ์มาปรากฏตัวที่หน้าประตูใหญ่ของบ้านตระกูลซู
ซูหวั่นเปิดประตู ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า“บ้านของข้าเล็กนิดเดียว บรรจุคนไม่ได้ขนาดนี้หรอก เสี่ยวเฮยต้าน เจ้าเข้ามาคนเดียวก็พอแล้ว ที่เหลือให้พวกเขารออยู่ด้านนอกก็แล้วกันนะ”
ในขณะที่พ่อบ้านกำลังจะพูดคัดค้าน ถังเสี่ยวจิ่วก็ชำเลืองสายตาเกรี้ยวกราดกลับไป
และนิสัยที่เอาแต่ใจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“ส่งส่วนผสมของยามาให้ข้า ข้าจะถือเข้าไปเอง!”
นางหลี่คิดไม่ถึงว่าจะมีแขกมา เมื่อดูการแต่งตัวของถังเสี่ยวจิ่วแล้วก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก นางจึงยืนอยู่ที่ประตูบ้านอย่างประหม่าและไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกมา
ซูหวั่นขอให้เสี่ยวเฮยต้านไปรออยู่ที่ห้องข้างๆ
จากนั้นนางก็กำชับกับนางหลี่ว่าอย่าให้ใครเข้ามาในห้อง โดยให้ซูลิ่วหลางเดินตามเข้าไปแค่คนเดียวเท่านั้น
ซูลิ่วหลางกลอกตาที่สดใส และดูเหมือนว่าเขาจะประหลาดใจที่ทำไมถังเสี่ยวจิ่วถึงดำได้ขนาดนี้เช่นกัน
ถังเสี่ยวจิ่วโกรธจัดจนควันออกหู
หากไม่ใช่เพราะซูหวั่นได้อยู่ที่นี่ เขาก็คงจะฟันซูลิ่วหลางจนตายไปแล้ว นี่กล้าจ้องเขาแบบนี้เลยเหรอ รนหาที่ตายจริงๆ!
“ลิ่วหลาง เขาโดนวางยาพิษน่ะ ป่วยเหมือนกับเจ้า เขาจึงดำได้ขนาดนี้ไง” ซูหวั่นอธิบาย
ซูลิ่วหลางดูเหมือนจะเข้าใจ และก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ประหม่าออกมาว่า“ท่านพี่ งั้นเขาสามารถหายได้หรือเปล่า? ”
“พี่กำลังรักษาเขาอยู่น่ะ”
จากนั้นถังเสี่ยวจิ่วก็ได้เข้าใจแล้วว่า ที่แท้ซูลิ่วหลางก็ปัญญาอ่อนนี่เอง ดวงตาของเขามีความเห็นใจแวบเข้ามา เด็กคนนี้น่าอนาถกว่าเขาอีกหรือนี่
อย่างน้อยเขาก็แค่ดำไปนิดหน่อย แต่เด็กคนนี้กลับต้องปัญญาอ่อนไปทั้งชีวิตเลยนะ
เฮ้อ
คนที่อยู่บนโลกเดียวกันแท้ๆ!
“ว้าว!”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา