แม่เฒ่าเซี่ยงขี้เกียจเกินกว่าจะฟังคำพูดของซูหวั่น
ดื้อดึง
ในความคิดของนาง การที่ซูหวั่นปฏิเสธที่จะแต่งงานกับตระกูลเจิ้งจนฆ่าตัวตายนั้น ก็เพื่อที่จะได้อยู่กับเจียงถงลู่นั่นเอง
ตอนนี้พ่อเฒ่าซูได้กลับมาแล้ว สมองของนางก็เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
เอะอะก็จะเล่นแต่ละครการขู่บังคับ
ซูหวั่นไม่ได้คาดหวังให้แม่เฒ่าเซี่ยงมาเชื่อนาง และยิ่งไปกว่านั้น นางก็ไม่สนใจว่าแม่เฒ่าเซี่ยงจะคิดอะไรด้วย แค่ไม่อยากให้ครอบครัวของแม่เฒ่าเซี่ยงและซูฝูมีความสุขก็เท่านั้นเอง
“ก๊อก!”
มีคนเคาะประตู จากนั้นท่านหมอก็เดินเข้ามา
ซูฉางฝูปาดเหงื่อ โดยท่านหมอที่เดินตามหลังมาก็กำลังปาดเหงื่อด้วยเช่นกัน เขาได้ทำการตรวจชีพจรให้พ่อเฒ่าซู จากนั้นก็เขียนใบสั่งยา
“ช่วงนี้อย่าให้พ่อเฒ่ามีอารมณ์โกรธขึ้นมา อย่างเบาก็หมดสติ อย่างรุนแรงก็ถึงขั้น——”
ไม่จำเป็นต้องพูดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนที่อยู่ในสถานที่นั้นก็สามารถเดาความหมายที่ซ่อนอยู่ได้
จู่ๆ แม่เฒ่าเซี่ยงก็หัวใจเต้นแรง พร้อมกับพูดว่า“ตาเฒ่าของบ้านข้ากระดูกเหล็กมาโดยตลอด แล้วมันจะร้ายแรงอย่างที่ท่านหมอพูดได้อย่างไรกัน ท่านหมออย่าหลอกยายเฒ่าอย่างข้าเลย...”
“ท่านป้า ข้าไม่ได้หลอกท่านหรอกนะ ชีพจรของพ่อเฒ่านั้นปั่นป่วนจริงๆ เส้นเลือดที่หน้าผากอุดตัน หากไม่ทำการระบายออก น่ากลัวว่าพ่อเฒ่าจะอยู่ต่อได้ไม่อีกกี่ปีแล้วนะ”
“งั้นท่านหมอก็รีบสั่งยาระบายเลือดที่อุดตันให้กับตาเฒ่าของบ้านข้าเถอะ ขอแค่ทำให้ตาเฒ่าของข้าหายจากอาการป่วยก็พอ เงินอัดเท่าไหร่ข้าก็จ่ายได้”
เมื่อเห็นว่าท่านหมอได้พูดจริงจังขนาดนั้น
แม่เฒ่าเซี่ยงก็แทบจะประเคนของทั้งบ้านให้กับท่านหมอ เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ยอมรักษาให้
ซูหวั่นแอบเดินเข้าไปและทำการตรวจชีพจรให้กับพ่อเฒ่าซู
สถานการณ์ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น แต่ก็ไม่เบาเลยทีเดียว ลิ่มเลือดอุดตันนั้นมีอยู่จริง เพียงแต่ว่าหากอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ของยุคสมัยนี้ก็คงจะรักษาไม่ได้อย่างแน่นอน
ตามคาด
ท่านหมอส่ายหน้าแล้วพูดว่า“โรคแบบนี้ไม่มีทางรักษาให้หายขาด มันก็เหมือนกับโรคเรื้อนนั่นแหละ”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา