เจ้าเด็กเหลือขอพวกนี้กินเนื้อก็ไม่ได้เหลือไว้ให้พวกแม่ได้กินเลย เนื้อไก่ที่หอมเตะจมูกจานนั้นถูกเด็กพวกนี้กินหมดจนเหลือแต่เศษกระดูกเท่านั้น
และแม้แต่ซุปก็ถูกกินไปหมดเกลี้ยง!
แต่นางก็ไม่อาจทนเห็นลูกชายของตัวเองถูกแม่เฒ่าเซี่ยงทุบตีจนตายด้วยเช่นกัน ดังนั้นนางจึงรีบพูดเกลี้ยกล่อมออกไปว่า“ท่านแม่ ไหนๆก็กินหมดแล้ว ท่านก็อย่าถือสาเลยนะ พวกเขาต่างก็เป็นหลานของท่านทั้งนั้น......”
แม่เฒ่าเซี่ยงหันกลับมา พร้อมกับก่นด่าออกมาว่า“ถ้าไม่ใช่เห็นว่าพวกเขาเป็นลูกหลานข้า ข้าก็คงทุบตีพวกเขาจนตายไปตั้งนานแล้ว ดูสิว่าเจ้าสั่งสอนลูกชายแบบไหน หิวอย่างกับผีตายโหง!รู้แค่กิน ทำไมไม่ไปเกิดเป็นหมูเลยล่ะ!”
ด่าได้หยาบคายเสียจริงๆ
นางหวางรู้สึกไม่พอใจ แต่ปากก็ยังคงบ่นพึมพำออกมาว่า“ท่านแม่ เรื่องนี้จะโทษแต่พวกเขาก็ไม่ได้นะคะ เนื้อมันก็หอมอยู่แล้ว แม้แต่ข้าก็ยังอดใจไม่ไหวเลย นับประสาอะไรกับเด็กๆพวกนั้น”
เมื่อเห็นสีหน้าของแม่เฒ่าเซี่ยงดูน่าเกลียดมากยิ่งขึ้น ปากของนางหวางก็ขยับอย่างรวดเร็วว่า“พวกเจ้ารีบมาคุกเข่าสำนึกผิดกับท่านย่าของพวกเจ้าเดี๋ยวนี้นะ!”
เด็กน้องมองหน้ากันไปมา
จากนั้นก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาแม่เฒ่าเซี่ยงอย่างช้าๆ โดยที่ตัวสั่นงันงกไปหมด เพราะกลัวว่าแม่เฒ่าเซี่ยงจะตีเอาได้
ฟุบ!
เด็กชายตัวน้อยย่อตัวลงและคุกเข่าอยู่กับพื้น แม่เฒ่าเซี่ยงหยิบก้านไม้ไผ่เล็กๆขึ้นมาและหวดไปที่หลังของเด็กชายตัวน้อยทั้งสามคนอย่างเต็มแรง
ก้านไม้ไผ่เรียวเล็กและอ่อนนิ่ม เมื่อหวดไปที่ตัวก็จะทิ้งรอยแดงเอาไว้ทันที แต่มันก็เจ็บปวดกว่าไม้หนาๆเหล่านั้นมาก!
เด็กชายตัวน้อยทั้งสามน้ำตาไหลอาบแก้ม แต่นางหวางได้พูดกำชับเอาไว้แล้ว พวกเขาจึงไม่กล้าวิ่งหนีอีกต่อไป
“โอ๊ย ท่านย่าอย่าตีเลยนะครับ เจ็บจะตายอยู่แล้ว!”
ซูอู่หลางอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม เขากรีดร้องออกมาหลังจากถูกหวดแค่เพียงสองครั้ง และรีบดึงเสื้อของแม่เฒ่าเซี่ยงเพื่อขอความเมตตาทันที
“ตอนนี้รู้จักเจ็บแล้วเหรอ ตอนขโมยกินทำไมไม่คิดถึงพวกข้าบ้าง!”แม่เฒ่าเซี่ยงเงื้อก้านไม้ไผ่ขึ้นม และดวงตาของนางก็เบิกกว้างเมื่อนึกถึงหม้อไก่
เด็กชายตัวน้อยต่างก็ร้องไห้ฟูมฟายออกมา!
นางหวางรู้สึกสงสารขึ้นมาอย่างจับใจ“ท่านแม่ ท่านแม่จะตีพวกเขาจนตายไปเหรอไง!พวกเขาเป็นหลานชายของบ้านสกุลซูนะคะ!”
เทียบกับเนื้อไม่ได้หรอกนะ?
แต่ตอนนี้เนื้อถูกกินไปจนเกลี้ยงแล้ว ปลาก็ยังดีกว่าไม่มีล่ะน่ะ!
นางหวางกลอกตาไปมา มองไปทางนางหลี่อย่างร่าเริงแล้วพูดว่า“พี่รอง พวกพี่ทำซุปปลาทำไมไม่ยกไปให้ท่านพ่อท่านแม่สักหน่อยล่ะ พวกท่านก็ยังไม่ได้กินข้าวกันเลยนะ”
นางหลี่เป็นคนที่กตัญญู
เมื่อได้ยินนางหวางพูดแบบนี้ นางก็อยากจะยกไปให้แม่เฒ่าเซี่ยงสักหน่อยแล้ว
แต่เมื่อคิดว่าครอบครัวของตัวเองยังไม่ได้กินเลยสักคำ หากยกไปบนบ้านใหญ่แล้ว ครอบครัวของตัวเองคงไม่พอกินอย่างแน่นอน
และบ้านใหญ่เป็นสิ่งที่เลี้ยงไม่อิ่มหรอกนะ
ไม่ว่านางจะยกไปมากน้อยเท่าไหร่ แม่เฒ่าเซี่ยงก็คงจดจำความดีของนางไม่ได้หรอกนะ จนกระทั่งรังเกียจที่นางยกไปให้น้อยไปเสียด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่านางหลี่ไม่พูดไม่จา นางหวางก็โพล่งออกมาว่า“พี่รอง พี่ไม่อยากจะยกขึ้นไปงั้นเหรอ?มันก็คงอย่างงั้นล่ะนะ แยกครอบครัวออกไปก็ลืมท่านพ่อท่านแม่เสียแล้ว เฮ้อ——”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา