ซูหวั่นแต่งตัวเสร็จแล้ว
เปิดประตูแล้วออกมา
นางมองเห็นซูลิ่วหลางยืนอยู่ที่ประตูด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยที่นางหลี่ก็ยืนอยู่ไม่ไกลเช่นกัน
ด้านนอก มีเสียงอื้ออึงเต็มไปหมด
ซูหวั่นเดินออกไปทันที โดยไม่มีเวลาแม้จะเทน้ำออกเสียด้วยซ้ำ จากนั้นก็เรียกให้คนขายเนื้อขนเครื่องในหมูเข้ามา โรงงานยังคงมีกลิ่นอยู่ จึงต้องเก็บของพวกนี้เอาไว้ที่นี่ก่อน
“หนูซู ข้าขนของที่เจ้ามาทั้งหมดแล้ว มีเครื่องในหมูจำนวนหนึ่งร้อยชุด แต่ละชุดเป็นเงินสามสิบสตางค์ รวมแล้วเป็นเงินสามสิบตำลึง”
คนขายเนื้อแซ่ซุน เขามีใบหน้าที่เป็นมิตร
ครอบครัวมีโรงฆ่าสัตว์และต้องฆ่าหมูมากกว่าร้อยตัวทุกวัน ซึ่งเนื้อหมูมีการค้าขายอย่างแพร่หลายมาก
แม้แต่เมืองใกล้เคียงก็มาซื้อของจากเขา โดยที่พ่อค้าเนื้อซุนก็อาศัยจำทางมาด้วย เป็นครั้งแรกที่เขาร่วมมือกับซูหวั่น โดยที่เหมารถม้ามาด้วย
ซูหวั่นนับสิ่งของด้วยตัวเอง และหันไปพูดกับพ่อค้าเนื้อซุนว่า“จำนวนถูกต้องค่ะ พี่ซุน ยินดีที่ได้ร่วมมือกันนะคะ”
“หนูซูเกรงใจไปแล้ว!” พ่อค้าเนื้อซุนยิ้มๆ
เพราะถ้าเครื่องในหมูนี้ขายไม่ได้ก็ต้องโยนทิ้งไปทำเป็นปุ๋ยอยู่ดี ชาวบ้านทำออกมารสชาติไม่ได้ และก็ยังเสียเกลือเสียสมุนไพรที่จะมาทำอีกต่างหาก
แล้วชาวบ้านมีเงินมาทำแบบนี้ที่ไหนกันล่ะ?
โดยที่คนใหญ่คนโตก็คิดว่ามันไม่สมเกียรติ และปกติก็จะไม่กินด้วย
ซูหวั่นต้องการซื้อมัน ดังนั้นเขาจึงยินดีเป็นธรรมดา นอกจากนี้ เขายังเคยกินเนื้อตุ๋นที่ซูหวั่น ทำอีกด้วย เขารู้สึกว่าด้วยรสชาติแบบนี้ มันสามารถตั้งหลักได้ในหมู่บ้านซีสุ่ยเลยทีเดียว
พ่อค้าเนื้อซุนบอกให้ลูกน้องขนสิ่งของลงมาจากรถ แล้วพูดว่า“หนูซู วันนี้ข้ายังมีธุระต่อ ต้องขอตัวกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เวลาเดิม ข้าจะมาอีก!”
“ได้ค่ะ พี่ซุนเดินทางปลอดภัยนะคะ” ซูหวั่นและซูลิ่วหลางเดินมาส่งแขกที่ประตู จากนั้นก็มองไปที่เครื่องในหมูในกะละมังไม้
ของพวกนี้สดใหม่เป็นอย่างมาก
มันจึงทำให้กลิ่นค่อนข้างจะแรงเป็นธรรมดา
สีหน้าของนางหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆซีดเผือด นางเอามือปิดปาก และแทบจะอาเจียนเอากรดออกมา
ด้วยเหตุนี้แม่เฒ่าเซี่ยงจึงทุบตีนางแทบตาย และมองดูนางอย่างจะกินเลือดกินเนื้ออีกด้วย
ซูหวั่นยกเก้าอี้มานั่ง แล้วพูดว่า“น้าสาม เรื่องนี้มันต้องใช้พรสวรรค์นะ น้าทำไม่ได้แล้วมาทำข้าเนี่ยนะ?”
พรสวรรค์?
แค่ทำอาหารจะต้องใช้พรสวรรค์อะไรกัน!
นางหวางกลอกตามองบนหลายตลบ แทบจะกระโจนเข้าไปฉีกปากของซูหวั่นเสียให้ได้ แต่ก็ยังถามอย่างอ่อนข้อให้“อาหวั่น เจ้าสอนข้าทำจะได้หรือเปล่า?”
นังเด็กบ้า รอให้นางได้สูตรก่อนเถอะ ดูสิว่านางจะแย่งเอาโรงงานมาได้อย่างไร
เมื่อถึงเวลานั้น ครอบครัวของบ้านรองจะต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนนางอย่างแน่นอน
ดูสิว่าซูหวั่นจะลอยหน้าลอยตาไปได้สักกี่น้ำ!
ซูหวั่นมองแผนการในใจของนางหวางออกอยู่แล้ว จึงหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า“น้าสามคะ คนอื่นเขามีความสามารถหาเงินได้จะบอกกับน้าอย่างนั้นเหรอ น้าว่าเป็นแบบนั้นไหมล่ะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา