เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2174

………………..

ถวนจื่อพูดขึ้นด้วยเสียงสดใส

“แน่นอนว่ากลับไปนอนนะสิ!”

จื่อเฉินชะงักและเอ่ยถามขึ้น

“ที่นี่ก็มีที่ให้เจ้านอนไม่ใช่หรอกหรือ”

ช่วงนี้ถวนจื่อนอนในห้องเดียวกับเขามาโดยตลอด

ถวนจื่อขยิบตาพลางพูดขึ้น

“แต่แผลของข้าหายดีแล้วนิ!”

อาการบาดเจ็บของจื่อเฉินหายอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวันนี้แม้แต่ผ้าพันแผลอะไรเหล่านั้นก็ถูกถอดออกทั้งหมดในตอนกลางวัน

นางเดินมาดึงมือของจื่อเฉินขึ้น และเผยให้เห็นข้อมือขาวเนียนของนาง

นางพยักหน้าและพูดขึ้น

“เจ้าดูสิ! ดีขึ้นแล้วจริงๆ!”

นอกจากสีผิวบริเวณปากแผลที่ดูยังแตกต่างจากบริเวณอื่นอยู่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าแถบจะฟื้นตัวเกือบทั้งหมดแล้ว

จื่อเฉินรู้สึกคันที่ข้อมือเล็กน้อย

เขาดึงมือกลับโดยไม่แสดงความรู้สึกออกมาและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกำลังพิจารณาอะไรอยู่

“ข้าคิดว่านายท่านคงต้องใช้เวลาสักพักถึงจะกลับมา ดังนั้น…”

ถวนจื่อติดคนอย่างมาก

เวลาส่วนใหญ่ล้วนตามติดฉู่หลิวเยว่ แต่ครั้งนี้ที่นางกับหรงซิวจากไปกลับไม่ได้พาพวกมันทั้งสองไปด้วย

เดิมทีคิดว่าหลังจากบาดแผลหายดีแล้วในวันนี้ ถวนจื่อน่าจะยังคงไม่ยอมนอนคนเดียว เขาจึงตั้งใจเก็บห้องข้างๆ ไว้

แต่ไม่คิดว่า…

“อ้อ! จริงด้วย!”

หรงซิวก็อยู่ด้วยสินะ!

นางวิ่งเหยาะๆ สองสามก้าวตามจื่อเฉินไป พลางแหงนหน้าเอ่ยถามขึ้นว่า

“จื่อเฉิน เจ้าว่าข้ากลับไปตอนนี้จะไม่ค่อยเหมาะสมใช่หรือไม่”

นี่ไม่ใช่จิตสำนึกที่สูงส่งของนาง แต่เพราะมีบทเรียนมายมายจึงมีปฏิกิริยาตอนสอนงแบบมีเงื่อนไขเช่นนี้

และนางก็ไม่ต้องการถูกคนหิ้วและโยนออกมาอีกแล้ว!

จื่อเฉินชะงักฝีกเท้าและมองดูท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่งด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“ไม่หรอก ถึงแม้สีท้องฟ้าจะดูสายไปหน่อย แต่นางเอ็นดูเจ้ามากที่สุด ไม่ต้องกังวลไปหรอก”

เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ถวนจื่อก็ยิ่งรู้สึกไม่เหมาะสม

“เอาเถอะ เช่นนั้นข้าก็ยิ่งไปไม่ได้แล้วล่ะ! ข้าจะนอนที่นี่ก็แล้วกัน!”

เมื่อพูดจบ นางจึงวิ่งซอยเท้าเข้าไปด้วยเท้าคู่เล็กนั่น

“จื่อเฉิน! วันนี้ข้านอนบนเตียงได้หรือไม่”

ถวนจื่อหันหน้าและโผล่หัวกลมๆ ออกมา

จื่อเฉินพยักหน้าเล็กน้อย

“อืม”

ในวันที่สองโหมวเจินมาถึงท่านเรือดอกท้อ

เขาเดินทางมาอย่างเร่งรีบโดยไม่หยุดพักและมุ่งตรงเข้าไปในจวนเยว่

เมื่อเขาผ่านค่ายกลเข้ามา ฉู่หลิวเยว่จึงรับรู้การมาถึงของเขาและตั้งใจออกมาต้อนรับ

“ผู้อาวุโสโหมวเจิน”

ฉู่หลิวเยว่ก้าวไปข้างหน้า

โหมวเจินโบกมือและท่าทางดูผ่อนคลายเช่นเคยพลางขมวดคิ้วแน่นอยู่หลายส่วน

เข้าไปคุยในห้องเถอะ”

ในท้องโถงฉู่หลิวเยว่กับโหมวเจินนั่งตรงข้ามกัน

“ไม่นับว่าเข้าใจ เป็นเพียงจุดเริ่มเล็กๆ เท่านั้น ซึ่งบรรพบุรุษของข้าในตระกูลไท่ซวีเฟิ่งหลง ก็ตกอยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นั่นเช่นกัน”

ฉู่หลิวเยว่คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดออกมาเช่นนี้ นางจึงตกใจอย่างมาก

“แต่…ข่าวลือดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนี้…”

“ข้าบอกแล้วว่า นั่นเป็นข่าวลือทั้งหมด”

โหมวเจินตีที่วางแขนและพูดขึ้นด้วยอารมณ์

“อันที่จริงมีเพียงหัวหน้าตระกูลไท่ซวีเฟิ่งหลงเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ และเรื่องนี้มีความสําคัญและเป็นความลับอย่างยิ่ง หากประตูแดนสวรรค์ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ไม่เปิดออกในครั้งนี้ ข้าก็คงยังไม่เปิดเผยเรื่องเหล่านี้”

ฉู่หลิวเยว่นึกถึงเสามังกรเคลื่อนของวิหารไท่ซวี

ถึงแม้ข้างในจะหลงเหลือเพียงลมปราณของบรรพบุรุษไท่ซวีเฟิ่งหลง แต่ก็ยังทรงพลังน่าเกรงขามจนน่าเคารพยกย่อง

จึงเห็นได้ว่าคนเหล่านั้นในสมัยที่รุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์เรียกฟ้าเรียกฝนอย่างไร

มีข่าวลือว่าชีวิตและความตายถูกกำหนดโดยโชคชะตาของคนเหล่านั้น แน่นอนว่าการตกต่ำที่ใครจะรู้ว่า…จริงๆ แล้วเกี่ยวข้องกับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์หรือไม่”

“จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ตระกูลไท่ซวีเฟิ่งหลงของข้าที่เป็นเช่นนี้”

โหมวเจินมองฉู่หลิวเยว่ด้วยสายตาสับสน

“คนนั้นที่มาจากตระกูลหงส์ทองคำก็เหมือนกัน แม้กระทั่ง…”

จู่ๆ เขาก็ชะงักไปชั่วขณะ และดูเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ขึ้นมาพลางคิ้วขมวดแน่น

ภายในห้องโถงเงียบสงัด

ฉู่หลิวเยว่ตกใจเล็กน้อย

แม้กระกระทั่ง?

แม้กระทั่งสิ่งใด

เมื่อได้ยินความหมายเช่นนี้ของโหมวเจิน หรือว่าบรรพบุรุษของตระกูลหงส์ทองคำ มีจุดจบที่ยิ่งกว่านี้…

“เหตุใดอี้เจายังไม่มา”

โหมวเจินเอ่ยถามกะทันหัน

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์