เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 2171

………………..

สิ่งนั้นคือค่ายกลและผนึก

ทั้งซับซ้อนและแรงกดดันอันทรงอย่างที่สุด!

แม้นางจะอยู่ทะเลทรายจันทราสีชาดมาหลายปี กลับไม่เคยเห็นผนึกเช่นนี้มาก่อน แต่สิ่งที่แปลกก็คือไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางรู้สึกคุ้นเคยกับลมปราณด้านบนนี้อย่างบอกไม่ถูก

จึงทำให้นางนึกถึงดวงตานั่น

ภัยบุหลันที่จะมาถึง ไม่รู้ว่าด้านล่างนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่

“ด้านล่างนี้มีข้อห้ามมากมาย เกรงว่าจะเข้าไปไม่ได้

หรงซิวพูดขึ้น

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า และเรียกกระบี่ยาวมาไว้ในมือ

แน่นอนว่ากระบี่ดาราเลือนก่อนหน้านี้ได้ถูกหลอมและกลายเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อ

ครึ่งหนึ่งเป็นสีทองแดง อีกครึ่งหนึ่งเป็นสีดำเขียว ภายใต้แสงสะท้อนของแสงหิมะขาวที่สว่างสุกใสและเจิดจ้าเป็นพิเศษ

เมื่อนางตั้งจิตเปลวไฟก็พุ่งขึ้นมา และได้หลอมละลายด้ามกระบี่ที่ไม่สมบูรณ์ของกระบี่ชื่อเซียวไว้

จิตวิญญาณของอาวุธได้รับการผสานขึ้นจากการนำของเปลวไฟเพื่อหลอมรวมเข้ากับกระบี่เล่มใหม่

“เมื่อตัวอ่อนของกระบี่ดาราเลือนถูกสร้างขึ้น จึงถูกเรียกว่ากระบี่ดาราเลือน!”

บนเล่มกระบี่ส่องแสงเจิดจรัสด้วยปราณกระบี่อันเฉียบคม!

น่าเสียดายมากจริงๆ ที่กระบี่ชื่อเซียวถูกทำลายไปเสียแล้ว

แต่ทว่าโชคดีที่นางฝึกฝนกระบี่ดาราเลือนเล่มนี้กับมือตนเอง ซึ่งประจวบเหมาะพอดี

ฉู่หลิวเยว่มองไปทางหรงซิวพลางเอ่ยขึ้น

“เป็นไปได้ว่าพวกพี่เป่าน่าจะติดอยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นั่น พวกเราจะต้องหามันให้เจอโดยเร็วที่สุด”

พี่เป่าและทั้งสามคนติดอยู่ที่ทะเลทรายจันทราสีชาดเป็นเวลาหมื่นปี และไม่เคยออกจากที่นี่เลย

หรงซิวหยุดชะงักเล็กน้อยและพูดขึ้น

“ข้ารู้ว่าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ไหน”

ไกลออกไปหมื่นลี้

ภายในห้องขังที่มืดมิดและคับแคบ ตู๋กูโม่เป่านั่งสมาธิอยู่คนเดียวลำพัง

เสื้อคลุมสีม่วงที่เหมือนเกราะอ่อนของเขามีรอยขาดเสียหายอยู่หลายแห่ง อีกทั้งร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยเลือด ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา

ผ่านไปครึ่งวัน ก็มีเสียงแหบแห้งดังขึ้น

“เจ้าคิดดีแล้วหรือ”

ดูเหมือนตู๋กูโม่เป่าจะไม่ได้ยินจึงไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแต่อย่างได้

เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังขึ้น

“การคุมขังอย่างทรมานเป็นหมื่นปี ไม่ทำให้เจ้ารู้สึกอันใดเลยหรือ”

ตู๋กูโม่เป่ายังคงไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด ใบหน้าที่ขาวซีดราวกับหิมะที่เปื้อนไปด้วยเลือดแดงฉาดและแห้งกรังอยู่หลายจุด ทำให้เขายิ่งดูซีดเซียวมากกว่าเดิม

แต่ถึงอย่างไรหลังของเขายังตั้งตรงราวกับต้นสนสีเขียวที่ตั้งตระหง่าในหิมะเพรียบพร้อมด้วยความสูงศักดิ์และเย่อหยิ่งที่ฝังลึกในกระดูกและเลือดเนื้อ

ท่าทีเช่นนี้ดูเหมือนจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามโกรธเคือง

“ตู๋กูโม่เป่า เจ้าช่างกระดูกหนายิ่งนัก แต่เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าสองคนนั้นไม่เหมือนกับเจ้า หากเจ้าไม่ยอมลดละแม้แต่วันเดียว พวกเขาก็ยิ่งทรมานขึ้นอีกวัน ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเพื่อนของเจ้ามานับหมื่นปี เจ้าจะทนเห็นพวกเขาตายไปโดยไม่ช่วยจริงๆ หรือ”

คิ้วของตู๋กูโม่เป่าขยับเล็กน้อยและค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ดวงตาสีม่วงมีเสน่ห์น่าหลงใหลคู่นั้น ส่องประกายอย่างเย็นชา

“เจ้าไม่กล้าฆ่าพวกเขา”

“ไม่เลว ตอนนี้ข้าจะไม่ฆ่าพวกเจ้า แต่ก็น่าเสียดายที่หลานเซียวเพิ่งหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์…แต่ถ้าเทียบกับผู้อาวุโสลำดับห้า ก็นับว่าเขาก็ไม่เลวเลยทีเดียว เจ้าก็รู้ดีว่าการเข้าไปในในทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่มีร่างศักดิ์สิทธิ์จะเจ็บปวดทรมานเพียงใด สุดท้ายแล้วเมื่อหมื่นปีก่อนเจ้าก็เคยผ่านมาแล้วไม่ใช่หรือ”

ความพึงพอใจในน้ำเสียงนั่นราวกับแกล้งแสดง ทั้งเยียบเย็นและหนาวเหน็บ ทำให้ผู้คนจิตใจสั่นไหว

“เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยเอ่ยถาม อีกทั้ง…คนที่รู้จักที่แห่งนี้ คงไม่ใช่เพียงคนเดียวเสียหน่อย ผู้อาวุโสอี้เจากับผู้อาวุโสโหมวเจิน น่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องข่าวลือทั้งหมด”

ฉู่หลิวเยว่กลับมาได้สติ

“ที่นี่…”

“นี่คือสถานที่ที่มีอยู่จริงในข่าวลืออันห่างไกล ว่ากันว่าเมื่อหลายหมื่นปีก่อนอาณาจักรลึกลับแห่งหนึ่งเคยปรากฏขึ้นในอาณาจักรเสิ่นซวี่ ผู้คนต่างเรียกว่าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยพลังแห่งสวรรค์และโลก มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ผู้แข็งแกร่งมากมาย ที่สําคัญกว่านั้นคือถ้าสามารถเข้าไปฝึกตนในนั้นได้ ยิ่งเป็นไปได้ก็จะสามารถทะลวงขั้นพันธนาการของเทพศักดิ์สิทธิ์ และกลายเป็นการมีอยู่ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพียงแต่ต่อมาไม่รู้เพราะเหตุใดสถานที่นั่นนก็หายไปอย่างลึกลับ คนที่รู้เรื่องนี้ก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ”

“มีบางคนคาดเดาว่าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์คือปาฏิหาริย์ที่มาเยือนโลกทุกๆ หมื่นปี เมื่อเทพศักดิ์สิทธิ์ก้าวข้ามธรณีประตูนั่น จึงกลายเป็นเทพผู้ไม่มีใครเทียบได้”

“แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวลือ และไม่มีใครพิสูจน์ได้ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะปรากฏขึ้นจริงๆ ในตอนนี้”

ฉู๋หลิวเยว่กระซิบขึ้นว่า

“ทะลวงขึ้นเทพศักดิ์สิทธิ์…”

ภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่ในช่วงหมื่นปีมานี้ไม่เคยมีผู้ใดทำลายโซ่ตรวนนั่นได้สำเร็จ

ตู๋กูโม่เป่าและทั้งสามคนดูเหมือนจะมีชีวิตอยู่เช่นนี้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงถูกกักขังอยู่ในทะเลทรายจันทราสีชาดนับหมื่นปี และโลกมนุษย์ไม่รับรู้ถึงการมีอยู่นั้น

ทันใดนั้นม่านตาของนางก็หดเล็กลง

“ช้าก่อน เมื่ออาคารแปลกๆ ปรากฏขึ้นที่นี่ อีกทั้งในอาณาจักรเสิ่นซวี่ก็มีข่าวลือว่าเกี่ยวข้องกับการทะลวงขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ หรือว่า…นั่นคือตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์? หรือมีความสัมพันธ์บางอย่างที่ใกล้ชิดกับตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ”

หรงซิวชะงักไปครู่หนึ่ง

“ตอนที่หมอกปกคุลม เจ้าเห็นอักษรที่อยู่บนป้ายชัดหรือไม่”

ฉู่หลิวเยว่ส่ายหน้า

อันที่จริงเป็นเพราะการบดบังของหมอกขาวนั่น ทำให้นางแทบไม่ได้สอดส่องได้ทั่วพระราชวังนั่น จำได้เพียงจัตุรัสหยกดำ และยังมีกำแพงทรงกลมที่ตั้งตระหง่างดงามนั่น

อาจสืบส่องอาคารนั่นได้ทั้งหมด

“บางที เมื่อไปถึงตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็จะรู้ทุกอย่าง”

ฉู่หลิวเยว่จับเกราะกิเลนม่วงในมือไว้แน่น นางเม้มริมฝีปากและพยักหน้าเบาๆ

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์