ในตอนนั้นพลังที่นางถูกปอกลอกดูดกลืนไปทะลุขีดจำกัดที่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงธรรมดาคนหนึ่งจะต้านทานไหวแล้ว!
หากมิใช่เพราะพลังปราณดั้งเดิมที่กักเก็บไว้ในร่างของนางอุดมเฟื่องฟู เกรงว่าตอนนี้นางคงสิ้นชีวิตเพราะอิดโรยไปเป็นแน่
แต่ที่น่ากลัวคือ…ทั้งหมดทุกอย่างนี้ยังคงดำเนินต่อ!
ภายในจารึกสุสานราวกับมีหลุมไร้ก้นบึ้งที่คอยช่วงชิงพลังของนางอย่างต่อเนื่อง!
ฉู่หลิวเยว่หลับตาลง คอยจัดการโคจรลมปราณพลางครุ่นคิดไม่หยุดหย่อน
ข้างในนี้ซ่อนอะไรเอาไว้กันแน่?
ตึกตัก!
ตึกตัก!
เสียงหัวใจเต้นราวกับดังอยู่ข้างหูก็มิปาน!
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครา
อักษรโบราณสลักบนจารึกสุสานฝั่งที่แต่เดิมมืดทึมไร้แสงใต้ฝ่ามือของนางกำลังเรืองแสงขึ้นมาทีละน้อย
เห็นได้ชัดเลยว่ามันกำลังใช้ประโยชน์จากพลังของนางที่ดูดกลืนไป!
ฉู่หลิวเยว่พลันหยักยกมุมปากขึ้น ก่อนหัวเราะออกมาอย่างอับจนปัญญา
“ถ้ารู้แต่แรกว่าเป็นแบบนี้ คงไปหาชิงสมบัติศักดิ์สิทธิที่เหลือก่อนมานี่แล้ว…”
หากสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าชิ้นของท่านซูอยู่ในมือนาง คงไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานใหญ่หลวงปานนี้
แต่บัดนี้เรื่องราวมันดำเนินมาจนถึงขั้นนี้แล้ว มาคร่ำครวญเรื่องพวกนี้ไปก็ไร้ประโยชน์
ฉู่หลิวเยว่หลับตาลง
เกรงว่าคนนอกคงคิดว่าตอนนี้นางกำลังรับมรดกของถังเคออยู่ไม่ผิดแน่
“ไม่รู้ว่าท่านซูผู้นี้มีความสัมพันธ์กับเขาอย่างไรแน่ถึงได้ทำให้เขาทุ่มเทลงแรงไปขนาดนี้…”
ฉู่หลิวเยว่พึมพำเสียงต่ำ
แกร๊ก!
สุ้มเสียงแตกร้าวเล็กๆ คราหนึ่งพลันแว่วดังขึ้นมา!
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับตื่นตกใจ รีบหันศีรษะไปมองทันที อักษรโบราณส่วนสุดท้ายที่มืดทึมบัดนี้ถูกแสงสว่างเข้าปกคลุมทั้งหมดได้ในที่สุด!
หึ่ง!
ชั่วขณะนั้นเอง แสงสว่างก็เรืองรองเจิดจ้า!
ฉู่หลิวเยว่เพียงรู้สึกว่าลมปราณปริมาณมหาศาลพลันพวยพุ่งออกมาจากจารึกสุสาน ก่อนไหลหลั่งมายังทิศทางของนาง!
นางตื่นตระหนกจนใจแทบร่วง รีบถอยหลังในทันใด!
อีกทั้งครานี้แรงกดดันทั้งมวลอันหาสาเหตุไม่ได้รอบตัวนางพลันสลายหายไปในที่สุด นางรีบถอยหลังห่างออกไปอย่างรวดเร็ว!
ฉู่หลิวเยว่คิดไม่ถึงว่าตนเองจะดิ้นรนออกมาได้สำเร็จจริงๆ นางมองฝ่ามือของตนอย่างตกตะลึงแวบหนึ่ง
หลุด…หลุดออกมาแล้ว!
จารึกสุสานนั่น…
นางเหลือบสายตาขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว กลับพบว่าแสงสว่างบนจารึกสุสานเข้ารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
จากนั้น เงาร่างกึ่งโปร่งแสงร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา!
เป็นร่างของสตรีที่อายุอานามประมาณยี่สิบกว่าปีผู้หนึ่ง
นางสวมชุดคลุมยาวสีเขียวอ่อน รูปร่างสูงเพรียว เรือนผมดำเงางามปล่อยสยายลงมาปรกข้อศอก คาดไว้เพียงผ้าคาดศีรษะสีเงินฝังทับทิมเส้นหนึ่ง
องค์ประกอบใบหน้างดงามหมดจด เจริญตาสง่าเฉิดฉาย
ยามนางมองมา ดวงตาของนางดุจสายน้ำยามวสันต์ อบอุ่นและอ่อนโยนยิ่ง
เพียงแวบเดียวก็มองออกว่านี่คือสตรีที่อ่อนโยนอย่างยิ่งผู้หนึ่ง
“ซูหลี่ขอขอบคุณแม่นางที่ช่วยชีวิต”
สุรเสียงดุจนกขมิ้น ไพเราะเพราะพริ้งแลเสนาะหู
ทว่าฉู่หลิวเยว่กลับเบิกตากว้างน้อยๆ
นี่ นี่มัน…
“ท่านซูอย่างนั้นหรือ!”
นางเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เชื่อสายตา
ซูหลี่คลี่ยิ้มออกมา ปรากฏลักยิ้มเล็กๆ สองอันให้เห็นข้างริมฝีปาก
“มิบังอาจ แม่นางมีเมตตาใหญ่หลวง ซูหลี่ไม่มีทางลืมจวบสิ้นชีวิต”
เป็นนางจริงด้วย!
ฉู่หลิวเยว่ราวกับถูกอัสนีบาตผ่ากลางกระหม่อม ยืนค้างมองสตรีเบื้องหน้าอยู่พักใหญ่ ทว่าในใจกลับมีพายุโหมกระหน่ำ!
ซูหลี่!
การต่อสู้ระหว่างซูหลี่กับถังเคอในครานั้นเกิดขึ้นที่ท่าเรือดอกท้อ อีกทั้งบนจารึกสุสานของนางก็สลักอักษรโบราณที่อยู่บนโล่ผสานนภาไว้ครึ่งหนึ่งด้วย
นางจะรู้เรื่องพวกนี้ได้ย่อมไม่ผิดแผกอะไร
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้ารับแผ่วเบา
“แม่นางซั่งกวนเรียกกันเช่นนี้ ออกจะห่างเหินไปหน่อยกระมัง”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มพลางส่ายศีรษะ
“ท่านเป็นผู้อาวุโส อีกทั้งคนในใต้หล้าต่างพากันเคารพนับถือเรียกท่านว่าท่านซู ข้าเองก็ชินปากเรียกเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน”
แม้ซูหลี่ที่อยู่เบื้องหน้าจะนุ่มนวลและใจกว้าง งดงามสุขุม แต่นางก็ไม่ลืมว่าครึ่งหนึ่งของสิบสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ล้วนมาจากมือของนาง!
บุคคลเช่นนี้จะได้รับการขนานนามว่า “ท่าน” ย่อมคู่ควรแล้ว
แววตาของซูหลี่วูบไหวน้อยๆ ราวกับจมดิ่งสู่ความทรงจำอันยาวนาน พักใหญ่กว่าจะถอนใจออกมาพลางหัวเราะเสียงแผ่ว
“ตอนนั้นข้าปลอมเป็นบุรุษเตร็ดเตร่ไปในอาณาจักรเสิ่นซวี่ ดังนั้น…”
ดังนั้นจึงทำให้ทุกคนเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของนางผิดไป
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
ความจริงข้อนี้นางก็พอเดาได้แล้ว
แค่การต่อสู้ระหว่างซูหลี่กับถังเคอในครานั้นก็เพียงพอจะทำให้คนตื่นตระหนกตกใจกันได้แล้ว
หากทุกคนยังได้รู้อีกว่านางเป็นสตรี เกรงว่าคงทำเอาคนจำนวนนับไม่ถ้วนตื่นตะลึงไปตามกันยิ่งกว่าแน่
ระหว่างที่ซูหลี่พูด สีหน้าของนางก็เผยแววรู้สึกผิดออกมา
“พูดไปแล้ว เมื่อครู่…ที่บังคับกลืนกินพลังปราณดั้งเดิมของแม่นางซั่งกวนมานั้นหาใช่ความปรารถนาของข้าไม่ ล่วงเกินเอาไว้มากแล้ว หวังว่าแม่นางซั่งกวนจะให้อภัย”
พูดมาถึงตรงนี้ ความจริงแล้วฉู่หลิวเยว่เองก็มีคำถามมากมายเช่นเดียวกัน
“ความหมายของท่านซูก็คือ…”
หรือว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นมิใช่ฝีมือนาง?
ประหนึ่งมองความใคร่รู้ของฉู่หลิวเยว่ออก ซูหลี่ถอนใจออกมาแผ่วเบา ก่อนหมุนตัวกลับไปมองจารึกสุสานอันนั้น
“แม่นางซั่งกวนรู้หรือไม่ว่าจารึกสุสานนี่เป็นผู้ใดสร้าง?”
ซูหลี่ผงกศีรษะ บริเวณหว่างคิ้วปรากฏร่องรอยเศร้าโศกจางๆ
“ความจริงแล้ว ผู้ที่ตั้งจารึกสุสานสองอันนี้ขึ้นมาคือเขา หลังการต่อสู้ปีนั้น ตัวข้ากายเนื้อดับสูญวิญญาณแตกสลาย ทว่าเขากลับมีชีวิตรอด และเพราะได้ความช่วยเหลือจากเขา วิญญาณของข้าจึงยังคงสภาพเดิมได้ ก่อนจมสู่ห้วงนิทราลึกมาจนถึงปัจจุบัน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...