ชายหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างกำยำแข็งแรง ผิวดำคล้ำ โครงหน้าชัดเจน ดูเหมือนเขาจะเป็นคนตรงไปตรงมาอย่างมาก
หรงซิวยิ้ม
“พวกเราเป็นคู่สามีภรรยาที่เพิ่งจะมาถึงที่นี่และมีหลายสิ่งที่ไม่เข้าใจจริงๆ มิรู้ว่าพี่ชายท่านนี้จะช่วยคลายความสงสัยได้หรือไม่”
ถึงแม้เขาจะปลอมตัวอย่างเต็มที่ ดูจากหน้าตาธรรมดาและด้วยท่าทางอันสง่างามเกือบจะปกปิดเอาไว้ได้หมด แต่เวลาพูดนั้นดูสุภาพเกรงใจและไม่ถือตัว ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกชอบพอเข้าได้ง่าย
“พวกเราไม่มีเวลามากขนาดนั้น!”
ด้านหลังชายหนุ่มผู้นั้น จู่ๆก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
นางงดงามมาตั้งแต่เกิด แต่งหน้าบางๆ ยิ่งทำให้นางงดงามราวกับภาพวาด
ขณะนั้นนางมองไปทางหรงซิวและฉู่หลิวเยว่ด้วยสายตาที่เบื่อหน่ายอย่างมิอาจปิดปังได้
“พี่ชาย พวกเรารีบเข้าไปในเมืองกันดีหรือไม่? หากช้ากว่านี้จะไม่เป็นการดีนัก”
นางเดินไปหาชายหนุ่มผู้นั้นที่ด้านข้างพลางจับแขนของเขาและทำท่าออดอ้อน
ใบหน้าดำคล้ำของขายหนุ่มผู้นั้นเผยให้เห็นความลังเลอยู่หลายส่วน
จริงๆ แล้วพวกเรามาถึงช้าไปเล็กน้อย แต่หากล่าช้ากว่านี้…
เมื่อหรงซิวเห็นท่าทางเช่นนี้จึงเลิกคิ้วและหัวเราะเบาๆ
“ดูเหมือนทุกท่านมีเรื่องเร่งด่วน เช่นนั้นพวกเราไม่รบกวนแล้ว”
หลังจากพูดจบเขาก็หันหลังกลับและคิดที่จะออกไป
“โอ้ว…”
ชายหนุ่มหน้าดำคล้ำผู้นั้นรีบตะโกนเรียกหรงซิวในทันที
“พี่ชายท่านนี้ โปรดอย่าถือสา น้องสาวของข้าเป็นคนพูดจาโผงผางและไม่มีเจตนาไม่ดีอันใด ในเมื่อเราเจอกันแล้วก็นับว่ามีวาสนาต่อกัน มิสู้ทุกคนร่วมมือกันตามกระบวนการจะดีกว่า ระหว่างทางค่อยหารือกันอย่างละเอียดอีกครั้ง ดีหรือไม่”
สิ่งที่สําคัญที่สุดคือเขาไม่สามารถเห็นความแข็งแกร่งของทั้งสองคนได้
ผู้ที่มาเยือนอวิ๋นโจวแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นเสือหมอบมังกรแอบ[1] สามารถสร้างมิตรย่อมดีกว่าสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ามาก
เมื่อคำนี้พูดออกมา สตรีที่อยู่ด้านหลังเขารวมทั้งคนอื่นๆ อีกหลายคนก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เหตุใดพี่ใหญ่ถึงใจกว้างกับสองคนนี้เป็นพิเศษ
แต่ในเมื่อเขาพูดเช่นนี้แล้ว พวกเขาคงไม่มีทางโต้แย้งเป็นแน่
หรงซิวมองไปทางฉู่หลิวเยว่
“ฟูเหริน…”
ฉู่หลิวเยว่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ใช่แล้ว! นี่เป็นการทดสอบที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่สามในเมืองอวิ๋นโจว ได้ยินว่าการทดสอบในครั้งนี้ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน พรุ่งนี้ก็จะเริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว! หากช้าไปวันเดียวก็ตามไม่ทันแล้ว! เมื่อพลาดไปแล้วคงต้องรออีกครึ่งปี”
เฮ่อจื่อจี้อธิบายขึ้น
“การทดสอบครั้งนี้…สำคัญมากเชียวรึ”
หรงซิวถามกลับ
เฮ่อจื่อจี้อมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ ราวกับว่าหรงซิวไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยและดูเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
เฮ่อจื่อจี้อเพิ่มน้ำเสียงอย่างหนักแน่น
“หากสามารถผ่านการทดสอบ ก็จะได้รับสิทธิ์ในการผ่านด่านประตูแดนสวรรค์! เพื่อเข้าไปฝึกฝนที่อาณาจักรเสิ่นซวี่ เป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องการจะไป”
ขณะที่พูดเขาก็ลดเสียงต่ำลง
“องค์หญิงท่านั้นแห่งราชวงศ์เทียนลิ่ง รู้ใจใช่หรือไม่ นางก็มาจากที่นี่ และได้เข้าไปที่อาณาจักรเสิ่นซวี่!”
“แค่ก…แค่ก!”
ฉู่หลิวเยว่กระแอมเสียงขึ้นในทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...