เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1985

………………..

รอยยิ้มบนใบหน้าของซานซานเบ่งบานขึ้นอีกครั้งในทันที

“แฮ่ๆ นายท่านช่างหลักแหลมจริงๆ ท่านเดาได้ถูกต้อง นับจากที่ข้าปล่อยข่าวออกไปเมื่อสามวันก่อน โดยวางแผนจะขายสมุนไพรกับยาอายุวัฒนะที่ท่าเรือดอกท้อ หลายวันมานี้ได้รับข่าวจากหลายตระกูลอย่างต่อเนื่อง นี่คือรายชื่อทีข้าได้รวบรวมเอาไว้แล้ว ท่านดูสิ!”

ขณะที่พูดเขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งด้วยมือทั้งสองข้าง

ฉู่หลิวเยว่รับกระดาษแผ่นนั้นมา

มีรายชื่อเขียนอยู่บนกระดาษชุดหนึ่ง

ส่วนใหญ่เป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงที่มีชื่อเสียงในอาณาจักรเสิ่นซวี่

ในบรรดาคนเหล่านี้ฉู่หลิวเยว่ค่อนข้างคุ้นเคยอยู่บ้าง

ซานซานถูมือไปมาจนยากที่จะซ่อนความตื่นเต้นและความร้อนรนเอาไว้ได้

“นายท่าน ตั้งแต่ที่ท่านชนะอี้เหวินเทา ชื่อเสียงของจวนเยว่ในท่าเรือดอกท้อของพวกเรานั้นนับว่าคลี่คลายได้สำเร็จแล้ว! ตอนนี้ผู้คนไม่น้อยจากอาณาจักรเสิ่นซวี่ล้วนต้องการสร้างสัมพันธ์อันดีกับพวกเรา!”

หากจะพูดว่า ‘เอาใจ’ ก็คงไม่เกินไป

ทุกคนในอาณาจักรเสิ่นซวี่ต่างรู้ดีว่าท่าเรือดอกท้อเป็นดินแดนล้ำค่าเช่นใด

บัดนี้สถานที่แห่งนี้เป็นของฉู่หลิวเยว่แล้ว พวกเขาทำได้เพียงยอมรับความด้อยกว่านี้แทน

แม้จะไม่ได้ครอบครองท่าเรือดอกท้อ แต่หากได้ทรัพยากรของท่าเรือดอกท้อ เช่นนั้นก็เหมือนกันนะสิ!

ที่แห่งนี้มีพลังแห่งสวรรค์และโลก และยังเป็นดินแดนพิเศษที่ทำการเพาะปลูกให้เติบโตได้ทุกประเภท

จำนวนไม่น้อยล้วนพบหาได้ยากในทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่

แม้ว่าก่อนหน้านี้ซานซานจะเปิดร้านเพียงไม่กี่แห่งในท่าเรือดอกท้อ แต่ในความเป็นจริงกลับมีชื่อเสียงอย่างมาก

บางครั้งก็มีบุคคลมีชื่อเสียงเข้ามา เพื่อต้องการซื้อสมุนไพรกับยาอายุวัฒนะต่างๆ อันล้ำค่าจากที่แห่งนี้

นับตั้งแต่ซานซานปล่อยข่าวออกไป หลังจากนั้นก็มีตระกูลขุนนางมาแสดงน้ำใจจำนวนมากทีเดียว

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เหตุใดจะไม่ให้ความร่วมมือเล่า

ซานซานเกือบจะจินตนาการรอถึงฉากนั้นไม่ไหว

อย่างใดก็ตามท่าเรือดอกท้อท่าแห่งนี้แค่พื้นที่เล็กๆ ของเขาเพียงอย่างเดียวก็แทบจะมีดินแดนอันล้ำค่าอย่างไม่มีวันหมด ดังนั้นหากนำออกมาอย่างพอดี คงไม่เกิดผลกระทบอันใด

แม้คนอื่นจะไม่รู้ แต่นายท่านกับเขากลับรู้เรื่องนี้ดีที่สุด

เป็นเพราะเมื่อก่อนถูกคนของสำนักกระบี่ทมิฬบีบบังคับ เขาจึงพยายามปกปิดและระมัดระวังมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เขาปล่อยวางมันลงได้แล้ว!

“นายท่าน ท่านดูรายชื่อนี้มีอันใดต้องแก้ไขอีกหรือไม่”

ฉู่หลิวเยว่อ่านดูอีกครั้ง

“เฟยซิงเหมิน และตระกูลนี้…”

นางพูดพลางชี้ไปบนกระดาษนั่น

ซานซานโน้มตัวไปดูและจดบันทึกเอาไว้อย่างรวดเร็ว

“นอกจากสี่ตระกูลนี้ ตระกูลที่เหลือปฏิเสธทั้งหมด”

ฉู่หลิวเยว่พูดเสียงเบา

ซานซานที่กำลังรอคอยด้วยความตื่นเต้นดีใจ แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้เข้าก็ประหลาดใจขึ้นในทันที

“ท่านก็ จะเลือกสี่ตระกูลอย่างนั้นหรือ!”

และปฏิเสธตระกูลที่เหลือทั้งหมดอย่างนั้นหรือ

แต่ด้านบนยังมีอีกสิบกว่าตระกูล!

นายท่าน นี่ยังไม่ถึงหนึ่งในสามเลย!

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าและส่งกระดาษแผ่นนั้นกลับไป

ซานซานไม่เข้าใจอย่างมากและจ้องมองรายชื่อบนกระดาษชุดนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

“นายท่าน นี่ท่าน…เลือกน้อยเกินไปหรือไม่ บางตระกูลที่เหลือเป็นตระกูลใหญ่และทำการค้าขนาดใหญ่ ล้วนไม่ธรรมดาทั้งนั้น…”

“เจ้าควรไปถามว่า พวกเขามีเจตนาดีได้อย่างใดหลังจากที่รุกรานข้าได้ เมื่อคิดดีแล้วค่อยเขียนจดหมายกลับมา”

ในรายชื่อนี้มีจำนวนไม่น้อยที่เมื่อก่อนเคยผิดใจกับนางอยู่บ่อยครั้ง

ซานซานตะลึงไปครู่หนึ่ง ทำให้นึกถึงนายท่านของตัวเองที่เมื่อก่อนเคยอยู่อาณาจักรเสิ่นซวี่และเคยถูกโจมตีจากตระกูลชั้นสูงมาไม่น้อยจริงๆ

เขาตีเข้าที่หัวตนเองและรู้สึกเจ็บใจอย่างมาก

เหตุใดถึงลืมสิ่งนี้ไปได้!

“นายท่าน ใจเย็นก่อน ข้าแค่เพียงหลงลืมไปเท่านั้น…”

ซานซานรู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก

ฉู่หลิวเยว่ยิ้มและมองเขาครู่หนึ่ง

“พอแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ อันที่จริงตระกูลเหล่านี้ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่เคยติดต่อกับข้า แต่สถานการณ์ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หากเลือกมามากเกินไปจะทำให้ดูดึงดูดความสนใจเป็นพิเศษก็เท่านั้น”

แม้ว่าสี่ตระกูลจะไม่น้อย แต่หากมีการควบคุมปริมาณก็น่าจะเป็นไปได้

ต้องรู้ว่าในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีชนชั้นสูงหลายตระกูล ที่ไม่มีสมุนไพรกับยาอายุวัฒนะเพียงพอ มีหลายตระกูลที่ต้องซื้อมาจากข้างนอก

และคนที่สามารถจัดหาได้ครั้งละสี่ตระกูล กลับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

จึงเป็นเรื่องดีที่จะทำให้ทุกคนเกิดการคาดเดาบางอย่าง และไม่กล้าดูถูกท่าเรือดอกท้ออีกต่อไป ส่วนเรื่องที่มากกว่านี้ก็ไม่จำเป็นแล้ว

ฉู่หลิวเยว่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

เมื่อได้ยินเสียงของนางและเห็นใบหน้าของนาง เสวี่ยเสวี่ยที่วิ่งไปมาอยู่พักหนึ่งก็รู้สึกตื่นเต้นและอยากจะพุ่งเข้าหานางโดยตรง

สุดท้ายยังไม่ทันที่มันจะเข้ามาถึงก็มีสายตาเย็นชาจ้องมองไปที่มัน

เสวี่ยเสวี่ยตัวแข็งค้างและหยุดอย่างกระทันหัน! สุดท้ายมันค่อยๆ หยุดลงในลานบ้านพอดี

ในเวลานี้มีหิมะหนาทึบชั้นหนึ่งปกคลุมอยู่เต็มพื้น ตรงที่มันอยู่สีของหิมะเกือบจะกลืนเป็นสีเดียวกันกับตัวของมัน

มีเพียงดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งคู่นั้นที่กระจ่างชัดขึ้น

ฉู่หลิวเยว่กวักมือเรียกมัน

“เสวี่ยเสวี่ย มานี่เร็ว!”

จะว่าไปก็ไม่ได้เห็นมันมานานแล้วจริงๆ

เมื่อได้ยินคำนั้น เสวี่ยเสวี่ยจึงกระโดดขึ้นไปหาฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวที่ด้านหน้าพวกเขา

ในตอนแรกมันสะบัดหิมะที่อยู่บนตัวในตำแหน่งที่ค่อนข้างไกล จากนั้นจึงเดินขึ้นไปข้างหน้า

ฉู่หลิวเยว่ลูบหัวมัน

เสวี่ยเสวี่ยหรี่ตาลงด้วยความพอใจและส่งเสียง ‘กูรู’ อยู่ในลำคอ

แต่สายตาของเจ้านายมัน มันจึงทำเป็นไม่สนใจทั้งสิ้น

เจ้าไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเบาๆ ของเยว่เอ่อร์ที่ปล่อยให้มันเข้ามาหรือ

หึ!

“ช่วงนี้เจ้าไปไหนมา”

ฉู่หลิวเยว่ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

เสวี่ยเสวี่ยคิดครู่หนึ่งและกลิ้งลงบนพื้นพลางยกอุ้งเท้าขึ้น

ฉู่หลิวเยว่มองเห็นทรายหยาบมากมายเปื้อนอยู่บนอุ้งเท้าของมัน

นี่คือ…

นางตกใจเล็กน้อย

“เจ้าไปทะเลทรายจันทราสีชาดมารึ”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์