เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1979

………………..

ฉู่หลิวเยว่มองผิดไปเล็กน้อย จึงมองไปทางเยี่ยนชิงที่เดินออกมาจากหัวมุมถนนด้านหน้า

ได้ยินหรงซิวพูดว่าวันนี้เยี่ยนชิงไปส่งคนผู้นั้นที่พระราชวังเมฆสวรรค์ออกนอกเมืองแล้ว

เมื่อไม่นานมานี้เหตุเพราะมีการคาดเดาว่าทางตระกูลหนานจะมีความเคลื่อนไหวบางอย่าง หรงซิวจึงส่งคนจำนวนมากจากพระราชวังเมฆาสวรรค์เข้าไปอย่างลับๆ

บัดนี้เมื่อทุกอย่างได้คลี่คลายลงแล้ว จึงไม่มีประโยชน์อันใดที่พวกเขาจะอยู่ที่นี่ต่อ ดังนั้นหรงซิงจึงให้พวกเขากลับไป และเหลือคนไว้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ไม่คิดว่าจะบังเอิญเช่นนี้ที่ได้พบกันพอดี

เยี่ยนชิงเดินเข้ามา

น้องแปดหันหลังให้เขาและเมื่อได้ยินชื่อของเขา นางแข็งค้างไปทั้งตัวอย่างควบคุมไม่ได้

แม้ว่านางไม่ได้หันไปมองแต่ยังคงได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้อย่างชัดเจน

นางกำมือแน่นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“ถวายบังคม พระชายา”

เยี่ยนซิงยืนนิ่งทำความเคารพ

เขายืนอยู่ข้างน้องแปดกับหลินจือเฟยไม่ไกลกันมากนัก

เมื่อน้องแปดค่อยๆ ชำเลืองมองก็เห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ที่สวมชุดดำทั้งร่างผู้นั้น

ไม่รู้เหตุใดนางถึงรีบร้อนนัก

“เมื่อครู่นี้ข้าน้อยได้ส่งคนสุดท้ายออกไปแล้วขอรับ”

เยี่ยนซิงเอ่ยขึ้น

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้ารับ

เยี่ยนชิงทำเรื่องต่างๆ ได้เรียบร้อยมาโดยตลอด

“ไม่ทราบพระชายา นี่คือ…”

เยี่ยนชิงเห็นพวกเขาเหมือนกับมีแผนอะไรบางอย่าง เมื่อคิดดูแล้วจึงเอ่ยถามขึ้นหนึ่งประโยค

ฉู่หลิวเยว่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“ไม่มีอันใดหรอก ก็แค่ทางด้านประตูแดนสวรรค์เกิดเรื่องเล็กน้อย ข้าคิดจะไปดูด้วยตนเองเสียหน่อย ไปแล้วก็จะกลับมา เจ้าก็ทำธุระของเจ้าต่อเถอะ”

เยี่ยนชิงตอบกลับรับคำขึ้น

หลังจากนั้นจึงหันไปชำเรืองมอง น้องแปดและหลินจือเฟยที่ยืนอยู่ด้านข้าง

จนกระทั่งน้องแปดสัมผัสได้ถึงสายตาของเขา แทบเหมือนพลังงานบางอย่างที่กวาดไปทั่วทั้งร่างของตน!

ทำให้นางรู้สึกเกร็งมากขึ้นเรื่อยๆ ชั่วขณะนั้นจึงยังไม่กล้ามองหน้าเยี่ยนชิง

อย่างใดก็ตามสายตาของเยี่ยนชิง แทบจะไม่หยุดนิ่งเหมือนสายน้ำไหลข้ามผ่านไป

“ที่แท้เป็นคุณชายหลิน”

เยี่ยนชิงผงกศีรษะ

หลินจือเฟยตอบกลับอย่างสุภาพ

“คารวะใต้เท้าเยี่ยนชิง”

เยี่ยนชิงรู้โดยสัญชาตญาณว่าหลินจือเฟยเป็นคนของฉู่หลิงเยว่ เมื่อกล่าวทักทายแล้วยิ่งไม่มีอันใดต้องถามให้มากความ เขาจึงหันตัวเดินออกมา

จนกระทั่งร่างของเขาหายไปในประตูใหญ่ของจวนเยว่ จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่พลันนึกอันใดขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ

เมื่อครู่…

เหมือนเยี่ยนชิงไม่ได้ทักทายน้องแปดคนเดียวอย่างนั้นหรือ

ไม่ใช่ว่าเขาเพียงพยักหน้าให้เฉินอีอย่างง่ายดายเท่านั้น

แต่จากสถานการณ์เมื่อครู่ ดูเหมือนน้องแปดไม่ค่อยอยากพูดกับเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอันใดมากนัก

เดิมทีพวกเขาทั้งสองมีความขัดแย้งกัน ไม่แน่ว่ายังคงทะเลาะกันอยู่…

ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดเงียบๆ คนเดียว

เยี่ยนชิงไม่ใช่คนเจ้าอารมณ์เช่นนั้น ดูแล้วเป็นคนใจกว้างแต่ตรงไปตรงมาอย่างมาก

ในทางกลับกันเป็นน้องแปด ตั้งแต่เยี่ยนชิงเข้ามานางเหมือนอึดอัดใจเล็กน้อย

เหตุผลที่เยี่ยนชิงไม่ทักทายนาง อาจเป็นกังวลว่าหากทำเช่นนี้ยิ่งทำให้น้องแปดไม่สบายใจ

แม้ว่าเขาเป็นคนเงียบขรึม นิสัยเย็นชา แต่เป็นคนที่ฉลาดมาก

ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ได้เป็นคนสำคัญของหรงซิว

ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วอย่างปวดหัวเล็กน้อย สุดท้ายนางจึงปล่อยเรื่องเหล่านี้ทิ้งไป

ไม่สนใจพวกเขาแล้ว

ถึงแม้ว่าน้องแปดขี้งอนและเอาแต่ใจในบางครั้ง แต่ก็รู้จักกาละเทศะมาโดยตลอด

แม้ว่ามีความขัดแย้งบางอย่างกับเยี่ยนชิง ท่าทางที่เหมือนน้ำแข็งของเยี่ยนชิง หลังจากมีท่าทีเย็นชามาสักระยะหนึ่ง คาดว่าตัวน้องแปดเองคงรู้สึกไม่มีอันใดน่าสนใจ คงจบแบบค้างคาเสียแล้ว

“ไป ไปดูที่ประตูแดนสวรรค์กัน”

ฉู่หลิวเยว่ก้าวเท้าและเดินตรงไป

เฉินอีและหลินจือเฟยตามหลังไปในทันที

น้องแปดกลับยืนอยู่ที่เดิม ราวกับตกอยู่ภวังค์โดยไม่รู้ว่านางกำลังคิดอันใดอยู่

หลังจากฉู่หลิวเยว่ออกมาได้สักพักหนึ่งถึงรู้ว่านางไม่ได้ตามด้วยมาจึงหันไปเรียกนาง

เยี่ยนชิงเหลือบมองเขาและไม่พูดอันใด

แต่ความหมายนั้นแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด

อวี๋มั่วเกาหัวไปมาและรู้สึกว่าการคาดเดานี้ช่างไม่เหมาะสมยิ่งนัก

คนที่ไปส่งล้วนเป็นคนของพระราชวังเมฆาสวรรค์ อีกทั้งสถานะเยี่ยนชิงสูงส่ง คนที่ช่วยเหล่านั้นคงไม่กล้าประมาท

เช่นนั้น…ก็แทบจะไม่มีเหตุผลอื่นแล้วอย่างนั้นหรือ

นับตั้งแต่ที่พระชายาต่อสู้ชนะอี้เหวินเทาอย่างสมเกียรติในศึกครั้งนั้น สภาพแวดล้อมทั้งหมดของท่าเรือดอกท้อได้เปลี่ยนเป็นความคึกคักและมีชีวิตชีวาอย่างมาก

ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทุกคนในเมืองและความเชื่อมั่นที่มีต่อนางเกินกว่าที่คาดคิดไว้มาก

หากพวกเขาไม่แทรกแซง เรื่องทั้งหมดของท่าเรือดอกท้อยิ่งก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น

เมื่อพระชายาอารมณ์ดี ฝ่าบาทก็อารมณ์ดีเป็นปกติเช่นเดียวกัน

แม้กระทั่งพวกเขาก็ยังดูท่าทางมีความสุขเป็นพิเศษอยู่แล้วส่วน!

วันดีๆ เช่นนี้มีอันใดต้องกังวลกันเล่า?

เยี่ยนชิงเดินมาถึงบนลานและนั่งลงบนม้าหิน และหลุบสายตาต่ำลง ราวกับครุ่นคิดอันใดบางอย่าง

อวี๋มั่วเดินเข้าไปหาเขาและรินชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง

“ทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน มีเรื่องยุ่งยากอันใดก็พูดกันได้ไม่ใช่หรือ ระหว่างเจ้ากับข้ามีอันใดต้องเกรงใจกันอีกหรือ”

ประโยคนี้เหมือนทำให้เยี่ยนชิงรู้สึกตัวขึ้น

ใจของเขาสั่นไหวเล็กน้อย และเงยหน้ามองอวิ๋มั่ว

อวี๋มั่วที่กำลังนั่งดื่มชา

กลิ่นชาที่หอมกรุ่น สดชื่นและหอมหวาน

เยี่ยนชิงเป็นคนสนิทของหรงซิว ค่าตอบแทนของจวนเยว่สูงมาก อีกทั้งซานซานสั่งให้คนส่งของดีๆ มามากมายโดยเฉพาะ

ขณะที่อวี๋มั่ว กำลังถอนหายใจอยู่นั้นก็ได้ยินเยี่ยนชิงถามขึ้นอย่างกระทันหัน

“เจ้าคิดว่า คุณชายหลิน…รูปงามหรือไม่”

“พรวด…”

น้ำชาในปากของอวี๋มั่วพุ่งพรวดออกมา! กระจายเปรอะเต็มตัวเขาในชั่วพริบตา!

ในขณะที่เขาไม่ได้สนใจถึงเรื่องนี้เลย

เขาเบิกตากว้าง และจ้องมองเยี่ยนชิงด้วยความตื่นตระหนกอย่างมาก

“เจ้าพูดอันใดน่ะ!”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์