เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1965

………………..

ในตอนแรกอี้เหวินเทาไม่เข้าใจว่าคำพูดของฉู่หลิวเยว่นั้นหมายถึงอันใด

จนกระทั่งเขาค้นพบว่าพลังของค่ายกลเหล่านั้นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ !

รูม่านตาของเขาหดเล็กลง จากนั้นก็ตระหนักขึ้นได้ว่าฉู่หลิวเยว่ยังคงใช้พลังปราณดั้งเดิมของตนเองสนับสนุนค่ายกลเหล่านี้!

พลังปราณดั้งเดิมของนางนั้นไม่เพียงไม่หมดไปตามที่เขาหวัง แต่กลับยังสมบูรณ์เป็นอย่างมาก มากเสียจนสามารถควบคุมค่ายกลเหล่านั้น และต่อสู้ร่างศักดิ์สิทธิ์แปดทิศในเวลาเดียวกัน!

พลังที่น่ากลัวจำนวนนับไม่ถ้วนแผ่กระจายออกมาจากค่ายกล ก่อนพุ่งมาทางอี้เหวินเทา!

ต้องบอกก่อนว่า หากไม่มีการคุ้มครองจากร่างศักดิ์สิทธิ์แปดทิศ พลังกายของอี้เหวินเทาก็มีจำกัดเป็นอย่างมาก

แม้ว่าเขาจะเป็นระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าไม่มีร่างศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีทางต้านทานค่ายกลเหล่านั้นด้วยตัวคนเดียวได้!

…ด้านในนั้นคือค่ายกลระดับปรมาจารย์ที่มีจำนวนไม่น้อย!

รอบกายเขามีเพียงอาณาเขตเทพเซียนอย่างเดียวที่กำลังจะพังทลาย!

แรงกดดันที่หนักหน่วงถาโถมลงบนร่างกายของเขา เขารู้สึกทั้งหนักและเจ็บปวดมาก!

ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสแผ่กระจายออกไปทั่วร่างกาย!

ตกใจมากจนแทบจะพูดอันใดไม่ออก

ฉู่หลิวเยว่เป็นเพียงแค่ระดับเทพขั้นสูงเท่านั้น

พวกเขาเคยประมือกันมาก่อน ดังนั้นเขาจึงมั่นใจเป็นอย่างมาก

แต่… นางเก็บซ่อนพลังปราณดั้งเดิมที่น่าตกใจเอาไว้ภายในร่างกายได้อย่างใดกัน?

ต่อให้เป็นเขา ในตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าเขาด้อยกว่าหนึ่งขั้น!

ไม่ใช่อี้เหวินเทาคนเดียวที่มีคำถามเช่นนี้

ความจริงแล้วในตอนที่ฉู่หลิวเยว่ลงมือควบคุมค่ายกลเหล่านั้นอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ต่างตกใจกันทั้งหมด!

ร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรก็เหมือนกับภาชนะใบหนึ่ง

นั่นคือสิ่งกีดขวางของระดับพลังที่มองไม่เห็น

โดยปกติแล้ว พลังปราณที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูง ไม่สามารถเทียบได้กับพลังปราณของผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แน่นอน

บางครั้งระยะห่างเหล่านี้อาจมากถึงหลายสิบเท่าเลยทีเดียว!

แต่ตอนนี้…

ทุกคนสามารถมองเห็นว่าฉู่หลิวเยว่เหนือชั้นกว่าอี้เหวินเทามากนัก!

พลังเหล่านั้นพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของนางอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับไม่มีวันหมดสิ้น!

ใบหน้าของอี้เหวินจั๋วประดับด้วยรอยยิ้มแข็งทื่อ

“นี่มัน…เหตุใดภายในร่างกายของนางจึงมีพลังปราณสะสมมากมายขนาดนั้น แต่เมื่อมีมากมายขนาดนี้แต่ร่างกายก็ยังไม่ระเบิดตายอีก?”

หากเป็นคนอื่นละก็ เกรงว่าหยวนตันและกายเนื้ออาจจะไม่สามารถรับไหวแล้ว?

เดิมทีคนฝั่งตระกูลหนานและตระกูลอี้คึกคักครื้นเครง ก็เหมือนถูกแช่แข็งในทันที!

อี้เหวินเทาครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง ภายในสมองของเขามีความคิดปรากฏขึ้นนับไม่ถ้วน

เขาไม่สามารถนั่งรอความตายแบบนี้ได้!

เขารู้ดีว่าหากอยู่ตรงนี้ต่อไปเขาก็จะถูกค่ายกลเหล่านั้นเข้าโอบล้อม แต่จุดจบจะเป็นอย่างใดกันเล่า!

เขาจำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ก่อน!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ อี้เหวินเทาก็เงยหน้าขึ้น เขาต้องการจะเรียกร่างศักดิ์สิทธิ์แปดทิศของตนเองกลับคืนมา

แต่ในตอนนั้นเองหมัดของฉู่หลิวเยว่ก็เปลี่ยนเป็นฝ่ามือ ก่อนคว้าจับข้อมือของร่างศักดิ์สิทธิ์แน่น!

หัวใจของอี้เหวินเทาจมดิ่ง!

“ซั่งกวนเยว่! เจ้ากล้าดีอย่างใด!”

ฉู่หลิวเยว่ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน พลังปราณรอบกายของนางพวยพุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่งแล้วรวบรวมอยู่ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของนาง!

อี้เหวินเทาหลบไม่ทัน โดยอาวุธนั้นปาดไหล่ของเขาไปในทันที!

เลือดไหลสาดกระจาย!

อี้เหวินเทากระอักเลือดออกมา ทั้งรู้สึกโกรธระคนตกใจ!

“เจ้า…”

แกว๊ก!

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงร้องของหงส์ที่กระจ่างใสก็ดังขึ้น!

อีกด้านหนึ่งขนนกทองคำบรรพบุรุษก็วาดเส้นที่ห้าได้สำเร็จแล้ว!

เปิด…เส้นชีพจรที่ห้า!

แรงกดดันบนร่างกายของถวนจื่อก็ระเบิดขึ้นมาในทันที!

เปลวเพลิงสีทองคำชาดยังคงลุกไหม้อยู่บนร่างกายของนาง กลุ่มก้อนที่คล้ายเปลวเพลิงพุ่งเข้าใส่อี้

เหวินเทาอย่างรวดเร็ว!

“เหลือแขนข้างนั้นให้ข้า!”

เงาร่างของฉู่หลิวเยว่วูบไหว ก่อนเตะไปที่ร่างศักดิ์สิทธิ์แปดทิศอย่างแรง!

ร่างศักดิ์สิทธิ์แปดทิศนั้นยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากันเอาไว้ด้านหน้า!

กร๊อบ!

เสียงกระดูกหักดังขึ้นอย่างชัดเจน!

จากนั้นทุกคนก็เห็นว่าแขนทั้งสองข้างของร่างศักดิ์สิทธิ์แปดทิศนั้นผิดรูปผิดร่างไป

คาดไม่ถึงว่าคนที่ตกลงมานั้นจะเป็น…ร่างศักดิ์สิทธิ์แปดทิศของอี้เหวินเทา!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์