อันธพาลเจ็บจนกรีดร้องเหมือนหมูโดนเชือด “อ๊ะๆ!”
ยังไม่ทันได้พักหายใจ ก็โดนถีบจนไปกลิ้งอยู่บนพื้น รองเท้าปักลายดอกไม้เหยียบลงบนหน้าอก หนักจนทำให้เขาหายใจไม่ออก กระอักเลือดออกมา
“พู่!”
เขากอดต้นขาของอวิ๋นอิง อยากดิ้นให้หลุด แต่หาของอวิ๋นอิงกดทับอยู่บนร่างกายของเขาเหมือนเหล็กกล้า และเขาก็เหมือนกับปลาตัวหนึ่งที่ถูกตอกตะปูอยู่บนเขียง พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต แต่ก็ดิ้นไม่หลุด
เจอผีแล้ว!
ทั้งที่นางผอมเช่นนี้ เหตุใดจึงมีแรงมากเช่นนี้?
ผู้หญิงคนนี้ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือ?
ชาวบ้านก็ตะลึงเช่นกัน
อวิ๋นอิงอุ้มลูกสาวไว้ด้วยมือข้างเดียว ค่อยๆ ก้มลง ยกฝ่ามืออีกข้าง เหวี่ยงไปที่ใบหน้าของอันธพาลโดยตรง
“ข้าสั่งให้เจ้าเก็บ”
เพียะ!
“ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ?”
เพียะ!
“หูหนวกหรือ?”
เพียะ!
หนึ่งประโยค หนึ่งฝ่ามือ ตบจนอันธพาลหันซ้ายหันขวา มุมปากแตกมีเลือดไหล หูอื้อ สะบักสะบอมเหมือนสุนัขจรจัดตัวหนึ่ง ไม่หลงเหลือความฮึกเหิมของก่อนหน้านี้เลย
“ลูกพี่!”
ลิ่วล้อสามคนคว้าโต๊ะเก้าอี้และท่อนไม้ที่อยู่ข้างๆ ฟาดไปทางอวิ๋นอิงอย่างแรง
อวิ๋นอิงกระโดนหมุนตัวเตะพวกเขาสามคนจนลอยกระเด็นออกไปไกลเจ็ดแปดเมตร โดยไม่หันไปมอง
“อ่า!”
“อ๊ะ!”
“พู่!”
นี่มันใช่แม่หม้ายตัวน้อยที่อ่อนแอเสียที่ไหน? เห็นได้ชัดว่าเป็นสตรีสุดแกร่ง!
ทั้งสี่คุกเข่าอยู่บนพื้น กุมตำแหน่งที่บาดเจ็บ ร้องไห้ยอมรับผิด พลางเก็บผ้าเช็ดหน้า พลางร้องขอความเมตตา
“จอมยุทธ์หญิงโปรดไว้ชีวิต โปรดไว้ชีวิต ต่อไปพวกเราไม่กล้าอีกแล้ว จอมยุทธ์หญิงโปรดเมตตาด้วย!”
พวกเขาโดนสยบจนเชื่อฟัง
ชาวบ้านพากันยกนิ้วโป้งให้นาง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าข้าเห็นพวกเจ้ารังแกคนอีก ถึงเวลา อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะ!” อวิ๋นอิงกล่าวจบ อุ้มลูกสาวเก็บแผง เดินจากไป
“ไม่กล้าแล้ว!”
“พวกเราไม่กล้าอีกแล้ว…”


ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องอ่านใจกับชายาแพทย์ทะลุมิติ