ก่อนหน้านี้ที่ว่าการกรมคลังไม่ได้บอกอะไรกับเขาเลย บอกแค่ว่าให้ไปที่จวนราชครูรอบหนึ่ง
กวนอีหรานกลับเข้าใจได้ในทันที ราชครูเรียกพบ ต้องเป็นเฉินผิงอันที่มารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
แล้ว จุ๊ๆ เจ้าจิ่งควนผู้นี้ช่างโชคดีจริงๆ มีโชคในวงการขุนนางเหลือเกิน ขวางอย่างไรก็ขวางไม่อยู่! เหล้าที่เลี้ยงไปที่ลำคลองชางผู่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เสียเปล่า
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย
“ตอนที่ประชุมกันเรื่องตัวเลือกคนที่จะมาเป็นเจ้ากรมขุนนาง ฝ่าบาทได้ถือโอกาสพูดคุยเรื่องเส้นทางการเลื่อนขั้นเป็นขุนนางของกวนหลางจงด้วย”
กวนอีหรานพลันรู้สึกหัวโตเป็นกระด้งทันใด เจ้าคนแซ่เฉิน นี่ก็เรียกว่าคุยเล่นด้วยหรือ?! อย่าใช้คำว่าถือโอกาสสิ อย่าคุยเลยจะดีกว่า
กวนอีหรานวางเท้าลงอีกครั้งอย่างขุ่นเคือง เปลี่ยนมานั่งตัวตรงอย่างสำรวม
เฉินผิงอันกำพัดไม้ไผ่ไว้ในมือ ถูกับฝ่ามือเบาๆ เอ่ยว่า
“ข้าบอกกับฝ่าบาทว่ากวนหลางจงคือคนที่ไม่เสพติดการเป็นขุนนางเลย ทั้งดีแล้วก็ไม่ดี
หากเป็นคนที่เสพติดการเป็นขุนนางมากก็ง่ายที่จะปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูงโดยไม่เลือกวิธีการ แน่นอนว่าพวกเขาก็สามารถทำเรื่องที่จับต้องได้จริงได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าส่วนลึกในใจ บนลูกคิดรางเล็ก และบนสมุดบัญชี ถึงอย่างไรก็มีพื้นฐานเป็นความเห็นแก่ตัว คิดว่ารอให้ข้าเป็นขุนนางใหญ่แล้วจะเป็นอย่างไร หลอกทั้งตัวเองแล้วก็หลอกทั้งคนอื่น
แต่หากไม่เสพติดการเป็นขุนนางเลยก็ไม่ได้เหมือนกัน หากไม่ใช่ว่าวันใดถูกทำให้สะอิดสะเอียนเกินทน ละทิ้งไปกลางทาง โยนภาระทิ้งไว้ หรือไม่ก็จะล่องลอยไปตามกระแสคลื่นของมหาสมุทรแห่งการเป็นขุนนาง แต่อยู่ไปวันๆ เท่านั้น แม้ว่าในใจจะใสกระจ่างราวกับกระจก แต่ทำอะไรไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีทางออกหน้าเด็ดขาด
ก่อนหน้านี้นานมากแล้วก็เคยอ่านเจอในตำรา หรือไม่ก็เคยได้ยิน ‘ภาษาลับในราชสำนัก’ บางอย่างที่ถูกวงการขุนนางยกให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่นคิดอยากจะเป็นขุนนางใหญ่ หากไม่ไปเกิดในครรภ์ที่ดีก็ต้องทำเรื่องถูกกับคนที่ถูก เรื่องจริงก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำกล่าวพวกนี้มีเหตุผลอยู่บ้างจริงๆ”
กวนอีหรานถอนหายใจ เอ่ยว่า
“เฉินผิงอัน เจ้าไม่ควรมาลุยน้ำขุ่น เป็นผู้ฝึกตนก็ดีอยู่แล้ว พิสูจน์มรรคาเป็นอมตะก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ”
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว
“เจ้าขุนเขาแห่งภูเขาลั่วพั่วไม่ใช่ขุนนางหรือไร? อิ่นกวานแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่ไม่ใช่ขุนนางหรือ? การเสพติดการเป็นขุนนางของข้ามีมากกว่าเจ้า”
กวนอีหรานเถียงไม่ออก
เฉินผิงอันกล่าว
“ดังนั้นข้าถึงได้แนะนำฮ่องเต้ว่า ในอนาคตอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า กวนอีหรานจะต้องวนเวียนไปตามกรมต่างๆ อย่างน้อยที่สุดก็ได้เป็นเก้ามนตรีใหญ่ไปครบรอบหนึ่ง สร้างวีรกรรมยิ่งใหญ่ไว้ในวงการขุนนาง หลังจากนั้นประสบการณ์ก็มีแล้ว อายุก็ถึงวัยสมควรแล้ว คิดอยากจะลาออกกลับบ้านเกิดไปพร้อมกับยศบัณฑิต หรือจะขยับเดินข้างหน้าไปอีกก้าว ก็ต้องดูแค่ความต้องการของรองเจ้ากรมกวนแห่งเมืองหลวงและเจ้ากรมกวนของเมืองหลวงสำรองแล้ว”
กวนอีหรานดวงตาเป็นประกาย
“หากเป็นการเลื่อนขั้นขุนนางเช่นนี้ก็ทำได้จริงๆ นะ!”
ขอแค่ช่วงไม่กี่ปีนี้ไม่ถูกทางตระกูลหรือพรรคบนภูเขาจับมัดโยนไปไว้ในตำแหน่งสูงบางอย่าง กวนอีหรานก็ไม่ถือสาจริงๆ หากจะต้องค่อยๆ เลื่อนขั้น ทำเรื่องที่จับต้องได้จริงที่ตอนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารแผ่นดินที่มีมุมมองสูงกว้างไกลไปอย่างมั่นคงทีละก้าว
ทุกวันนี้เขาเป็นแค่หนึ่งในหลางจงสิบแปดคนของกองชิงลี่ ก็ต้องปฏิเสธงานเลี้ยงในวงการขุนนางไปกี่มากน้อยแล้ว? ทำลายความสัมพันธ์และมิตรภาพส่วนตัวยามวัยเยาว์ไปกี่มากน้อยแล้ว?
เฉินผิงอันเอ่ยสัพยอก
“เอาล่ะ คุยเล่นเสร็จแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยๆ อดทนไปเถอะ หลางจงขุนนางระดับห้าเล็กๆ คนหนึ่ง วันหน้าคิดอยากจะมาเจอราชครูที่นี่ก็มีโอกาสไม่มากแล้ว”
กวนอีหรานโล่งใจเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก รีบลุกขึ้น กุมหมัด เอ่ยว่า
“ไปแล้วๆ ข้าน้อยไม่กล้าถ่วงเวลาการเข้าพบเหล่าขุนนางของท่านราชครูที่ต้องยุ่งหัวหมุนเหมือนลูกข่างหรอก”
เฉินผิงอันกล่าว
“กินมื้อเที่ยงที่นี่ด้วยกันก่อน ข้ามีห้องครัวของตัวเอง วางใจเถอะ หักจากเงินเดือนของราชครู”
กวนอีหรานไม่แม้แต่จะหันหลังกลับ เดินก้าวยาวๆ ไปทางระเบียง โบกมือ เอ่ย
“คราวหน้าๆ คราวหน้าค่อยว่ากัน”
ฝูชิงพาเขาออกจากจวนผ่านประตูข้างของเรือนด้านหน้า จากนั้นขยับเท้าไปทางประตูใหญ่ พาหานอีมายังที่แห่งนี้แทน
รอกระทั่งราชสำนักป่าวประกาศสถานะของราชครูอย่างเป็นทางการก็ไม่ต้องมีพิธีรีตองเช่นนี้แล้ว
ในบรรดากองทัพประจำมณฑลที่มีตำแหน่งประจำอยู่ของราชสำนักต้าหลี หานอีที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลกองทัพประจำเมืองหลวงและยุทโธปกรณ์ส่วนหนึ่งของเมืองหลวงก็คือบุคคลอันดับหนึ่งอย่างสมชื่อ
ฝูชิงสังเกตเห็นว่าแม่ทัพผู้เฒ่าที่กุมอำนาจสำคัญท่านนี้ตื่นเต้นมาก ระหว่างที่รออยู่ตรงหน้าประตูที่ว่าการก็คอยจัดคอเสื้ออยู่ตลอด พาหานอีไปที่เรือนด้านหลัง เข้าไปในห้องหนังสือ
หานอีที่มีเหงื่อซึมบนหน้าผากมีท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายแม่ทัพผู้เฒ่าก็ปิดประตูให้เบาๆ ฝูชิงรออยู่ข้างนอกเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังกังวานของหานอีดดังมาจากข้างใน พูดเสียงดังว่าราชครูกล่าวได้ถูกต้องแล้ว ทำสงครามง่าย แต่เป็นขุนนางยาก
ไม่ถึงหนึ่งเค่อ หานอีก็เดินเบี่ยงตัวออกมาจากในห้อง สีหน้าผ่อนคลาย ไม่ลืมบอกราชครูว่าไม่ต้องไปส่ง
หานอีรับคำสั่งลับจากราชครูไปเรื่องหนึ่ง ในช่วงเวลาหลายปีนี้ เรื่องที่จะสนใจหรือไม่สนใจก็ได้ ให้ลองสนใจดู ก่อนจะมา ไม่ยอมรับเซียนกระบี่อะไร ถึงขั้นไม่ยอมรับศิษย์น้องของราชครูชุย แต่สองคำว่า “อิ่นกวาน” หานอียอมรับ!
ต่อมาก็เป็นเฉาเป่าเซียง ขุนนางหลักแห่งกองคัดเลือกทหาร คือชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำ แม้ว่าจะได้เลื่อนขั้นขุนนางแล้ว อีกทั้งยังเป็นการเลื่อนสองขั้นเป็นกรณีพิเศษ แต่ตอนที่จากไป สีหน้าของเขากลับหม่นหมอง
แต่เฉินผิงอันก็เดินมาส่งจนถึงหน้าประตูเรือนชั้นกลาง จากนั้นก็หยุดเท้า เพียงไม่นานฝูชิงก็พาหงเฝิงเสียเต้าเจิงแห่งเมืองหลวงมา พวกเขาไม่ได้ไปที่เรือนด้านหลัง แต่นั่งลงกันที่ม้านั่งหินเขียวทรงยาวใต้ร่มต้นสนโบราณ
ก่อนหน้านี้เคยเจอกันไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นยังคงเป็นเฉินผิงอันที่พาเสี่ยวโม่และเซี่ยนเว่ยเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเยือนถึงที่
หงเฝิงเสียที่ดูแลนักพรตที่ได้รับธรรมโองการทุกคนในเมืองหลวง อันที่จริงในใจค่อนข้างจะรู้สึกประหลาด เต้ากวานที่ตำแหน่งใหญ่กว่าตนอย่างหานจิงหลิงแห่งหน่วยฉงซวีต้าหลีก็อยู่ในเมืองหลวงเหมือนกัน ไฉนราชครูถึงไม่พบเขา แต่เรียกตนมาพบแทน?
คุยเล่นกันอยู่พักหนึ่ง ราชครูหนุ่มที่สีหน้าอบอุ่นผู้นั้นถึงได้บอกว่าช่วงนี้ตนจะไปเยือนหน่วยฉงซวีรอบหนึ่ง ไปรบกวนการฝึกตนอย่างสงบของหานเจินเหริน พอรู้เรื่องนี้อารมณ์ของหงเฝิงเสียก็ดีขึ้นทันใด รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วม
ซ่งหานหงหลางจงแห่งกองชิงลี่ฝ่ายบวงสรวง ผู้เฒ่าคนนี้ก็คือหนึ่งในเจ็ดจิตวิญญาณของบรรพจารย์รองสำนักการทหาร บรรยากาศผ่อนคลาย เฉินผิงอันคุยไปถึงกิจธุระในวงการขุนนางภูเขาสายน้ำ สุดท้ายถามคำถามหนึ่งว่า
“ศิษย์พี่ชุยได้มอบไข่มุกหลิงซีไว้ให้หรือไม่?”
ซ่งหานหงประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็พยักหน้า
“ใช่แล้ว แต่กลับบอกข้าว่าให้เก็บเอาไว้อย่าเอามาใช้”
เฉินผิงอันกล่าว
“ตอนนี้เอามาใช้ได้แล้ว”
ซ่งหานหงพยักหน้า “ผู้น้อยรับคำสั่ง”
ไปถึงนอกประตู เฉินผิงอันรับป้ายหยกแผ่นหนึ่งมาจากฝูชิง จากนั้นจึงมอบให้กับซ่งหานหง “สามารถมาปรึกษาพูดคุยที่นี่ได้ทุกเมื่อ” ซ่งหานหงขอตัวลากลับไป
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!