รีบมาจากสถานที่ฝึกบำเพ็ญตนเนินฝูเหยา มายืนอยู่นอกประตูเรือน
เฉินผิงอันหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่ได้เดินเข้าไปข้างใน ปล่อยให้คนเก่าแก่ในยุทธภพสองคนได้พูดคุยเรื่องในยุทธภพกันไป
ที่เนินฝูเหยา ต่อให้จะมีหลิวเสียนหยางช่วยถ่ายทอดเวทกระบี่ให้ด้วยตัวเอง แต่การพัฒนาก็ยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า
หนึ่งเพราะเวทกระบี่บทนี้มีธรณีประตูสองขั้น ที่หนึ่งปรากฏชัดที่หนึ่งถูกซ่อนไว้
ภายนอกแน่นอนว่าต้องมีความสามารถในการทำความเข้าใจสูง มีจิตกระบี่ใสสะอาดที่สอดคล้องกับเวทกระบี่
ในทางกลับกันกลับมีข้อเรียกร้องที่ประหลาด นั่นคือเรียกร้องผู้ฝึกกระบี่ว่าหากไม่มีความฝันใดๆ เลย ก็ต้องมีความฝันเยอะมาก อีกทั้งยังสามารถจดจำฝันได้ด้วย
ก่อนหน้านี้เฉินผิงอันสามารถข้ามธรณีประตูแล้วฝึกเวทกระบี่นี้ได้ก็ถือว่าไม่ง่ายอย่างมากแล้ว
อีกอย่างก็ต้อง “ยกคุณความชอบ” ให้กับภาพบรรยากาศฟ้าดินร่างมนุษย์ที่เป็นหุ่นตุ้นวุ่นวาย
ที่ทำให้เฉินผิงอันฝึกเวทกระบี่บทนี้ได้อย่างยากลำบากเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายได้
นอกจากนี้ก็ยังมีเซียโก่วคอยช่วยผลักดันอยู่ข้างๆ จึงยิ่งแสดงให้เห็นถึงความโง่เขลา และคุณสมบัติที่ธรรมดาอย่างมากของเฉินผิงอัน
มาถึงเรือนไม้ไผ่ ยืนอยู่ริมหน้าผามองแสงจันทร์สุกสกาว มองภูเขาฉีตุน เมืองหงจู๋ซึ่งเป็นจุดตัดของแม่น้ำสามสายที่แสงไฟสว่างเรืองรอง
ตอนกลางวันอยู่ในที่ว่าการได้เปิดเอกสารคดีความของกรมพิธีการอ่าน หยางฮวาฉางชุนโหวทำงานจริงจังอย่างมาก
จวนโหวลำน้ำใหญ่ไม่รับการแสดงความยินดีจากใคร หลายปีมานี้นางมักจะออกไปลาดตระเวนอำเภอและเขตการปกครองที่อยู่ภายใต้การดูแลของตัวเองเพียงลำพังเป็นประจำ
ไม่ต้องมีคนติดตาม ไม่ต้องมีขบวนเดินทาง แล้วก็ไม่ทักทายคนในวงการขุนนางภูเขาสายน้ำของในพื้นที่ เดินย่ำผ่านหลายพันอำเภอ
เมื่อเทียบกันแล้วเฉาหย่งหลินหลีโหวถือว่าทำอะไรตามกฎระเบียบของวงการขุนนางมากกว่า
วิธีการรอบคอบรัดกุม ขยันมานะ คือภาพบรรยากาศอีกอย่างหนึ่ง
เฉินผิงอันยังตรวจสอบไปเจอเรื่องของเฉินเหวินเชียนที่เพิ่งจะมาเสริมตำแหน่งเฉียนถังจ่างที่ว่างอยู่
และยังมีป้ายเตงิเทพวารีแม่น้ำเถี่ยฝูที่อยู่หน้าประตูบ้านของตัวเอง
นอกจากนี้ยังอนุญาตให้หลีชิงจู๋เทพวารีแม่น้ำอวี๋เย่โยกย้ายไปสร้างศาลสร้างเทวรูปอยู่ที่ริมแม่น้ำหนีเสอเว่ยโจวในตำแหน่งที่เท่าเดิม
ขณะเดียวกันก็ให้ซูหรุ่ยเทพวารีแม่น้ำหนีเสอโยกย้ายมารับตำแหน่งที่แม่น้ำอวี๋เย่แทน
เฉินผิงอันเรียกเซียโก่วมาหา บอกว่าจะออกเดินทางไปดูทัศนียภาพเลียบลำน้ำใหญ่ ถือโอกาสทดสอบผลลัพธ์ของยันต์สามภูเขาเลียนแบบไปด้วย
เซียโก่วไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว จะได้เพิ่มสีสันให้กับบันทึกภูเขาสายน้ำเล่มนั้นด้วย!
เรียกใช้ยันต์สามภูเขาเลียนแบบที่ข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวก็คือย่นระยะทางได้ไม่ไกลมากพออยู่หลายครั้ง
ไปหยุดอยู่ที่กลุ่มเทือกเขาแห่งหนึ่งแล้วมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตของขุนเขากลาง ลำน้ำใหญ่ทางตะวันออกและตะวันตกมาจากกลุ่มภูเขาทางทิศเหนือและทิศใต้หานโจวต้าหลี
เมืองหลวงแคว้นชิว ร้านอาหารเช้าแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับถนนหลวง
ชายหนุ่มเงียบขรึมกับเด็กสาวใบหน้าเต็มไปด้วยกระรวบรวมเอาทรัพย์สินของมีค่าใส่ไว้ในห่อสัมภาระ
ยังต้องรอให้ประตูเมืองเปิดจึงมานั่งกินอาหารเช้าที่นี่ก่อน
พวกเขาสั่งเกี๊ยวน้ำสองชามที่ทั้งอร่อยและราคาถูก ไส้เยอะ แป้งบาง
แล้วยังมีสาหร่ายม่วง กุ้งแห้ง เต้าหู้แห้งที่หั่นเป็นเส้นให้กินแกล้ม กลางโต๊ะวางกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่ตะเกียบไว้จนเต็มกับถ้วยน้ำจิ้มหลากหลายชนิด
คนหนุ่มดึงตะเกียบคู่หนึ่งออกมา จิ้มหน้าโต๊ะเบาๆ หนึ่งทีด้วยความเคยชิน แล้วเริ่มก้มหน้าก้มตากิน
เด็กสาวเบี่ยงตัวหันข้าง หันหลังให้กับพ่อค้า ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากชายแขนเสื้อ เช็ดตะเกียบอยู่สองสามทีก่อนจะเริ่มกิน
คีบเกี๊ยวตัวหนึ่งเข้าปาก เด็กสาวหรี่ตาลง เคี้ยวอย่างละเอียด อร่อยจริงๆ
คนหนุ่มเหลือบมองนาง เกี๊ยวน้ำข้างทางราคาสามเหวิน เจ้าก็กินด้วยมาดของคุณหนูตระกูลใหญ่ขนาดนี้
ต้นหลิวต้นหยางอ่อนช้อยประหนึ่งเอวบางของเด็กสาวอายุสิบห้า เรือนร่างของนางดีมาก
น่าเสียดายที่ใบหน้าไม่งดงาม พ่อค้ายกเกี๊ยวน้ำที่ควันร้อนลอยระอุไปให้ลูกค้าคนใหม่ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ
ใช้ภาษาทางการของต้าหลีที่พูดได้อย่างคล่องปากเอ่ยว่า ลูกค้าเชิญกินตามสบาย แล้วก็ไปทำงานของตัวเองต่อ
เด็กสาวเอ่ยเสียงเบา “ท่านพี่ อยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว ทำไมจู่ๆ ต้องจากไปด้วยล่ะ? ข้าเพิ่งจะปลูกดอกไม้ไว้ในลานบ้าน จ่ายเงินไปหลายตำลึง เอาไปด้วยก็ไม่ได้”
พวกเขาสวมหน้ากากที่คนในยุทธภพใช้กันเป็นประจำ ออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอกเรียกขานกันเป็นพี่ชายกับน้องสาว
เมื่อหลายปีก่อนก็มาลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ เปิดร้านข้าวต้มทุนต่ำร้านหนึ่ง
บุรุษที่ปักปิ่นหยกสีหมึกเพียงแค่เคี้ยวเกี๊ยวน้ำของตัวเองไป เด็กสาวรู้ว่าเขาเป็นคนระมัดระวังรอบคอบ จึงใช้เสียงในใจถามว่า
“ท่านบอกว่าแคว้นชิวก็ดีมากไม่ใช่หรือ ยังอยากจะหาโอกาสเปิดภูเขาก่อตั้งพรรคอยู่ที่นี่เลยนะ
ข้าเดาว่าเป็นเพราะมีเซียนซือมองรูปโฉมใต้หน้ากากของพวกเราออกใช่หรือไม่ ท่านพี่ขอโทษด้วยนะ เดือดร้อนให้ท่านต้องย้ายบ้านอีกแล้ว”
ชายหนุ่มเผยสีหน้าไม่สบอารมณ์ เอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า
“บอกกับเจ้าตั้งกี่รอบแล้วว่าข้าไม่ได้สนใจว่าเจ้าจะเป็นหรือจะตาย ข้าแค่กังวลว่าหากทิ้งขว้างเจ้าจะทำให้ผู้ถ่ายทอดมรรคาที่นิสัยยากจะคาดเดาท่านนั้นอารมณ์เสีย ชีวิตนี้ข้าก็จะไม่มีความหวังบนมหามรรคา ได้แต่เป็นผู้ฝึกตนอิสระที่ชีวิตเอาแน่เอานอนไม่ได้ ได้แต่เกลือกกลิ้งอยู่ในโคลนตมตลอดไปเท่านั้น”
เขาเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา หลายปีมานี้ที่เดินทางหาประสบการณ์ร่วมกัน อยู่ด้วยกัน จึงไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยนัก
ยกตัวอย่างประโยคที่บอกว่า “ข้าชอบความงาม แต่ไม่ใช่ความงามของสตรี ดังนั้นเจ้าวางใจได้เลย ต่อให้ถอดเสื้อผ้าออกหมด ข้าก็ไม่คิดจะเป็นโจรเด็ดบุปผา”
“รอให้ข้าหาคนผู้นั้นเจอ กราบเขาเป็นอาจารย์ มีศักดิ์เป็นอาจารย์และศิษย์กันแล้ว พวกเราก็แยกย้ายกันไปทางใครทางมัน ข้าไม่อยากถูกเจ้าเป็นตัวถ่วงอีกแล้ว”
“สมกับเป็นนังจิ้งจอกจริงๆ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ล้วนสร้างปัญหาที่นั่น”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!