เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1176

เลขาธิการฝ่ายบู๊คนหนึ่งที่อยู่ในวัยตั้งตัว หอบเอาม้วนเอกสารคดีความกองหนึ่งมาที่หน้าประตู

หรงอวี๋กดด้ามดาบ เอ่ยอย่างเฉยเมยว่า
“หยุดก่อน ท่านราชครูยังประชุมอยู่”เลขาธิการฝ่ายบู๊ที่หน้าตาหล่อเหลาจึงยืนอยู่นอกประตูโดยไม่เอ่ยอะไร เซี่ยโก่วใช้เสียงในใจพูดคุย
“พี่หญิงหรงอวี๋ เขาอยากนอนกับท่าน”หรงอวี๋สีหน้าเย็นชา รวมเสียงให้เป็นเส้นพูดคุยอย่างลับๆ ว่า
“ถ้าอย่างนั้นเขาก็รนหาที่ตาย”เซี่ยโก่วหัวเราะร่วน
“ข้าไม่ได้ยุแยงตะแคงรั่วนะ ใช่แล้ว ขอปากมากถามพี่สาวสักคำ เขา ‘เดินทาง’ ท่องประสบการณ์อยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว”หรงอวี๋พลันขมวดคิ้ว
“อีกสิบเก้าวันก็จะครบหกปีเต็ม… ถ้าอย่างนั้นเขาก็รนหาที่ตายจริงๆ แล้ว!”

เซี่ยโก่วจุปาก ฉลาดจริงๆ

หรงอวี๋พูดกับฝูชิงที่เฝ้าอยู่อีกด้านของประตูโดยตรงว่า
“ข้าจะไปที่ห้องอักษรอีอี๋ ให้ทุกคนหยุดงานที่ทำ ออกจากโต๊ะมารอนอกห้องทันที เจ้ารับเอกสารที่อยู่ในมือคนผู้นี้มา แล้วกลับห้องไปตรวจสอบทันทีรอบหนึ่ง จากนั้นอ่านเอกสารที่เก็บสะสมไว้ในช่วงสองปีล่าสุดอีกรอบ ดูสิว่าจะหาเส้นทางที่ห้องอักษรอีอี๋ของพวกเขาพยายามที่จะปิดบัง การ ‘ก้าวก่ายอำนาจ’ ต่อราชครู หรือมีร่องรอยว่ารอฉวยโอกาสที่จะละเว้นเรื่องบางอย่างไป พยายามหาประโยชน์จากมันหรือไม่”

ฝูชิงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเลขาธิการฝ่ายบู๊ที่เป็นผู้นำของห้องอักษรอีอี๋โดยตรง เอาม้วนเอกสารที่ต้องนำไปมอบให้ราชครูตรวจสอบและตัดสินใจทั้งหมดมา กลับเข้าไปในห้องหนึ่งที่อยู่ในเรือนชั้นสอง แล้วก็ไม่ปิดประตู กางม้วนเอกสารออกแล้วตรวจสอบโดยตรง

หรงอวี๋ยื่นมือไปกระชากไหล่ของบุรุษรูปงามที่อนาคตราวกบัปูไว้ด้วยผ้าแพรผู้นั้น ลากไปจนถึงหน้าห้องอักษรอีอี๋ ให้เขาอยู่เฉยๆ ห้ามขยับไปไหน นางเดินเข้าไปในห้อง เพียงไม่นานเหล่าเลขาธิการฝ่ายบู๊ที่มึนงงก็พากันกรูออกมาจากในห้อง มองหน้ากันตาปริบๆ ยืนรออยู่ในระเบียง

หรงอวี๋ไปยงัห้องข้างที่เงียบสงบของเรือนด้านหน้า เพียงไม่นานก็มีผู้เฒ่าที่ทั้งหนวดและเส้นผมล้วนเป็นสีขาวโพลนคนหนึ่ง ให้กรมอาญาเอาเอกสารลับมาคัดลอกที่นี่ รวมไปถึงที่ว่าการกรมโยธาอีกสองแห่งของเมืองหลวงสำรองต้าหลีที่เทียบเคียงได้กับห้องอักษรอีอี๋ที่ก็มีความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน

เฉินผิงอันไม่สนใจการกระทำที่ร้อยเรียงต่อเนื่องเป็นชุดของหรงอวี๋และฝูชิง เพียงแค่ลุกขึ้นเดินกลับไปที่ข้างโต๊ะ เลขาธิการฝ่ายบู๊ของห้องในที่ว่าการทั้งหลายต่างก็ขนเอาเอกสารราชการที่สำคัญส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่แล้ว ก่อนที่หานเอ้อจะมา เฉินผิงอันก็ได้อ่านคร่าวๆ ไปแล้วรอบหนึ่ง จากนั้นค่อยให้พวกนางเอาเอกสารบางอย่างมาเพิ่ม

กองทัพชายแดนต้าหลีลำพังแค่ประเภทของเสื้อเกราะบนภูเขาที่กรมโยธาร่วมกันสร้างกับสำนักโม่และอาจารย์สายยันต์ ก็มีมากถึงห้าชนิดแล้ว ในบรรดานั้นก็เป็นเสื้อเกราะซานเหวินอู๋เยว่ที่มีระดับขั้นสูงที่สุด ปีนั้นลำพังแค่เรื่องที่เคลื่อนย้ายและขนส่งดินห้าสีของมหาบรรพตในพื้นที่ต่างๆ ราชสำนักต้าหลีก็ได้เรียกใช้งานภูตที่เป็นเผ่าพันธุ์ย้ายภูเขาหลายพันตน รวมไปถึงหุ่นเชิดกลไกและยันต์มัลละจำนวนมากยิ่งกว่า

ดังนั้นคราวก่อนที่อยู่ในอาณาเขตภูเขาเหอฮวาน เฉินผิงอันรู้ว่าแคว้นเล็กที่อยู่ชายแดนทางทิศใต้ของลำน้ำใหญ่มีความมั่นคงไม่ต้องทำสงคราม หลายปีมานี้ราชสำนักและชนชั้นสูงที่กุมอำนาจอยู่ในมือ ต่างก็ทำการค้าเสื้อเกราะยันต์และอาวุธหลากหลายชนิดบนภูเขาทั้งในทางลับและทางแจ้ง เป็นการลงทุนที่ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ พูดให้ถูกต้องก็คือเป็นการค้าที่สามารถเรียกได้ว่าทำกำไรมหาศาลโดยไม่ต้องลงทุน

ดังนั้นกรมกลาโหมและกรมคลังของเมืองหลวงสำรองจึงมีคำแนะนำมานานแล้วว่า ไม่สู้ให้ซื้อเสื้อเกราะและอาวุธพวกนี้กลับมาในราคาต่ำจำนวนมาก แต่ทางฝั่งของเมืองหลวงกลับยังมขี้อโต้แย้งในเรื่องที่จะใช้สถานะทางการของต้าหลีหรือใช้ในนามส่วนบุคคลไปซื้อ ส่วน ‘ราคาต่ำ” คือราคาต่ำแค่ไหน ก็ยังมขี้อถกเถียงกันเช่นกัน

พูดถึงแค่ทางฝั่งของเยียนหย่งเฟิงแห่งศาลหงหลู อย่าเห็นว่าตอนอยู่ในการประชุมเล็กเขาคือน้ำเต้าตันที่ทำตัวเป็นคนใบ้ ทว่าบนหน้ากระดาษกลับขอความเห็นและระบายความทุกข์จากที่ว่าการไปไม่น้อย ก่อนที่ต้าหลีจะกรีธาทัพลงใต้ ขุนนาง บัณฑิต และปัญญาชนทั่วทั้งราชสำนักต่างก็ชอบพูดคุยเรื่องของชายแดน หากไม่คุยเรื่องนี้ก็คือไม่รู้จักปรับตัวตามสถานการณ์

รอกระทั่งสกุลซ่งต้าหลีปกครองแจกันสมบัติทวีปทั้งแห่ง วิชาความรู้ของชายแดนก็ยิ่งกลายเป็น ‘ศาสตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก’ ในช่วงเวลานั้น กระทั่งสงครามปิดฉากลง ราชสำนักต้าหลีคืนแผ่นดินครึ่งหนึ่งให้กับแจกันสมบัติทวีป ถึงได้ค่อยๆ เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทว่าในสายตาของขุนนางหกกรม ศาลหงหลูที่น่าสงสารก็ได้กลายมาเป็นที่ว่าการแห่งการระบายอารมณ์ที่ไ่ม่ว่าใครก็พร้อมจะตำหนิ นั่นก็เพราะหลายปีมานี้ศาลหงหลูสร้างเรื่องตลกไว้มากมายจริงๆ

ยกตัวอย่างเช่น แคว้นเล็กใต้อาณัติหลายแห่งจัดขบวนมาเข้าเฝ้าที่เมืองหลวงเพิ่มมากขึ้นทุกปี เจ้าตัวดีปีนี้ถึงกับจัดขบวนยิ่งใหญ่มาทีเดียวถึงสามพันคน ได้ยินว่ามีเด็กสองคนที่คลอดระหว่างทางด้วย… แล้วยังมีของบรรณาการมากมายที่ใช้ของด้อยคุณภาพมาแทนของดี แล้วก็ได้รับรางวัลก้อนใหญ่ตามธรรมเนียมไปจากราชสำนักต้าหลี เดินทางกลับไปพร้อมกับกำไรก้อนโต! แล้วก็ยังมีการแอบซ่อนสินค้าลักลอบขายไปตลอดทาง แทนที่จะพูดว่าเดินทางมามอบบรรณาการ ก็ไม่สู้พูดว่ามาหาช่องทางทำการค้ายังดีเสียกว่า…

สรุปก็คือจุดพักม้าแห่งต่างๆ ระหว่างเส้นทางการมามอบบรรณาการ รวมไปถึงที่พักในโรงเตี๊ยมล้วนมีปัญหาไม่ใหญ่ไม่เล็กเกิดขึ้นต่อเนื่อง แล้วยังมีคนที่มาแล้วก็ไม่ยอมกลับไป ตอนมามากันสามสี่ร้อยคน ตอนกลับกลับมีแค่ร้อยกว่าคน ต้องไปไล่จับทีละคน…. ยิ่งมีคนที่พอมาถึงเมืองหลวงแล้วก็มาเมาก่อเรื่อง ระหว่างคณะทูตด้วยกันเองมีทั้งการต่อสู้ทะเลาะวิวาท บางครั้งถึงขั้นใช้กำลังอาวุธ แถมยังมีการแอบอ้างชื่อคนอื่น ปลอมตราประทับชิงมารับรางวัลที่เมืองหลวงต้าหลีก่อนใคร!

อ่านเอกสารกองใหญ่ที่พวกหรงอวี๋ขนมาให้ รอกระทั่งเฉินผิงอันเจอตัวการในการปลอมตราประทับและเอกสารราชการ คือเด็กหนุ่มชาวบ้านหลายคนที่อายุยังไม่ถึงสิบหก เพียงแค่อ่านประวัติศาสตร์นอกกรอบและฟังเรื่องเล่ามาเท่านั้น หลังจากที่กรมอาญาเอาตัวมาสอบสวน พวกเขาก็ไม่มีความคิดอะไรเลยจริงๆ แค่อยากจะหาเงินก้อนใหญ่ คิดจะหลอกก็ควรหลอกคนที่มีเงินที่สุด จะเป็นใครไปได้ ก็ต้องเป็นนายท่านฮ่องเต้แซ่ซ่งแห่งต้าหลีผู้นั้นน่ะสิ!

บทที่ 1176.2 แกล้มสุรา 1

บทที่ 1176.2 แกล้มสุรา 2

บทที่ 1176.2 แกล้มสุรา 3

เฉินผิงอันเงยหน้าขึ้น ยิ้มถาม
“อาหารการกินในที่ว่าการเป็นอย่างไร?”ซ่งซวีกล่าว
“ว่ากันว่ามีอาหารสามมื้อบวกกับอาหารมื้อดึก ขึ้นชื่อความอร่อยแล้วยังอิ่มท้องด้วย”หยวนฮว่าจิงมองหานเอ้อ ถามว่า
“จะจัดการอย่างไร?”เฉินผิงอันครุ่นคิด แต่กลับตอบไม่ตรงคำถาม
“การประเมินของเมืองหลวงสำรองครั้งนี้ควรให้กรมขุนนางเป็นคนจัดการ เจ้าไปแจ้งจ้าวเหยาแห่งกรมอาญาว่าให้ไปพูดคุยกับทางฝั่งของเมืองหลวงสำรองสักหน่อย ขั้นตอนภายนอกให้อิงตามเดิมทุกอย่าง แต่ต้องถามพวกเขาสองคำถาม แค่อย่าให้ดูเป็นการทดสอบชัดเจนเกินไปก็พอ จะใช้วิธีการบนภูเขาก็ได้ กรมพิธีการหรือใครของเมืองหลวงสำรองหากมีการคัดค้านก็ให้พวกเขามาหาข้าที่เมืองหลวง”

หยวนฮว่าจิงถามอย่างสงสัย
“คำถามอะไร?”เฉินผิงอันกล่าว
“รายละเอียดจะถามอย่างไร ค่อยพิจารณาไปตามสถานการณ์ก็แล้วกัน ข้าต้องการแค่คำตอบสองคำตอบที่มาจากส่วนลึกในหัวใจของขุนนางพวกนั้นเท่านั้น เผ่าปีศาจเปลี่ยวร้าง สมควรตายหรือไม่ สรุปแล้ว ราชสำนักต้าหลีดีหรือไม่ดี”หยวนฮว่าจิงใช้ความคิดอยู่พักหนึ่งก็เอ่ยว่า
“การตรวจสอบที่ไม่เปิดเผยครั้งนี้ นอกจากจะให้กรมพิธีการและกรมอาญาออกแรงอย่างลับๆ แล้ว ยังมีภายนอกที่ต้องพยายามแสดงให้เห็นว่าเป็นแค่การทำพอเป็นพิธีที่น่าเบื่อเท่านั้น ยังสามารถเพิ่มระยะเวลาให้ยาวขึ้นเป็นหนึ่งเดือนเพื่อรับรองถึงความสมจริงของผลลัพธ์ในท้ายที่สุดให้ดียิ่งขึ้นด้วย ได้หรือไม่?”

ซ่งซวีกล่าว
“เรื่องนี้ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น อีกอย่าง หากอยากจะแสดงให้เห็นว่าแค่ทำพอเป็นพิธีจริงๆ คิดจะหลอกพวกคนทั้งหลายที่ฝึกปรือฝีมืออยู่ในวงการขุนนางจนโชกโชนแล้วพวกนั้น เจ้ากรมคนใหม่ที่ตำแหน่งว่างมาโดยตลอดของกรมขุนนางเมืองหลวงของพวกเราก็ต้องมีการเลือกตัวในทันที”

เฉินผิงอันพยักหน้า จากนั้นก็ถามว่า
“เลขาธิการฝ่ายบู๊ที่ดูแลเรื่องลับสำคัญข้างนอกนั่น คือลูกหลานของแซ่สกุลช่างจูกว๋อหรือ?”ซ่งซวีลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า
“แซ่อวี๋ เป็นจินชื่อเอ้อเจี่ย ถูกทางตระกูลฝากความหวังไว้มาก”

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!