เลขาธิการฝ่ายบู๊คนหนึ่งที่อยู่ในวัยตั้งตัว หอบเอาม้วนเอกสารคดีความกองหนึ่งมาที่หน้าประตู
หรงอวี๋กดด้ามดาบ เอ่ยอย่างเฉยเมยว่าเซี่ยโก่วจุปาก ฉลาดจริงๆ
หรงอวี๋พูดกับฝูชิงที่เฝ้าอยู่อีกด้านของประตูโดยตรงว่าฝูชิงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเลขาธิการฝ่ายบู๊ที่เป็นผู้นำของห้องอักษรอีอี๋โดยตรง เอาม้วนเอกสารที่ต้องนำไปมอบให้ราชครูตรวจสอบและตัดสินใจทั้งหมดมา กลับเข้าไปในห้องหนึ่งที่อยู่ในเรือนชั้นสอง แล้วก็ไม่ปิดประตู กางม้วนเอกสารออกแล้วตรวจสอบโดยตรง
หรงอวี๋ยื่นมือไปกระชากไหล่ของบุรุษรูปงามที่อนาคตราวกบัปูไว้ด้วยผ้าแพรผู้นั้น ลากไปจนถึงหน้าห้องอักษรอีอี๋ ให้เขาอยู่เฉยๆ ห้ามขยับไปไหน นางเดินเข้าไปในห้อง เพียงไม่นานเหล่าเลขาธิการฝ่ายบู๊ที่มึนงงก็พากันกรูออกมาจากในห้อง มองหน้ากันตาปริบๆ ยืนรออยู่ในระเบียง
หรงอวี๋ไปยงัห้องข้างที่เงียบสงบของเรือนด้านหน้า เพียงไม่นานก็มีผู้เฒ่าที่ทั้งหนวดและเส้นผมล้วนเป็นสีขาวโพลนคนหนึ่ง ให้กรมอาญาเอาเอกสารลับมาคัดลอกที่นี่ รวมไปถึงที่ว่าการกรมโยธาอีกสองแห่งของเมืองหลวงสำรองต้าหลีที่เทียบเคียงได้กับห้องอักษรอีอี๋ที่ก็มีความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน
เฉินผิงอันไม่สนใจการกระทำที่ร้อยเรียงต่อเนื่องเป็นชุดของหรงอวี๋และฝูชิง เพียงแค่ลุกขึ้นเดินกลับไปที่ข้างโต๊ะ เลขาธิการฝ่ายบู๊ของห้องในที่ว่าการทั้งหลายต่างก็ขนเอาเอกสารราชการที่สำคัญส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่แล้ว ก่อนที่หานเอ้อจะมา เฉินผิงอันก็ได้อ่านคร่าวๆ ไปแล้วรอบหนึ่ง จากนั้นค่อยให้พวกนางเอาเอกสารบางอย่างมาเพิ่ม
กองทัพชายแดนต้าหลีลำพังแค่ประเภทของเสื้อเกราะบนภูเขาที่กรมโยธาร่วมกันสร้างกับสำนักโม่และอาจารย์สายยันต์ ก็มีมากถึงห้าชนิดแล้ว ในบรรดานั้นก็เป็นเสื้อเกราะซานเหวินอู๋เยว่ที่มีระดับขั้นสูงที่สุด ปีนั้นลำพังแค่เรื่องที่เคลื่อนย้ายและขนส่งดินห้าสีของมหาบรรพตในพื้นที่ต่างๆ ราชสำนักต้าหลีก็ได้เรียกใช้งานภูตที่เป็นเผ่าพันธุ์ย้ายภูเขาหลายพันตน รวมไปถึงหุ่นเชิดกลไกและยันต์มัลละจำนวนมากยิ่งกว่า
ดังนั้นคราวก่อนที่อยู่ในอาณาเขตภูเขาเหอฮวาน เฉินผิงอันรู้ว่าแคว้นเล็กที่อยู่ชายแดนทางทิศใต้ของลำน้ำใหญ่มีความมั่นคงไม่ต้องทำสงคราม หลายปีมานี้ราชสำนักและชนชั้นสูงที่กุมอำนาจอยู่ในมือ ต่างก็ทำการค้าเสื้อเกราะยันต์และอาวุธหลากหลายชนิดบนภูเขาทั้งในทางลับและทางแจ้ง เป็นการลงทุนที่ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ พูดให้ถูกต้องก็คือเป็นการค้าที่สามารถเรียกได้ว่าทำกำไรมหาศาลโดยไม่ต้องลงทุน
ดังนั้นกรมกลาโหมและกรมคลังของเมืองหลวงสำรองจึงมีคำแนะนำมานานแล้วว่า ไม่สู้ให้ซื้อเสื้อเกราะและอาวุธพวกนี้กลับมาในราคาต่ำจำนวนมาก แต่ทางฝั่งของเมืองหลวงกลับยังมขี้อโต้แย้งในเรื่องที่จะใช้สถานะทางการของต้าหลีหรือใช้ในนามส่วนบุคคลไปซื้อ ส่วน ‘ราคาต่ำ” คือราคาต่ำแค่ไหน ก็ยังมขี้อถกเถียงกันเช่นกัน
พูดถึงแค่ทางฝั่งของเยียนหย่งเฟิงแห่งศาลหงหลู อย่าเห็นว่าตอนอยู่ในการประชุมเล็กเขาคือน้ำเต้าตันที่ทำตัวเป็นคนใบ้ ทว่าบนหน้ากระดาษกลับขอความเห็นและระบายความทุกข์จากที่ว่าการไปไม่น้อย ก่อนที่ต้าหลีจะกรีธาทัพลงใต้ ขุนนาง บัณฑิต และปัญญาชนทั่วทั้งราชสำนักต่างก็ชอบพูดคุยเรื่องของชายแดน หากไม่คุยเรื่องนี้ก็คือไม่รู้จักปรับตัวตามสถานการณ์
รอกระทั่งสกุลซ่งต้าหลีปกครองแจกันสมบัติทวีปทั้งแห่ง วิชาความรู้ของชายแดนก็ยิ่งกลายเป็น ‘ศาสตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก’ ในช่วงเวลานั้น กระทั่งสงครามปิดฉากลง ราชสำนักต้าหลีคืนแผ่นดินครึ่งหนึ่งให้กับแจกันสมบัติทวีป ถึงได้ค่อยๆ เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทว่าในสายตาของขุนนางหกกรม ศาลหงหลูที่น่าสงสารก็ได้กลายมาเป็นที่ว่าการแห่งการระบายอารมณ์ที่ไ่ม่ว่าใครก็พร้อมจะตำหนิ นั่นก็เพราะหลายปีมานี้ศาลหงหลูสร้างเรื่องตลกไว้มากมายจริงๆ
ยกตัวอย่างเช่น แคว้นเล็กใต้อาณัติหลายแห่งจัดขบวนมาเข้าเฝ้าที่เมืองหลวงเพิ่มมากขึ้นทุกปี เจ้าตัวดีปีนี้ถึงกับจัดขบวนยิ่งใหญ่มาทีเดียวถึงสามพันคน ได้ยินว่ามีเด็กสองคนที่คลอดระหว่างทางด้วย… แล้วยังมีของบรรณาการมากมายที่ใช้ของด้อยคุณภาพมาแทนของดี แล้วก็ได้รับรางวัลก้อนใหญ่ตามธรรมเนียมไปจากราชสำนักต้าหลี เดินทางกลับไปพร้อมกับกำไรก้อนโต! แล้วก็ยังมีการแอบซ่อนสินค้าลักลอบขายไปตลอดทาง แทนที่จะพูดว่าเดินทางมามอบบรรณาการ ก็ไม่สู้พูดว่ามาหาช่องทางทำการค้ายังดีเสียกว่า…
สรุปก็คือจุดพักม้าแห่งต่างๆ ระหว่างเส้นทางการมามอบบรรณาการ รวมไปถึงที่พักในโรงเตี๊ยมล้วนมีปัญหาไม่ใหญ่ไม่เล็กเกิดขึ้นต่อเนื่อง แล้วยังมีคนที่มาแล้วก็ไม่ยอมกลับไป ตอนมามากันสามสี่ร้อยคน ตอนกลับกลับมีแค่ร้อยกว่าคน ต้องไปไล่จับทีละคน…. ยิ่งมีคนที่พอมาถึงเมืองหลวงแล้วก็มาเมาก่อเรื่อง ระหว่างคณะทูตด้วยกันเองมีทั้งการต่อสู้ทะเลาะวิวาท บางครั้งถึงขั้นใช้กำลังอาวุธ แถมยังมีการแอบอ้างชื่อคนอื่น ปลอมตราประทับชิงมารับรางวัลที่เมืองหลวงต้าหลีก่อนใคร!
อ่านเอกสารกองใหญ่ที่พวกหรงอวี๋ขนมาให้ รอกระทั่งเฉินผิงอันเจอตัวการในการปลอมตราประทับและเอกสารราชการ คือเด็กหนุ่มชาวบ้านหลายคนที่อายุยังไม่ถึงสิบหก เพียงแค่อ่านประวัติศาสตร์นอกกรอบและฟังเรื่องเล่ามาเท่านั้น หลังจากที่กรมอาญาเอาตัวมาสอบสวน พวกเขาก็ไม่มีความคิดอะไรเลยจริงๆ แค่อยากจะหาเงินก้อนใหญ่ คิดจะหลอกก็ควรหลอกคนที่มีเงินที่สุด จะเป็นใครไปได้ ก็ต้องเป็นนายท่านฮ่องเต้แซ่ซ่งแห่งต้าหลีผู้นั้นน่ะสิ!



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!