เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 257

เขาไม่พูดไม่จา นางก็เช่นกัน

เสียงฆ้องกลอง และประทัดดังขึ้นชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นเริ่มพิธีกราบไหว้ในงานแต่งงาน

“หนึ่งไหว้ฟ้าดิน คำนับ!” มีคนพูดตะโกน

หลิวอวิ๋นเซียงถูกจินไห่ถังพยุงให้หมุนไปรอบๆ นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก้มตัวโค้งคำนับเอง

“ฟ้าดินเป็นสักขีพยาน ทั้งสองปกป้องซึ่งกันเเละกัน ไม่แยกจาก ตราบนิจนิรันดร์”

พูดจบประโยคนี้ ทั้งสองคนก็คำนับอีกสามครั้ง

“สองไหว้บิดามารดา คำนับ!”

หลิวอวิ๋นเซียงลุกขึ้น จินไห่ถังประคองแขนนางหมุนไปรอบๆอีก เเต่เนื่องจากเหยียนมู่ไม่มีบิดามารดา ดังนั้นจึงเอาเก้าอี้ว่างสองตัว ทั้งคู่เเค่คำนับเก้าอี้ว่างนั่น

“แม่ที่รักเเละบิดาที่เข้มงวด ขอบพระคุณบิดามารดาที่เลี้ยงดู”

จากนั้นพวกเขาก็โขกศรีษะสามครั้ง

“สามีภรรยาคำนับกันและกัน คำนับ!”

หลิวอวิ๋นเซียงโดนหมุนไปอีกครึ่งรอบ เผชิญหน้ากับคนที่อยู่ข้างๆ นางรู้สึกใจสั่นเล็กน้อย กลัวว่าจะทำผิดพลาด นางจึงเอื้อมมือออกไป และคนตรงหน้าก็คว้ามือของนางไว้

นิ้วทั้งสิบเกี่ยวก้อยกัน ใจของหลิวอวิ๋นเซียงก็สงบลง

ทั้งสองคนคำนับพร้อมกัน เสร็จสิ้นพิธีขั้นตอนสุดท้าย

“พิธีเสร็จสิ้น ตั้งแต่นี้ไปท่านทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ไม่เเยกจากกันไม่ทิ้งกัน ร่วมแรงร่วมใจ อยู่กันจนแก่เฒ่า สมปราถนาทุกสิ่ง”

หลิวอวิ๋นเซียงถูกส่งตัวเข้าห้องหอ และเจ้าบ่าวก็ตามเข้ามาทันที นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็โอบกอดนาง และจูบเบาๆบนริมฝีปากผ่านผ้าคลุมหน้า เเล้วปล่อยนางออก เมื่อหลิวอวิ๋นเซียงถอดผ้าคลุมหน้าออก คนก็ออกไปแล้ว

นางเบ้ปาก “ขี้ขลาด”

ตอนนี้เองที่จินไห่ถังวิ่งเข้ามา “รีบเปลี่ยนชุดแต่งงาน รีบหนีเร็ว”

“หะ?”

“ทหารกำลังจะบุกเข้ามาเเล้ว!”

หลิวอวิ๋นเซียงเปลี่ยนชุดของตัวเอง เเล้ววิ่งออกจากห้องอย่างงงๆ พบว่าทั้งหมู่บ้านกำลังถูกไฟไหม้

“เซียงเซียง ทางนี้!” จินไห่ถังโบกมือเรียกนางจากระยะไกล

หลิวอวิ๋นเซียงจึงตามไป จนถึงหลังเขา แล้วปีนลงไปตามบันไดที่ทำจากเชือก ด้านล่างนั้นลึกมาก นางรู้สึกกลัวเล็กน้อย ในขณะนั้นคนที่อยู่ด้านล่างก็ตะโกนขึ้นมา

“ไม่เป็นไร มีข้าอยู่”

หลิวอวิ๋นเซียงเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใจก็สงบลง

“อย่างมากพวกเราก็ตกลงไปตาย กลายเป็นชิ้นเนื้อ ให้หมาป่าหมาบ้านกินให้เกลี้ยง”

“อย่าพูดหยาบคายได้ไหม”

คนด้านล่างเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็หัวเราะออกมา

“ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหน”

เวลานี้มีคนเดินเข้ามา ซึ่งก็คือมู่จิ่น

“ฮูหยิน ที่นี่คือจวนเหยียน”

หลิวอวิ๋นเซียงเดินมาที่ห้องหนังสือ พบว่าเจียงหยวนกำลังหลับพิงเสาอยู่ มีรอยคล้ำใต้ตาค่อนข้างมาก นางจึงเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ

นางเห็นเหยียนมู่กำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยใบหน้าที่มีความสุข

นางเดินเข้าไปใกล้ เห็นว่าเขาเพิ่งเขียนเต็มแผ่นหนึ่งแล้ว ก็วางลงข้างๆก่อนจะกลับไปเขียนต่ออย่างตั้งใจ นางหยิบมาดู ปรากฏว่าเป็นการบรรยายถึงฉากงานเเต่งงาน มีการประดับตกแต่งด้วยโคมไฟและธงสีแดง มีความสุขมาก และเป็นการบรรยายถึงตอนที่นางและเหยียนมู่กราบไหว้เเละเข้าห้องหอ

ในขณะนั้นเหยียนมู่ก็จับคางของหลิวอวิ๋นเซียง ยิ้มเยาะเเละพูดว่า “ตอนแรกเจ้าหนีไปทิ้งข้าไว้แล้วคิดว่าข้าจะยังต้องการเจ้าอีกหรือ ฮึ่ม ข้าแต่งงานกับเจ้าก็เพื่อค่อยๆทรมานเจ้า! หลิวอวิ๋นเซียง เจ้าร้องไห้ไปเถอะ ร้องไห้ก็ไม่มีประโยชน์!”

หลิวอวิ๋นเซียงกัดฟัน ฮ่องเต้ให้เขาโดนกักบริเวณและคัดลอกพระสูตรเพชร ทว่าเขากลับมาเเต่งนิยายอยู่ที่นี่

“ท่านอยากให้ข้าร้องไห้หรือ”

เหยียนมู่ชะงักมือที่กำลังเขียน แล้วเงยหน้าขึ้นมามองหลิวอวิ๋นเซียงอย่างงุ่มง่าม แล้วก็ยิ้มแห้งๆ “เเค่เขียนเล่นๆน่ะ”

“ท่านว่างมากเลยนะ”

“โดนกักบริเวณไง ว่าง”

หลิวอวิ๋นเซียงมองไปที่คางของเหยียนมู่ เห็นว่าไม่มีหนวดเคราหนาเเน่นเหมือนเดิม แต่แดงก่ำ คงเป็นเพราะติดหนวดปลอมเเน่นเกินไป ตอนแกะออกเลยทำให้ผิวหนังฉีกขาดเล็กน้อย

ชายคนนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ เขาเป็นทรราช มีหน่วยข่าวกรองอยู่เบื้องหลัง เขามีความสัมพันธ์นับไม่ถ้วนกับไทเฮา ฮองเฮา และองค์หญิงใหญ่ ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นองค์ชายเจ็ด และขัดแย้งกับฮ่องเต้ แต่พริบตาเดียวเขาก็เป็นรองหัวหน้าของหมู่บ้านอินทรีย์ เเละกล้าที่จะปล้นอาวุธจากคลังอาวุธของราชสำนัก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน