หลิวอวิ๋นเซียงกัดฟันเเน่น ในเมื่อมีโอกาสก็ต้องลองดู การนั่งรอความตายไม่ใช่แบบฉบับของนาง คิดได้ดังนั้นนางจึงกระโดดลงจากรถม้า เห็นทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ดูเหมือนไม่มีใครสนใจรถม้า
นางกระโดดลงจากรถม้า แล้วรีบวิ่งเข้าไปในป่า เเต่ยังวิ่งไปไม่ถึงไหนก็พบว่ามีทหารสองนายกำลังวิ่งตามฆ่านาง
นางพยายามอธิบายให้ทั้งสองฟังว่า นางไม่ได้เป็นพวกเดียวกับโจร เเต่พวกเขาไม่ฟัง เเละพร้อมใจกันชูหอกแทงมาทางนาง
ในขณะนั้นเองก็มีเงาดำวิ่งตามมา กอดเอวนางเเล้วหลบหลีกไป ก่อนจะเตะทหารทั้งสองคนล้มลงไป หลิวอวิ๋นเซียงกำลังจะโล่งใจ เเต่ทันใดนั้นนางถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนต้นไม้ด้วยความตกใจ นางจึงรีบเกาะกิ่งไม้เเน่น เเละเมื่อร่างกายนิ่งเล้วจึงมีโอกาสสังเกตุดูด้านล่าง
คนผู้นี้สวมหน้ากาก เป็นรองหัวหน้าโจร เขาจัดการกับทหารทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งออกจากป่าไป
หลิวอวิ๋นเซียงมองผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ เห็นเขาแกว่งดาบอย่างคล่องเเคล่ว ทุกครั้งที่ฟันลงไปก็ถูกจุดสำคัญของศัตรู ทำให้ฝ่ายของหมู่บ้านอินทรีย์ได้เปรียบ
หลิวอวิ๋นเซียงถอนสายตา หันกลับมาเหลือบมองที่พื้น ก็พบว่าสูงมาก นางจึงถอยหลังช้าๆ พยายามจะไปถึงโคนต้นไม้ และไถลลงมาตามลำต้น
เเต่พอนางขยับตัว ร่างกายก็เสียหลัก หมุนคว้างไปมา เเล้วไปติดอยู่กับต้นไม้
นางเกาะกิ่งไม้ไว้เเน่นด้วยความยากลำบาก รู้สึกว่าจะตกลงไปทุกเมื่อ
มีเสียงฝีเท้าเดินมา นางเงยหน้าขึ้นมอง เห็นรองหัวหน้าเดินมาหา แต่แทนที่จะช่วยนางลงมา กลับกอดอกเหมือนจะดูการเเสดง
นางเกาะต้นไม้ไว้อย่างนั้นนานมาก จนไม่มีแรงแล้ว เเต่ก็ไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากคนด้านล่าง
ถ้าหนีไม่รอด ต้องไปแต่งงานกับโจร นางยอมตายเสียดีกว่า!
คิดได้ดังนั้น นางจึงปล่อยมือ เเล้วร่วงลงไป
เเต่ เขาก็ยังรับนางไว้ได้
หลิวอวิ๋นเซียงคาดการณ์ไว้เเล้ว ในขณะที่เขารับนางไว้ นางจึงคว้าหน้ากากของเขา เเต่เขาก็หลบได้ทัน ทำให้นางเห็นเพียงเคราที่หนาแน่นบนคาง
นางตกใจ เเล้วถูกชายคนนั้นตบที่ไหล่ แล้วตบก้นอีกสองที
หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกอับอายมาก จึงใช้กำปั้นรัวใส่หลังของเขา
ความรู้สึกคุ้นเคยจากการสัมผัสผิวหนังในคืนที่หมดสติ ลมหายใจที่แผ่วเบาขณะอยู่บนหลังม้า เเละท่าทางของเขาขณะต่อสู้กับทหารทั้งสอง ทำให้นางรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
นางสงสัยว่าเป็นเขา!
แน่นอน ความคิดนี้ดูจะไร้สาระไปหน่อย เเละเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ยืนยันว่ามันไร้สาระจริงๆ
หลิวอวิ๋นเซียงถูกโยนกลับเข้าไปในรถม้าอีกครั้ง จินไห่ถังส่ายหน้ามองนาง
“เจ้าก็ลำบากเหมือนกัน”
หลิวอวิ๋นเซียงกัดฟัน “พวกเจ้าช่างเลวทรามนัก”
“ในหมู่โจรไม่มีใครดี มีเเต่คนเลว”
“ข้าจะไม่เเต่งงานกับรองหัวหน้าเด็ดขาด”
หลิวอวิ๋นเซียงใจเต้นแรง นางจึงก้มลงไปถามต่อว่า “งั้นรอยแผลเป็นของเขาอยู่ข้างไหน”
“ข้างซ้าย”
หลิวอวิ๋นเซียงก้มหน้าลง อาจจะเป็นความบังเอิญ?
เเต่พอคิดดูอีกที นางถูกเลือกมาจากจวนผู้ว่าการทหาร เเล้วมาพบกับร้านขายข้าวสาลีหลิงอวิ๋น เเละเขาก็อยู่ที่นั่น เห็นได้ชัดว่าเขารู้ว่านางจะมาที่นี่
และนางยังถูกหมู่บ้านอินทรีย์ช่วยออกมาจากเซี่ยจื่ออันอีก มันดูจะบังเอิญเกินไป
แล้วเมื่อครู่ ขณะที่กำลังสู้รบกันอยู่ นางแอบหนีไป เเต่เขากลับมาช่วยนางได้ทันที เเสดงให้เห็นว่าเขากังวลอยู่กับนางตลอดเวลา เเม้จะอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ คนแปลกหน้าไม่สามารถทำแบบนี้ได้
แต่ทำไมเขาถึงเปิดเผยตัวตนให้นางรู้
หรือว่านางคิดมากไปเอง?
หลังจากเดินทางมาตลอดทั้งคืน วันที่สองยามบ่าย ในที่สุดพวกเขาก็กลับมาถึงหมู่บ้านอินทรีย์
หลิวอวิ๋นเซียงเหนื่อยมาก จึงกินอาหารนิดเดียวเเล้วนอนไป หลับยาวถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
“ตื่นได้เเล้ว รีบขึ้นมาเเต่งตัว เปลี่ยนชุดเจ้าสาว”
หลิวอวิ๋นเซียงโดนจินไห่ถังลากขึ้นมา หลังจากเห็นชุดเเต่งงานสีแดงสดตรงหน้า นางก็ตกใจตื่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน