“ถูกต้อง” ซูจิ่งสิงเผยรอยยิ้ม
แม้ว่าเขาและผู้อาวุโสโซว่หวางจะไม่สนิทกัน เคยเจอกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
แต่ครั้งนั้นเขาได้ช่วยผู้อาวุโสโซว่หวางโจมตีชนเผ่าทูเจวี๋ยที่เจ้าเล่ห์และโหดร้ายเหล่านั้น
ผู้อาวุโสโซว่หวางได้ทิ้งนักรบหมาป่าไว้เป็นจำนวนมาก ไว้ช่วยเขาต่อกรกับชนเผ่าทูเจวี๋ย
ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงมีภาพความประทับใจที่ดีต่อกัน
เมื่อนึกถึงสถานการณ์คับขันในเวลานี้ ซูจิ่งสิงก็สรุปใจความสั้น ๆ ได้ว่า
“ผู้อาวุโสโซว่หวาง เดิมทีข้าพักอยู่ที่เจดีย์หนิงกู่ ข้าได้รับความไว้วางใจจากคุณชายหลิงให้มาช่วยท่าน”
เขากล่าวพลางล้วงหยิบจี้หยกของกงซุนจางเย่ออกมา
“บุตรชายของข้า เขายังมีชีวิตอยู่” ผู้อาวุโสโซว่หวางคลี่ยิ้มปลอบโยน “ยังมีชีวิตอยู่ ยังมีชีวิตอยู่ก็ดี”
“ภรรยาของข้าช่วยเขาไว้” ซูจิ่งสิงพากู้หว่านเยว่เข้ามา ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
กู้หว่านเยว่เห็นผู้อาวุโสโซว่หวาง เขาน่าจะมีอายุราวเจ็บสิบกว่าปีแล้ว นางจึงเกิดความเกรงใจต่อเขาและกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า
“บัดนี้ผู้อาวุโสโซว่หวางตกอยู่ในอันตราย ข้าจะพาท่านออกไปจากที่นี่”
“ไม่”
ผู้อาวุโสโซว่กลับส่ายหน้า และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าไม่ไป”
“ท่านไม่ไป?” กู้หว่านเยว่ไม่เข้าใจ หากอยู่ในหมู่บ้านโซว่หวางต่อ เขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายถึงแก่ชีวิตแน่ เหตุใดถึงไม่ยอมไป?
กระทั่งเห็นผู้อาวุโสโซว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้ามีเวลาอีกไม่มากแล้ว”
เขามองไปรอบ ๆ ลานฝึกสัตว์ และมองสัตว์ร้ายที่ล้อมรอบเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“วันสุดท้าย การได้อยู่ในหมู่บ้านโซว่หวาง ได้เห็นความทุ่มเทแรงกายแรงใจมาทั้งชีวิตของข้า ข้าก็ดีใจมากแล้ว”
กู้หว่านเยว่รีบคว้ามือของผู้อาวุโสโซว่หวางมาตรวจชีพจร เดิมทีนางคิดว่าผู้อาวุโสโซว่หวางจะฆ่าตัวตาย แต่ทว่าเมื่อได้ตรวจชีพจรแล้วถึงได้เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย
“หว่านเยว่ เป็นอย่างไรบ้าง?” ซูจิ่งสิงรีบกล่าวถาม
กู้หว่านเยว่ส่ายหน้า ลักษณะการเต้นของชีพจรผู้อาวุโสโซว่หวางได้อ่อนกำลังลงแล้ว มันคือสัญญาณของความตาย
“ขอโทษเจ้าค่ะ ผู้อาวุโส หากรู้ว่าจังหวะการเต้นของชีพจรท่านเป็นเช่นนี้ บางทีข้าไม่ควรทำลายคาถาหุ่นเชิดให้ท่าน”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...