เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 462

ชิวหรงทำความเคารพทุกคน “เมื่อครู่นี้ฉางกูกูเกือบจะหกล้ม โชคดีที่หม่อมฉันประคองเอาไว้ จึงมิได้ทำถ้วยหยก ของซูกุ้ยเฟยแตกหักเพคะ”

ซูกุ้ยเฟยเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เป็นอย่างยิ่ง

แม้แต่ถ้วยชาที่นางใช้ก็ยังเป็นถ้วยหยก ที่ฮ่องเต้ทรงเลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน!

จึงเห็นได้ชัดว่าซูกุ้ยเฟยเป็นที่โปรดปรานเพียงใด

เมื่อมองดูถ้วยหยกในมือฉางกูกู หากเป็นเมื่อก่อน

ซูกุ้ยเฟยคงรู้สึกว่านี่คือความโปรดปรานสูงสุดที่ฮ่องเต้มีต่อนาง แต่ยามนี้ความโปรดปรานนั้นยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขัน!

“ฉางกูกู เหตุใดถึงได้นำถ้วยหยกออกมาด้วย หากทำแตกขึ้นมาจะทำอย่างไร”

เสียงของซูกุ้ยเฟยแผ่วเบา และไม่คิดจะยื่นมือไปรับมา

ทันทีที่ถ้วยหยกนั้นถูกนำออกมา หลันซีก็เลิกคิ้ว นางขยับกายเข้าไปใกล้เล็กน้อยเพื่อมองให้เห็นชัดเจนขึ้น

ครั้นดวงตาก็พลันมืดครึ้มลง จากนั้นจึงเข้าใกล้และกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูมู่เหยา

เมื่อได้ฟังความแตกต่างของถ้วยหยกดังกล่าว มู่เหยาก็ส่งสายตาให้นางวางใจ

ก่อนจะยื่นนิ้วไปดึงแขนเสื้อของซวีซงหลิงเป็นสัญญาณไปที่ถ้วยหยก

ซวีซงหลิงดวงตาเป็นประกาย นางส่งสายตาตอบกลับทั้งสองเป็นเชิงว่าเข้าใจเจตนาแล้ว

“ถ้วยหยกนี้ดูงามจริงๆ คงต้องใช้ความประณีตบรรจงไม่น้อยเลยทีเดียวนะเนี่ย”

ซวีซงหลิงยิ้มพลางก้าวขึ้นมาข้างหน้า ตรงเข้ายื่นมือไปรับถ้วยหยกมาจากมือของฉางกูกูเพื่อพินิจพิเคราะห์

“พระชายาฉู่ ท่านก็ชมดูบ้างไหม”

เมื่อเห็นว่าซวีซงหลิงทำท่าจะยื่นถ้วยหยกให้มู่เหยา ชิวหรงที่ยืนอยู่ข้างกายฉางกูกูพลันเกิดประกายวับในแววตา และดีดก้อนกรวดที่เตรียมไว้ในมือพุ่งเข้าใส่ขาของฉางกูกู

“โอ๊ย!”

ทันทีที่เสียงร้องของฉางกูกูดังขึ้น ซวีซงหลิงก็แสร้งทำเป็นถูกนางพุ่งเข้าชนจนล้มคะมำลงบนพื้น

“ถ้วยหยก!”

ฉางกูกูเบิกตากว้าง จ้องมองเห็นถ้วยหยกถ้วยนั้นแตกละเอียดไปต่อหน้า

“ท่าน! เหตุใดจึงประมาทเลินเล่อถึงเพียงนี้!”

ฉางกูกูโทสะพลุ่งพล่าน พลั้งปากตวาดออกมาอย่างไม่ทันยั้งคิด

แต่ในชั่ววินาทีถัดมา นางเหลือบมองซวีซงหลิงที่กำลังถูกพยุงให้ลุกขึ้นจากพื้น ก็ถึงกับสั่นสะท้าน "อะ...องค์หญิงผิงหยาง ไฉนถึงเป็นท่าน"

เมื่อครู่ถ้วยหยกไปถึงมือพระชายาฉู่แล้วมิใช่หรือ!

ซูกุ้ยเฟยมองไปยังถ้วยหยกที่แตกอยู่บนพื้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

"พระสนม ให้พี่หญิงรองของหม่อมฉันเป็นผู้ทูลอธิบายเถิดเพคะ"

มู่เหยาหันกาย มอบพื้นที่ให้หลันซีและซูกุ้ยเฟยได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

เพราะท้ายที่สุด เรื่องบางเรื่อง ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น

ฮองเฮาเซียวเหลือบมองซูกุ้ยเฟย เมื่อเห็นว่านางมีสีหน้าเป็นปกติ จึงหันกลับไปพร้อมกับพามู่เหยาและซวีซงหลิงเดินชมทิวทัศน์โดยรอบต่อไป

“งานชุมนุมกวีได้เสร็จสิ้นลงแล้ว วันมะรืนนี้จะเป็นการล่าสัตว์วสันตฤดู พวกเจ้าทุกคนจงระวังตัวให้มาก”

คำตักเตือนของเซียวฮองเฮาทำให้ใจของมู่เหยาเกิดความไม่สบายใจขึ้นมาทันที

“ฮองเฮา หรือว่ามีเรื่องอื่นใดเกิดขึ้น..."

มู่เหยากำลังจะเอ่ยถามออกไป ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นขันทีหลี่ นางก็รีบเก็บกลั้นถ้อยคำที่ยังไม่ได้เอ่ยออกไปทันที

“ฮองเฮา ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านและพระสนมรีบเสด็จกลับวังพ่ะย่ะค่ะ"

เซียวฮองเฮาขมวดคิ้วแต่ก็มิได้เอ่ยอะไร เพียงหันมามองมู่เหยาและซวีซงหลิง ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าทั้งสองอย่าก่อเรื่องวุ่นวายอะไรอีกล่ะ การอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองนั่นแหละดีที่สุดแล้ว’"

"เพคะฮองเฮา”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง