เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 460

“คุณชายเซี่ย เจ้าหมายความว่า บิดาของเจ้าคือฉู่อ๋องผู้เฒ่าแห่งแคว้นอวิ๋นที่สิ้นชีพไปนานหลายปีแล้วผู้นั้นรึ?”

ฮ่องเต้อวิ๋นผุดลุกขึ้นจากที่นั่ง น้ำเสียงแหบพร่า เปี่ยมด้วยอำนาจบารมีอันเป็นเอกลักษณ์ของประมุข

ม่านถูกเลิกขึ้น

ฮ่องเต้อวิ๋นมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเซี่ยหงเฟยในระยะหนึ่งก้าว สายตามองข้ามร่างของเขาไปจับจ้องยังเยี่ยนอวิ๋นเฉินที่อยู่ไม่ไกล

“อ๋องผู้สำเร็จราชการ เรื่องนี้พวกเจ้ารู้หรือไม่?”

ซวีเหย่ซึ่งเดิมทีตั้งใจจะมาชมดูเรื่องสนุกในวันนี้ เมื่อถูกเอ่ยชื่อขึ้นมา สีหน้าดำคล้ำดุจก้นหม้อจึงปรากฏแก่สายตาของทุกคน

ซวีซีที่นั่งอยู่ข้างกายเขา ยังเยาว์วัยนัก

ไม่รอให้ซวีเหย่เอ่ยปาก เขาก็อดรนทนไม่ไหวลุกขึ้นยืนเสียก่อน “เรื่องนี้ย่อมไม่เกี่ยวกับเสด็จ... อ๋องผู้สำเร็จราชการย่อมไม่ทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว อีกอย่าง ฉู่อ๋องผู้เฒ่ามีนามว่าเยี่ยนอวิ๋นเฉิน แต่นามของคนผู้นี้แห่งแคว้นอันของเราคือเยี่ยนอวิ๋น”

“แม้ว่าทั้งสองจะมีใบหน้าคล้ายคลึงกัน แต่เรื่องเหลวไหลเช่นนั้นคงไม่เกิดขึ้นเป็นแน่”

ถึงแม้พวกเขาจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แก่ใจ

แต่ก็ไม่อาจยอมรับอย่างเปิดเผยได้เป็นอันขาด

ต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ หากข่าวลือแพร่งพรายออกไป มิแน่ว่าจะเกิดความวุ่นวายโกลาหลเพียงใด!

ถึงตอนนั้น... อาจจะ

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซวีซีก็เหลือบมองฮ่องเต้อวิ๋นผู้มีใบหน้าเรียบเฉย มือที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวก็กำแน่นขึ้น

หากฮ่องเต้อวิ๋นฉวยโอกาสนี้ก่อสงครามขึ้นมา พวกเขาก็หมดหนทางรับมือ!

“เช่นนั้นรึ?”

ฮ่องเต้อวิ๋นเลิกคิ้วขึ้น เพียงกวาดตามองซวีซีอย่างเรียบเฉย

เมื่อเห็นดังนั้น ซวีเหย่ก็ขมวดคิ้วลุกขึ้นแล้วกดไหล่ซวีซีให้นั่งลง

แล้วจึงเผชิญหน้ากับคำถามของฮ่องเต้อวิ๋นด้วยตนเอง

เขาโบกมือ ก็มีคนมาคุมตัวเยี่ยนอวิ๋นเฉินจากที่นั่งมา

“เจ้าพูดมา”

เมื่อองครักษ์คลายมือ เยี่ยนอวิ๋นเฉินก็เสียหลักเอนไปด้านข้างอย่างควบคุมไม่ได้ เกือบจะล้มลงกับพื้น

เป็นเพราะในยามนี้ เขากำลังหวาดหวั่นเกินไป

เซียวฮองเฮามองใบหน้าของเยี่ยนอวิ๋นเฉิน แล้วเผยสีหน้าตกตะลึง

เมื่อวานในงานเลี้ยงยังมองได้ไม่ชัดเจน

มาวันนี้เมื่อได้เผชิญหน้ากัน หากไม่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้านั้น นับว่าเหมือนกันราวกับแกะ!

แม้เซียวฮองเฮาจะตกใจ แต่ภายนอกกลับมิได้แสดงออกแม้แต่น้อย นางเบือนสายตาไปยังเหล่าสตรีชั้นสูงที่กำลังมองดูเหตุการณ์อยู่ด้านนอก

“นั่นสิ คิดจะแอบอ้างชื่อเสียงของฉู่อ๋องผู้เฒ่า ไม่ดูสารรูปของตัวเองเสียบ้าง”

“เซี่ยหงเฟยผู้นี้คงจะเสียสติไปแล้วกระมัง? ถึงกล้ามาพูดเรื่องเช่นนี้ต่อหน้าพวกเรา?”

“คาดว่าคงเห็นว่าหน้าตาเหมือนกัน แต่ชะตาชีวิตต่างกันลิบลับ เลยเกิดความริษยาในตัวฉู่อ๋องผู้เฒ่าของพวกเรากระมัง”

แม้ว่าปกติเหล่าบัณฑิตและผู้ดีจะดูสุภาพเรียบร้อย แต่ยามเอ่ยวาจากลับทิ่มแทงใจทุกถ้อยคำ

เซี่ยหงเฟยรู้สึกว่าหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ

กระทั่งหูของเขาก็เริ่มอื้ออึง

เขาอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ไม่เข้าใจเลยว่าเมื่อครู่ตนเองกล้าพูดจาเช่นนั้นออกไปได้อย่างไร

เหตุใดถึงได้เปิดโปงความลับนั้นต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้!

“ฝ่าบาท เป็นกระหม่อมที่สั่งสอนบุตรไม่ดีเอง ขอฝ่าบาทโปรดอย่าได้เอาความเลยพ่ะย่ะค่ะ ลูกของกระหม่อมคงจะถูกคนหลอกใช้ จึงได้ทำเรื่องเช่นนี้ลงไป...”

เยี่ยนอวิ๋นเฉินทำได้เพียงแก้ต่างอย่างสุดกำลัง หวังว่าฮ่องเต้อวิ๋นจะไม่ถือสาเอาความเรื่องนี้

เซี่ยหงเฟยเองก็หวาดกลัวจนทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้น

งานชุมนุมกวีที่ดี ๆ ต้องมาหมดสนุกเพราะการกระทำของเขา

อ๋องเต้อวิ๋นมองคนทั้งสองด้วยความเหยียดหยาม “เห็นแก่หน้าอ๋องผู้สำเร็จราชการของพวกเจ้า เรื่องนี้เราจะไม่ถือสาเอาความ แต่หากมีข่าวลือเช่นนี้หลุดออกมาจากปากของสองพ่อลูกเจ้าอีกครั้ง อย่าหาว่าเราไม่ปรานี”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง