"ยังคิดจะหนีอีก!" ลั่วชิงยวนกัดฟันไล่ตามเขาไปแล้วคว้าไหล่ของหวังหมาจื้อเอาไว้ วันนี้นางถูกปรักปรำเพราะเรื่องนี้ ย่อมต้องหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ออกมาลงโทษให้จงได้!
แต่หวังหมาจื้อผู้นี้ก็ฝีมือมิใช่ย่อยจึงคว้าข้อมือของลั่วชิงยวนแล้วบิดไพล่หลัง ลั่วชิงยวนรู้สึกเจ็บปวดมากจนแทบทนม่ไหว จากนั้นก็ถูกหวังหมาจื้อเตะเข้า ลั่วชิงยวนตอบสนองอย่างว่องไว สองแขนไขว้ตรงหน้าอกสกัดกั้น แต่มีพลังไม่เพียงพอจึงถูกเตะกระเด็นออกไป
นางถอยร่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างหนักอึ้งของตนเสียสมดุลจวนจะลมอยู่รอมร่อ
บาดแผลบนแผ่นหลังยังไม่หายดี เกรงว่าหากล้มลงไป อาจทำให้บาดเจ้บสาหัสเจียนร่างแหลกสลาย
แต่ทันใดนั้นเองวงแขนแกร่งคู่หนึ่งก็ช้อนแผ่นหลังของนางเอาไว้ จากนั้นก็ช่วยประคองให้นางลุกขึ้นทันที
นางรู้สึกตกใจอยู่บ้างและเมื่อหันหน้ากลับไป นางก็เห็นฟู่เฉินหวนที่สงบนิ่งและผ่อนคลาย
เขาจ้องมองนางด้วยดวงตาที่ลึกล้ำซับซ้อนแล้วถามว่า "เจ้าไม่รู้หรือว่าตัวเองอ้วนแค่ไหน?”
ใช้วิชาตัวเบาเพื่อจับคน?! โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จะอวดดีไปทำไมกันเล่า!
ตอนนี้องครักษ์จับตัวหวังหมาจื้อได้แล้วก็พาตัวกลับไปที่ตำหนักทันที
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วใส่ฟู่เฉินหวน "แน่นอนหม่อมฉันย่อมรู้ตัวว่าอ้วนเพียงใด หากไม่เสี่ยงชีวิต แล้วจะจับคนคนนั้นได้อย่างไรกันเล่า”
ฟู่เฉินหวนน้ำเสียงเฉยชาพร้อมแสดงท่าทีดูแคลนออกมา "เสี่ยงชีวิต? เพราะหวังหมาจื้อเช่นนั้นรึ?"
ลั่วชิงยวนมองเขาด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวและดึงดัน "ถ้าหากหม่อมฉันไม่สู้จนถึงตายแล้วจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างไรเล่า? หม่อมฉันถูกปรักปรำมากพอแล้ว!"
"ในสายตาของท่านอ๋อง นี่อาจจะเป็นแค่ผู้ที่จับตัวได้ง่าย ๆ แต่สำหรับหม่อมฉัน มันเป็นเรื่องของความบริสุทธิ์! หม่อมฉันไม่อาจเสี่ยงให้มันมีโอกาสหนีรอดไปได้แม้แต่น้อยเพคะ!"
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินแช่นนี้ก็ตัวแข็งทื่อ แววตาลึกล้ำมืดลงครู่หนึ่ง และความคิดของเขาก็พลันสับสนมากขึ้น
เขาไม่เอ่ยวาจาใด หันหลังกลับเข้าตำหนักไปอย่างไม่แยแส
จือเฉากับแม่นมเติ้งรีบเข้ามาช่วยปัดฝุ่นบนร่างของนาง จือเฉามองนางด้วยสายตาชื่นชม "พระชายากล้าหาญยิ่งนักเจ้าค่ะ!"
ลั่วชิงยวนยิ้มขมขื่นพลางก้มมองร่างกายเช่นนี้ การที่นางคิดจะใช้วิชาตัวเบาคงเป็นเรื่องตลกยิ่งนักในสายตาของฟู่เฉินหวน
ไม่นานด้านนอกประตูก็ร้างไร้ผู้คน จากนั้นบรรดาผู้ชมดูเหตุการณ์ที่แยกย้ายกันไปก็ยังเอ่ยถึงเรื่องนั้นอยู่
"หวังหมาจื้อผู้นี้ช่างกล้านัก กล้าหลอกให้มาที่ตำหนักอ๋อง คราวนี้มันคงจะมีวันเวลาดี ๆ รออยู่เป็นแน่!"
"ข้าคิดว่าตำหนักอ๋องแห่งนี้เห็นชีวิตคนเป็นผักปลาเสียอีก แต่กลับกลายเป็นว่าหวังหมาจื้อต่างหากที่เป็นคนก่อเหตุ เขาเคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อนหน้านี้ ทั้งต้มตุ๋นหลอกลวง ทั้งคดโกง คราวนี้มันถูกจับตัวไปก็อย่าได้ปล่อยออกมาสร้างปัญหาอีกเลยเป็นดีที่สุด!"
เมื่อผู้คนแยกย้ายกันไปแล้ว ถนนก็หวนคืนสู่ความเงียบดุจเดิม
ลั่วชิงยวนยืนอยู่บนถนน เมื่อจือเฉาถามว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี นางก็รู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง
เมื่อเห็นประตูตำหนักอ๋องสูงตระหง่าน นางก็รู้สึกลังเลใจ
เข้าไปเช่นนั้นหรือ? ในเมื่อนางถูกขับไล่ออกมาแล้ว ขืนไล่ตามไปก็จะดูเหมือนว่านางไร้ยางอายสิ้นดี เห็น ๆ กันอยู่ว่า นางถูกปรักปรำ แต่หากนางกลับเข้าไปก็จะแลดูต่ำต้อยด้อยค่า
แต่ถ้าไม่กลับเข้าไป? นางก็ไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...