ในเรือนอ๋อง ฟู่เฉินหวนคิดจะกลับไปยังห้องตำรา แต่เมื่อเขาเห็นว่า ตรงประตูไม่มีผู้ใดตามเข้ามา เขาก็ยืนเอามือไพล่หลังแล้วรออยู่สักพัก แต่ก็ยังไม่เห็นผู้ใดตามเข้ามา
เมื่อเห็นว่าซูโหยวจัดการให้ชุนเยวี่ยและบิดามารดาของนางได้นั่งลงแล้ว เขาก็กวักมือเรียกซูโหยวให้เข้ามาหา
"ท่านอ๋อง มีเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ซูโหยวรู้สึกสับสน
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วแล้วมองอีกฝ่าย "ออกไปดูซิว่า ยังมีผู้ที่ยังมิได้เข้ามาหรือไม่"
ซูโหยวชะงักงันไปชั่วขณะ นึกว่าท่านอ๋องกำลังเอ่ยถึงชุนเยวี่ยและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงตอบว่า "ชุนเยวี่ยกับบิดามารดาของนางเข้ามาหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วแน่นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า "ข้าสั่งให้เจ้าออกไปดูอย่างไรเล่า!"
ซูโหยวตกใจมากเสียจนไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดแล้วรีบเดินออกนอกประตู เขาเห็นทั้งสามคนบนท้องถนนก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นซูโหยวเดินออกมา ลั่วชิงยวนจึงหันหลังเตรียมตัวจากไป
เมื่อซูโหยวเห็นเช่นนี้ เขาก็รีบไล่ตามนางไป "พระชายาขอรับ!"
ลั่วชิงยวนไม่มองเขาสักนิดพลางเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาว่า "ท่านอ๋องรับสั่งให้ขับไล่ข้าออกจากตำหนักอ๋องแล้วมิใช่รึ เขาคิดจะสั่งให้ข้าทำอะไรอีกเล่า?"
ซูโหยวรีบเข้ามาขอโทษจากใจจริง "เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนเป็นความผิดของข้าเองขอรับ ข้าเป็นคนบอกท่านอ๋องว่า นางรับใช้ทั้งสามคนตายไปแล้ว มิหนำซ้ำเมื่อคืนพระชายาก็เข้าไปในเรือนของพวกนางด้วย"
"ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าพวกนางแกล้งตายและไม่รู้ว่าพระชายาได้เตรียมการเอาไว้อย่างรอบคอบแล้ว ดังนั้นข้าจึงคิดว่าพระชายามีส่วนพัวพันกับการตายของพวกนาง เป็นความผิดที่ข้าไม่อาจชดใช้ได้! ข้าหวังว่าพระชายาจะไม่เก็บมาใส่ใจขอรับ!"
ซูโหยวโทษตนเองในเรื่องนี้ เป็นความสะเพร่าของเขาที่มิได้จับชีพจรของพวกนางก็คิดว่าพวกนางตายไปแล้ว
ทั้งยังสงสัยในตัวพระชายาทันที
เพียงถามชุนเยวี่ยไม่กี่คำก็รู้ว่าเมื่อคืนพระชายาช่วยพวกนางเอาไว้ต่างหากเล่า ถ้ามิใช่เพราะพระชายา วันนี้ก็คงจับตัวการไม่ได้ และเรื่องวุ่นวายก็คงไม่สงบลง
เมื่อซูโหยวได้ยินนางเอ่ยวาจาถากถางก็ตัวแข็งทื่อ หมายจะพูดแทนท่านอ๋องสักสองสามคำ แต่เขารู้สึกว่าไม่เหมาะสมนักจึงทำเป็นลืมไปเสีย
เขามิได้เอ่ยวาจาใดแล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง
จือเฉาเดินถือขวดโอสถมาข้างเตียง "พระชายา ถ้าโอสถขวดนี้ได้ผลจริง ๆ ก็ใช้เถิดเจ้าค่ะ! เผื่อจะได้หายเร็ว ๆ !"
"วางเอาไว้เถอะ ข้าไม่ต้องการ" ลั่วชิงยวนตัดสินใจแน่วแน่
เมื่อซูโหยวได้ยินเช่นนี้จากในเรือน เขาก็สีหน้าขรึมเคร่งแล้วรีบกลับไปที่ห้องตำราของท่านอ๋องทันที
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมนำโอสถไปมอบให้แล้ว แต่พระชายาไม่ยอมใช้ ท่าทางนางยังมีโทสะอยู่ อย่างไรเสียคราวนี้เราก็ปรักปรำนาง ทำไมท่านอ๋องถึงไม่เสด็จไปหานางด้วยตัวท่านเองเล่าพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วแน่น "ข้าผู้เป็นอ๋องไปจะมีประโยชน์อันใดเล่า"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...