"ใจร้ายเกินไปแล้ว!"
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเสียงเหล่านี้ นางก็ยิ้มเยาะนิด ๆ พลางมองฟู่เฉินหวนด้วยสายตาเย็นชา "ท่านอ๋อง หม่อมฉันขอถามเป็นประโยคสุดท้าย ท่านทรงคิดจะขับไล่หม่อมฉันไปจริง ๆ ใช่หรือไม่เพคะ?"
การจ้องมองที่เย็นชาของนางมีทั้งความขุ่นเคืองและการคุกคาม
ฟู่เฉินหวนนึกถึงอาคมชุมนุมปีศาจในตำหนักอยู่ชั่วอึดใจ แต่หลังจากนึกถึงเรื่องนั้นแล้ว อาคมชุมนุมปีศาจนี้ก็เป็นแค่เรื่องที่ลั่วชิงยวนเอ่ยขึ้นมาเท่านั้น ไม่ว่ามันจะมีอยู่จริงหรือไม่ ร้ายกาจสักแค่ไหน ผู้ใดจะล่วงรู้กันเล่า
สตรีผู้นี้มีเจตนาไม่ดี ใครจะรู้ว่า นางซ่อนกลอุบาย หรือแผนการร้ายกาจแบบไหนเอาไว้ เพื่อความสงบสุขแล้ว ควรขับไล่นางออกไปเสีย!
สำหรับจวนอัครเสนาบดีแล้ว เมื่อเห็นท่าทีที่ลั่วไห่ผิงมีต่อลั่วชิงยวน เขาไม่รักใคร่บุตรสาวผู้นี้เลยสักนิด ถ้าหากเขาหย่ากับนาง ลั่วไห่ผิงก็คงจะไม่ว่าอะไรหรอก
เขาคิดจะเอ่ยปากพูดออกไป…
ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ส่งเสียงออกไป จู่ ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาจากท้องถนนแล้วมุ่งหน้ามาที่ประตูตำหนักอ๋อง
"ตำหนักอ๋องทำลายชีวิตบุตรสาวของข้า ขอตำหนักอ๋องได้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่พวกเราด้วย!"
กลุ่มชาวบ้านที่โทสะพลุ่งพล่านต่างชูกำปั้นแล้วร้องตะโกนด้วยความเศร้าโศรกและคับแค้นใจ
เสียงดังกึกก้องและโกลาหลมากจนดึงดูดผู้คนที่สัญจรไปมาจำนวนมากให้มาชมการแสดง
การมาถึงอย่างกะทันหันของคนกลุ่มดังกล่าวทำให้แววตาของฟู่เฉินหวนพลันเย็นชาขึ้นมาทันที
ซูโหยวรีบออกมาด้วยหมายจะสลายฝูงชน "อย่าตะโกน อย่าตะโกนสิ เกิดอันใดขึ้น?!"
หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างแค้นเคืองว่า "บุตรสาวของข้าถูกพวกเจ้าพาไปให้ตาเฒ่าของตระกูลใหญ่แห่งหนึ่งข่มเหง! นางหนีกลับมาที่ตำหนักได้แต่กัลบถูกทรมานจนตายอย่างอนาถอยู่ข้างใน! พวกเจ้าไม่แม้แต่จะคืนศพมาให้เรา! สวรรค์จะต้องลงโทษพวกเจ้า!"
บุรุษวัยกลางคนอีกคนหนึ่งก็ลุกขึ้นเช่นกัน "ข้ามีบุตรสาวผู้นี้เพียงคนเดียว ถึงแม้ว่านางจะยากจนข้นแค้น แต่นางก็เป็นบุตรสาวที่ล้ำค่าของเรา! ตำหนักอ๋องข่มเหงคนและเห็นชีวิตผู้อื่นเป็นผักปลา! ถ้าหากวันนี้ข้าไม่ได้รับคำอธิบาย ข้าจะสาดโลหิตใส่หน้าตำหนักอ๋องเสียเลย!"
ฟู่เฉินหวนเหลือบมองลั่วชิงยวน "เจ้าทำได้ดีนักนะ! ยังไม่รีบไสหัวออกไปจากที่นี่อีก!"
ลั่วชิงยวนตื่นตกใจพลางมองเขาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ทันใดนั้นก็เข้าใจแล้วว่า ฟู่เฉินหวนคิดว่านางสังหารนางรับใช้ทั้งสามคน และให้นางรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้!
ดูเหมือนว่าเธอกำลังถูกกล่าวหาอย่างผิด ๆ !
นางจะไม่ยอมรับโทษในเรื่องนี้แน่!
นางจ้องมองฟู่เฉินหวนด้วยความโกรธจัดแล้วตวาดใส่ซูโหยวว่า "ส่งองครักษ์ไปกำราบก็รังแต่จะทำให้ตายเสียเปล่า ๆ ไม่เชื่อเจ้าก็ลองดูสิ! เมื่อถึงเวลาก็ไม่สามารถยุติเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยู่ดี!"
พลังกดดันอันรุนแรงทำให้ซูโหยวเองตื่นตกใจและตะลึงงันไปชั่วครู่หนึ่ง
ลั่วชิงยวนเงยหน้ามองตรงไปที่ฟู่เฉินหวน นางเอ่ยทีละคำด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เช่นนั้นหม่อมฉันจะให้ท่านอ๋องได้เห็นเรื่องดี ๆ ที่หม่อมฉันทำก็แล้วกัน!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...