เมื่อคืนนางนอนดึก อาหารบาดเจ็บก็ยังไม่หายดี ทำได้แต่นอนคว่ำ นางจึงหลับไม่สนิทสักเท่าไหร่นัก ดังนั้นแม่นมเติ้งกับจือเฉาจึงไม่เข้ามารบกวนนาง
ปัง…
ลั่วชิงยวนที่ยังนอนหลับอยู่ถูกเสียงถีบประตูปลุกให้ตื่นขึ้นมา "เกิดอะไรขึ้น?"
ทันทีที่นางลืมตาก็เห็นร่างที่ก้าวเข้ามาด้วยความโกรธแค้น
สีหน้าอึมครึมและสายตาอันตรายทำให้ลั่วชิงยวนพลันสะดุ้งตกใจขึ้นมาทันที จากนั้นนางก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง "ท่านอ๋อง... เกิดเรื่องอะไรขึ้นเพคะ?"
เมื่อฟู่เฉินหวนเห็นสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์เช่นเดียวกับในวันที่นางเป็นเจ้าสาว ก็ให้รู้สึกรังเกียจอยู่ในใจ
สตรีผู้นี้ช่างเสแสร้งเก่งเสียจริง ๆ !
ลั่วชิงยวนไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่นางเห็นสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของฟู่เฉินหวนซึ่งเย็นชาราวกับกริชได้อย่างเด่นชัด
จากนั้นนางก็ถูกฟู่เฉินหวนลากขึ้นมาจากเตียง ลั่วชิงยวนล้มลงกับพื้นแล้วกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
แต่ฟู่เฉินหวนที่แข็งแกร่งมากกลับไม่สนใจว่านางจะเจ็บตัวเลยสักนิดแล้วเดินก้าวยาว ๆ ออกไป ลั่วชิงยวนได้แต่กัดฟันลุกขึ้นและรีบเดินตามไป แต่นางก็ไม่อาจเลี่ยงอาการปวดแปลบจากการถูกกระชากลากถูไปได้
"เยวี่ยอิงกลับจวนไปแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าคงจะยับยั้งชั่งใจได้มากแล้วแท้ ๆ แต่ข้าไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าจะก่อคลื่นลมในตำหนัก! ข้าผู้เป็นอ๋องอดทนกับเจ้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าหากเจ้ายังไม่รู้ผิดชอบชั่วดี เช่นนั้นตำหนักอ๋องแห่งนี้ก็คงเก็บเจ้าไว้ไม่ได้แล้ว!
ฟู่เฉินหวนน้ำเสียงเย็นชาไร้ซึ่งความอบอุ่นสักกระผีกริ้นเสียจนนางสัมผัสได้ถึงโทสะในจิตใจของอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็กระชากแขนของนางโดยไม่ปรานีแม้แต่น้อยแล้วเดินออกไป
ตลอดทางที่ผ่านมา พวกนางรับใช้ บ่าวรับใช้และองครักษ์หลายคนที่เห็นเข้าต่างกระซิบกระซาบและชี้นิ้วมาที่นาง
นับเป็นเรื่องที่รังแต่จะสร้างความอัปยศอดสูให้แก่นาง
อาการปวดแปลบตรงแผ่นหลังทำให้นางดวงตาแดงก่ำ จากนั้นนางก็ตะคอกใส่ด้วยความโกรธจัดขึ้นมาบ้าง "ฟู่เฉินหวน ท่านเป็นบ้าอะไรกัน?!"
แม่นมเติ้งกับจือเฉาช่วยประคองนางให้ลุกขึ้นมาอย่างอัดอั้นตันใจ
"ท่านอ๋องเพคะ พระชายาถูกโบยไปเมื่อคราวที่แล้ว อาการบาดเจ็บยังไม่หายดี ท่านช่วยกล่าวอะไรดี ๆ สักคำได้หรือไม่เพคะ? มีคนมองอยู่มากมายเพียงนี้ จะแลดูน่าเกลียดมากเพียงใด” แม่นมเติ้งเอ่ยขึ้นภายใต้แรงกดดันมหาศาลเพื่อเกลี้ยกล่อมเขา
"ใช่เพคะ ท่านอ๋อง โปรดอย่าทรงขับไล่พระชายาไปเลยเพคะ! พระชายาเป็นคนดี คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดบางอย่างเป็นแน่!" จือเฉาเองก็รีบคุกเข่าขอร้อง
เมื่อฟู่เฉินหวนเห็นภาพเหตุการณ์ฉากนี้เข้า เขาก็ขมวดคิ้วแล้วทอดสายตาเย็นชามองมาที่ลั่วชิงยวน "ดูเหมือนว่าการเก็บเจ้าไว้ในตำหนักจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดมาตั้งแต่แรก มิหนำซ้ำยังซื้อใจคนได้อีกต่างหาก"
แววตาของเขามืดมนและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า "วันนี้ต่อให้ผู้ใดขอร้องก็ไร้ประโยชน์ ถ้าผู้ใดอยากจะไปก็เชิญไสหัวไปพร้อมกันได้เลย!"
บรรดานางรับใช้ในตำหนักต่างเงยหน้ามองไปรอบ ๆ พลางกระซิบกระซาบกันว่า "นางควรจะถูกขับไล่ออกไปตั้งนานแล้ว นางไม่มีทั้งรูปโฉมและชื่อเสียงที่ดีงาม คู่ควรกับตำแหน่งพระชายาตรงไหนกันเล่า"
"นั่นน่ะสิ มิหนำซ้ำนางยังปฏิบัติกับบ่าวรับใช้อย่างโหดร้ายทารุณอีกต่างหาก ข้าได้ยินมาว่า แม่บ้านเมิ่งถูกนางใส่ความและถูกขับไล่ออกไปด้วย"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...