“วิชาดาบไร้นาม?”
ในใจของเย่ชิวผุดความสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่ง
เขาเอื้อมมือไปหยิบตำราลับเล่มนั้นขึ้นมา เปิดหน้ากระดาษหน้าแรก ก็เห็นมีประโยคหนึ่งเขียนเอาไว้
“เพียงต้นหญ้าหนึ่งต้น ก็สามารถฟันผ่าได้แม้แต่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และหมู่ดวงดาว!”
หัวใจของเย่ชิวเต้นตุบตัก ๆ รุนแรงขึ้นมาทันที
นี่มันเคล็ดดาบตัวอักษรหญ้า!
เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าวันนี้จะได้มาเห็นเคล็ดดาบตัวอักษรหญ้าที่นี่ แถมยังเป็นท่าที่ห้า
พูดได้ว่าเป็นโชคดีที่ไม่คาดฝันจริง ๆ
เย่ชิวพลิกอ่านต่อไปด้านหลัง พบว่าหน้าถัดไปมีภาพต้นหญ้าต้นหนึ่งวาดเอาไว้
ถึงจะเป็นเพียงภาพวาด แต่บนต้นหญ้าต้นนั้นกลับแฝงเร้นเจตจำนงกระบี่อันรุนแรงเอาไว้
ด้านล่างของภาพ ท่านอาจารย์ยังเขียนคำอธิบายประกอบทิ้งไว้ด้วย
“กระบวนท่าดาบนี้ที่มาที่ไปไม่ชัดเจน มีเพียงหนึ่งท่า ทว่าตามที่ข้าสังเกต ถือว่าร้ายกาจอย่างยิ่ง”
“เพราะเช่นนั้น ข้าจึงเรียกมันว่า วิชาดาบไร้นาม”
“วิชาดาบไร้นามให้ความสำคัญกับการใช้เจตจำนงควบคุมดาบ เอาใจเป็นดาบ เมื่อฝึกฝนจนถึงขีดสุด สรรพสิ่งล้วนกลายเป็นดาบได้ แม้แต่ต้นหญ้าหนึ่งต้น ก็ยังสามารถฟันผ่าดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และหมู่ดวงดาวได้”
หัวใจของเย่ชิวเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
ย้อนคิดไปเมื่อครั้งที่เขาเข้าใจสี่ท่าแรกของเคล็ดดาบตัวอักษรหญ้า ก็ใช้มันสังหารศัตรูไปไม่น้อย
โดยเฉพาะตอนอยู่ในโลกมนุษย์ เคล็ดดาบตัวอักษรหญ้ายิ่งเป็นหนึ่งในไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา
ห่างหายมาหลายวัน วันนี้ได้มาเห็นท่าที่ห้า ณ ที่แห่งนี้ เย่ชิวจึงทั้งแปลกใจและปลื้มปิติ
เขาสูดหายใจเข้าลึก ระงับอารมณ์ตื่นเต้นให้สงบลงเล็กน้อย จากนั้นไม่ลังเลเลยสักนิด ชักพาพลังชี่สายหนึ่งหลั่งไหลเข้าสู่ภาพวาด
ชั่วพริบตาเดียว ต้นหญ้าในภาพราวกับมีชีวิตขึ้นมา
ใบหญ้าไหวเอนแผ่วเบา แต่กลับปะทุออกมาด้วยเจตจำนงกระบี่ที่หาที่เปรียบมิได้
เจตจำนงกระบี่สายนี้คมกล้าถึงที่สุด ราวกับจะแหวกผ่าทะลวงสุญญากาศ ฟันขาดทุกสิ่งที่ขวางทาง
เย่ชิวจ้องมองต้นหญ้าต้นนั้นโดยไม่กระพริบตา เปิดสัมผัสเทพออกจนหมด ระมัดระวังรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของเจตจำนงกระบี่ทุกเส้นสายอย่างละเอียด
เขาไม่กล้าวอกแวกแม้แต่น้อย กลัวว่าจะพลาดรายละเอียดใดไปแม้เพียงจุดเดียว
พร้อมกับที่เจตจำนงกระบี่ไหลเวียนเปลี่ยนแปลง ภาพหนึ่งก็ค่อย ๆ ผุดชัดขึ้นในห้วงสมองของเย่ชิว — ต้นหญ้าดูธรรมดาต้นหนึ่งกำลังเอนล้อตามสายลม ใบหญ้าเพียงกรีดเฉือนเบา ๆ ฟ้าดินก็เปลี่ยนสี ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และหมู่ดวงดาวราวกับถูกหนึ่งกระบี่นี้ผ่าฟันจนขาดสะบั้น
“นี่แหละคือแก่นแท้ของเคล็ดดาบตัวอักษรหญ้า!”
ภายในใจของเย่ชิวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ากระบวนท่าดาบนี้ มีพลังรุนแรงกว่าสี่ท่าแรกนับพันนับหมื่นเท่า
เย่ชิวไม่กล้าชะล่าใจ รีบจมดิ่งสัมผัสเทพลงไปในนั้นอีกครั้ง ตั้งใจซึมซับความเปลี่ยนแปลงของเจตจำนงกระบี่ทุกเส้นสายอย่างถี่ถ้วน
เขาจดจำเจตจำนงกระบี่เหล่านั้นอย่างเหนียวแน่น ราวกับสลักลงลึกไปถึงก้นบึ้งของวิญญาณ
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที
เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมออกมาตามหน้าผากของเย่ชิวทีละหยด
ต่อให้เขาจะเป็นถึงราชานักบุญไร้เทียมทานแล้วก็ตาม แต่เจตจำนงกระบี่ท่านี้กลับแข็งแกร่งอย่างล้ำลึก การทำความเข้าใจย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
ผ่านไปอยู่พักใหญ่
ในที่สุด เย่ชิวก็ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ แสงคมกล้าสายหนึ่งวาบผ่านดวงตา
เขาเป่าลมหายใจยาวออกมา ใบหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
ถึงเย่ชิวยังจะไม่อาจเข้าใจได้หมดจด แต่เขาจดจำท่าที่ห้าของเคล็ดดาบตัวอักษรหญ้าไว้ได้แล้ว เขาเชื่อว่า เพียงให้เวลาเขาอีกสักหน่อย ย่อมต้องควบคุมมันได้อย่างแน่นอน
ในตอนนั้นเอง เสียงของหนานกงเซียวเซียวก็ดังขึ้นมา
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากด้านนอก
เย่ชิวหันไปมอง เห็นข่งเทียนเซี่ยเดินเข้ามา มือหิ้วกระต่ายป่าหลายตัวกับไก่ป่าหลายตัวติดมือมาด้วย
พอข่งเทียนเซี่ยเห็นเย่ชิว ใบหน้าก็ฉายแววดีใจทันที รีบก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เอ่ยว่า “พี่เย่ ท่านมาถึงที่นี่ได้อย่างไร?”
เย่ชิวยิ้มตอบ “วันนี้ข้ามาเยี่ยมท่านอาจารย์ โดยถือโอกาสมาเยี่ยมเจ้าด้วย”
ข่งเทียนเซี่ยหัวเราะลั่น “พี่เย่มาถูกจังหวะพอดี ข้าเพิ่งล่าเนื้อป่ามาได้ไม่กี่ตัว วันนี้ทั้งท่านกับคุณหนูหนานกงได้กินของอร่อยแน่”
“เอามาให้ข้าเถอะ” ท่านอาจารย์รับกระต่ายป่ากับไก่ป่าจากมือของข่งเทียนเซี่ย แล้วว่า “พวกเจ้าหนุ่มสาวก็คุยกันไปเถอะ แก่เฒ่าอย่างข้าจะไปเตรียมอาหารเย็นให้เอง”
เย่ชิวรีบเอ่ย “ท่านอาจารย์ จะให้ท่านลำบากลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองได้อย่างไร”
ข่งเทียนเซี่ยเองก็มีสีหน้าประหลาดใจ “อาจารย์ ให้ศิษย์ไปทำเถิด!”
“ไม่เป็นไร ข้าแก่ก็ไม่ได้เข้าครัวมานานแล้ว วันนี้ถือโอกาสอวดฝีมือสักหน่อยก็แล้วกัน” ท่านอาจารย์เอ่ยยิ้ม ๆ จบคำก็หันหลังเดินจากไป
ข่งเทียนเซี่ยหันมาบอกเย่ชิวกับหนานกงเซียวเซียวว่า “พี่เย่ คุณหนูหนานกง วันนี้พวกเจ้ามีบุญปากจริง ๆ อาจารย์ของข้าไม่ค่อยลงมือทำอาหารเองง่าย ๆ หรอก แต่ฝีมือทำกับข้าวของท่านดีมาก เมื่อก่อนข้ากับศิษย์น้องชายศิษย์น้องหญิงทั้งหลายชอบกินอาหารที่อาจารย์ทำที่สุด อร่อยมากจริง ๆ”
จากนั้น ข่งเทียนเซี่ยก็พูดต่อ “พี่เย่ ท่านขึ้นไปติดอันดับหนึ่งในรายชื่อผู้มีโอกาสบรรลุเป็นจักรพรรดิ น่าอิจฉาเสียจริง!”
เย่ชิวหัวเราะแห้ง ๆ “พี่คง อย่ามาล้อข้าเลย อันดับหนึ่งในรายชื่อผู้มีโอกาสบรรลุเป็นจักรพรรดินั่นน่ะ หาใช่เรื่องดีอะไรไม่”
ข่งเทียนเซี่ยเลิกคิ้วอย่างสงสัย “ทำไมถึงพูดเช่นนั้นเล่า?”
เย่ชิวก็นำคำเตือนของท่านอาจารย์และความกังวลของตนเอง เล่าให้ข่งเทียนเซี่ยฟังทีละเรื่อง
หลังจากข่งเทียนเซี่ยฟังจบ คิ้วก็ขมวดแน่น น้ำเสียงต่ำลงเอ่ยว่า “พี่เย่ เรื่องนี้ชวนให้สงสัยยิ่งนัก เจ้าของระฆังสวรรค์ปฐพีเล่นงานท่านถึงเพียงนี้ ท่านต้องระวังให้มาก”
“แต่ถึงอย่างไร ท่านก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไปนัก ฝีมือของท่านข้ารู้ดี บนฟ้าดินนี้มีไม่กี่คนหรอกที่ทำอะไรท่านได้”
“สรุปแล้ว หากมีเรื่องใดที่ต้องใช้ข้า ก็พูดมาได้เลยโดยไม่ต้องเกรงใจ”
“อ้อ จริงสิ เมื่อวานศิษย์น้องหญิงส่งจดหมายมาด้วย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...