หยินจิ่วโยวตวาดลั่นทีหนึ่ง เฝ้าระแวดระวังกวาดตามองไปรอบด้าน ทว่ากลับไม่พบอะไรเลย
“แปลก ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนกำลังโดนแอบมองอยู่?”
นับตั้งแต่เข้ามาในสุสานจักรพรรดิ หยินจิ่วโยวมักจะเกิดความรู้สึกไม่สบายใจแบบไร้สาเหตุทำนองนี้อยู่เรื่อย
“หรือว่ามีใครตามข้ามา?”
แววเย็นชาวาบหนึ่งฉายผ่านดวงตาของหยินจิ่วโยว ธงพันวิญญาณในมือสั่นไหวแผ่ว ๆ ปล่อยคลื่นระลอกหนึ่งที่มองไม่เห็นกวาดออกไปโดยรอบ
ครู่หนึ่งผ่านไป
ก็ยังไม่พบอะไรอยู่ดี
หยินจิ่วโยวส่ายหน้า “ดูท่าคงเพราะข้าเครียดเกินไป”
ไกลออกไป เย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินกลั้นหายใจนิ่งสนิท ซ่อนตัวกลมกลืนไปกับอากาศรอบกาย
“เฉียดฉิวไปหน่อย เกือบโดนจับได้แล้ว” จางเหมยเจินเหรินส่งเสียงลับมา “สมกับเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ สัมผัสไวเหลือเชื่อ”
เย่ชิวว่า “ธงพันวิญญาณของเขาก็พิกล พลังบำเพ็ญเพียรถ้าอ่อนกว่านี้สักหน่อย เกรงว่าต้องถูกเขาจับได้ตั้งนานแล้ว”
นัยน์ตาของจางเหมยเจินเหรินกลอกไปมาอย่างใช้ความคิด ก่อนเอ่ยว่า “หยินจิ่วโยวฆ่าผู้ฝึกบำเพ็ญอย่างอหังการแบบนี้ ไม่นานต้องก่อความโกรธแค้นไปทั่ว ไม่สู้หาหน่อยสนุกให้มันเล่นหน่อยดีไหม”
“ท่านคิดจะทำอะไร?” เย่ชิวถาม
จางเหมยเจินเหรินว่า “ข้าจะใช้หินบันทึกภาพบันทึกภาพที่หยินจิ่วโยวสังหารผู้ฝึกบำเพ็ญเอาไว้ โดยเฉพาะภาพตอนธงพันวิญญาณกลืนกินจิตวิญญาณต้นกำเนิดนักบุญให้ละเอียด”
“พอพวกเราเจอคนอื่น ก็ ‘เผลอ’ ทำหลุดปากสักหน่อย”
“ถึงตอนนั้น เกรงว่าจะมีไม่น้อยที่แค้นหยินจิ่วโยวจนเข้าไส้”
เย่ชิวว่า “ทำแบบนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร คนสำนักกุ่ยมินเวลาลงมือ ไม่เคยแยแสจริยธรรมหรือศีลธรรมของโลก”
“ถ้าหยินจิ่วโยวแคร์สายตาคนอื่น เขาก็คงไม่ใช้การหลอมสมบัติโดยใช้วิญญาณคนเป็นกับของวิเศษทางเวทมนตร์หรอก”
“อีกอย่าง ต่อให้ก่อความโกรธแค้นไปทั่ว แล้วใครกล้าลงมือกับเขา? อย่าลืมว่าหมอนั่นคือกึ่งจักรพรรดิแท้ ๆ”
“ในสุสานจักรพรรดิของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งนี้ มีแค่ผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดินับนิ้วได้เท่านั้นที่พอสู้หยินจิ่วโยวไหว แต่พวกนั้นก็กำลังแย่งชิงมรดกจักรพรรดิอยู่ มีหรือจะยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อ ‘มดปลวก’ ไม่กี่ตัว แล้วตั้งตัวเป็นศัตรูกับหยินจิ่วโยว”
จางเหมยเจินเหรินว่า “พูดก็ใช่ แต่พอเห็นหน้าหมอนั่นแล้ว ข้าอยากเอาอิฐฟาดหน้ามันจริง ๆ”
อยู่ ๆ เย่ชิวก็เอ่ยว่า “เหล่าโต้วซี รออยู่ตรงนี้แหละ”
“เจ้าจะไปไหน?” จางเหมยเจินเหรินรีบถาม
เย่ชิวหัวเราะ “ข้ากะว่าจะช่วยเพิ่มศัตรูให้อีกสักคนให้หลวงโป๋ซา”
จางเหมยเจินเหรินได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเจ้าเล่ห์ “เข้าท่า! ให้คนกุ่ยมินไปตามเช็กบิลหลวงโป๋ซาบ้างก็ดี! แต่ไอ้เด็กเหลือขอ เจ้าคิดจะทำยังไง? ไอ้หนูหลวงโป๋ซานั่นมันเจ้าเล่ห์จะตายไป”
“ข้ากะว่า……” เย่ชิวยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นหยินจิ่วโยววางธงพันวิญญาณลงกับพื้นดินเสียก่อน
จากนั้นก็ชูมือขึ้นร่ายอาคม เพียงชั่วพริบตาเดียว ธงพันวิญญาณก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นดิน ใช้ตาเปล่าแทบมองไม่เห็นเลย
“โธ่เอ๊ย ไอ้เด็กนั่นมันร้ายฉิบหาย” จางเหมยเจินเหรินสบถ
จังหวะนั้นเอง ก็ได้ยินหยินจิ่วโยวหัวเราะเย็น “กับดักวางเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไป ไม่ต้องให้ข้าลงมือเอง เดี๋ยวก็มีเหยื่อเข้าธงมาเอง”
“น่าเสียดายก็แต่ จิตวิญญาณต้นกำเนิดนักบุญที่เก็บได้ มันยังธรรมดาเกินไป ถ้ามีผู้ฝึกบำเพ็ญที่พลังบำเพ็ญเพียรสูงสักสองสามคนล่ะก็……”
พอพูดถึงตรงนี้ แววโลภจัดก็วูบผ่านดวงตา หยินจิ่วโยวว่า “ถ้าได้กลืนกินจิตวิญญาณแท้ของราชานักบุญไร้เทียมทานสักคน ก็นับว่าคุ้มเท่าจิตวิญญาณต้นกำเนิดนักบุญสิบดวงแล้ว!”
สิ้นคำ เขาก็ใช้วิชาอาคมลับ ร่างกายค่อย ๆ เลือนหายซ่อนตัวไปในอากาศ เฝ้ารอเหยื่อจะมาติดเบ็ดอย่างสงบ
“เหล่าโต้วซี ข้าไปก่อนนะ ระวังตัวเองด้วย”
เย่ชิวพูดจบก็สาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้เขาไม่คิดจะปิดบังรูปร่าง กลับเดินอาด ๆ โชว์ตัวออกไปอย่างไม่เกรงใจ
“ฮึ ไวดีนี่ มีเหยื่อมาแล้วเหรอ?”
หยินจิ่วโยวที่ซ่อนตัวอยู่กลางอากาศ จ้องมองร่างที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างไม่วางตา มุมปากเผลอยกยิ้มโหดเหี้ยมขึ้นมาเอง
“ราชานักบุญไร้เทียมทาน เจี๊ยก ๆ ๆ……”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...