เย่ชิววางถ้วยชาลง สีหน้าจริงจังเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ ผู้น้อยมาครั้งนี้ ที่จริงแล้วมีอยู่สามเรื่องขอรับ”
“โอ้?” ท่านอาจารย์ยิ้มบาง ๆ ผายมือเป็นเชิงให้เย่ชิวพูดต่อ
เย่ชิวว่า “เรื่องแรก ย่อมเป็นการมาเยี่ยมคารวะท่านอาวุโส ขอบคุณที่ครั้งก่อนท่านช่วยหนิงอันกวาดล้างศึกในจงโจว หากไม่ใช่เพราะท่านลงมือ หนิงอันคงยากจะรวบรวมจงโจวได้ราบรื่นเช่นนี้”
“คุณชายเย่เกรงใจเกินไปแล้ว” ท่านอาจารย์โบกมือ พลางกล่าวว่า “ข้าเป็นอาจารย์ของหนิงอัน ช่วยนางก็เป็นหน้าที่ที่ปฏิเสธไม่ได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่นางทำก็เพื่อความสงบสุขของราษฎรจงโจวทั้งสิ้น ข้าเพียงออกแรงเล็กน้อยเท่านั้นเอง”
“แม้ข้าจะอยู่แต่ในสำนักศึกษาจี้เซี่ย ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับเรื่องราชสำนัก แต่ก็ยังหวังเห็นจงโจวสงบยืนยาว บ้านเมืองร่มเย็น ผู้คนอยู่ดีกินดี”
“ท่านอาจารย์ช่างมีคุณธรรมสูงส่ง” เย่ชิวกล่าวต่อ “เรื่องที่สอง คือมาขอเยี่ยมพี่คง ผมกับพี่คงถูกคอกันตั้งแต่เจอครั้งแรก ไม่ได้พบกันเสียนาน ก็อดคิดถึงไม่ได้”
ท่านอาจารย์หัวเราะพลางว่า “ทั่วหล้าขึ้นเขาไปแล้ว จะกลับมาก่อนฟ้ามืด เดี๋ยวพวกเจ้าก็คุยรำลึกความหลังกันให้เต็มที่เถอะ ยังหนุ่มยังแน่นเหมือนกัน น่าจะคุยกันถูกคอ”
เย่ชิวเอ่ยต่อว่า “ส่วนเรื่องที่สาม คือมาขอขมาอาวุโสขอรับ”
“คราวก่อนที่แคว้นโจว เพราะตัวผู้น้อยเอง ทำให้จิตแห่งเต๋าของจูเก๋อเชาโยวเกิดปัญหา ผู้น้อยรู้สึกผิดมาตลอด”
พูดถึงตรงนี้ เย่ชิวหยิบยาศักดิ์สิทธิ์สองต้นออกมา ประคองสองมือยื่นถวาย กล่าวอย่างเคารพว่า “ขอรบกวนท่านอาจารย์ช่วยนำยาศักดิ์สิทธิ์สองต้นนี้ไปมอบให้จูเก๋อเชาโยวแทนผู้น้อย ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยในการไถ่โทษ”
ท่านอาจารย์เหลือบตามองยาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองต้น ก่อนจะยิ้มพูดว่า “คุณชายเย่ไม่ต้องลำบากถึงเพียงนี้หรอก”
“เรื่องของเฉาเอียงไม่ใช่ความผิดของเจ้า จะว่าก็ต้องว่าเขายังหนุ่มเลือดร้อน เหลิงจัด มองฟ้าต่ำดินแคบ ไม่รู้เลยว่าทั่วหล้ากว้างใหญ่เพียงใด เขาสูงกว่ายังมียอดเขาอื่น สูงกว่าคนยังมีคนอื่นอยู่”
“แน่นอน นั่นก็เป็นความผิดของข้าในฐานะอาจารย์เช่นกัน ที่ตามใจเขามากไป ไม่ได้อบรมสั่งสอนให้ดีกว่านี้”
ท่านอาจารย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ “แต่ถึงจิตแห่งเต๋าของเฉาเอียงจะมีปัญหา โชคดีที่เขายังอ่อนวัย ยังมีโอกาสแก้ไขได้”
“พูดถึงเรื่องนี้ ข้าคนแก่ผู้นี้ยังต้องขอบคุณคุณชายเย่เสียด้วยซ้ำ เฉาเอียงบังเอิญได้พบเป็นเจ้าดีแล้ว หากวันนั้นเป็นคนอื่น ด้วยนิสัยเขา เกรงว่าป่านนี้ชีวิตคงหลุดลอยไปแล้ว”
เย่ชิวส่ายหน้า “ไม่ว่ายังไง ก็เป็นผมที่ผิดกับเฉาเอียงอยู่ดี คำขอบคุณของท่าน ผู้น้อยไม่กล้ารับเลยขอรับ”
ท่านอาจารย์ยิ้มกล่าวว่า “ส่วนยาศักดิ์สิทธิ์สองต้นนี้ ขอเชิญคุณชายเย่เก็บกลับไปเถอะ”
เย่ชิวกลับยืนกราน “นี่เป็นน้ำใจของผู้น้อยเอง และก็เป็นสำนึกไถ่โทษต่อจูเก๋อเชาโยว หวังว่าท่านอาจารย์อย่าได้รังเกียจเลยขอรับ”
เห็นเย่ชิวตั้งใจจริง ท่านอาจารย์จึงไม่ปฏิเสธต่อ พยักหน้ากล่าวว่า “ยาศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่า เสียที่ไหนจะไปรังเกียจ? ในเมื่อเป็นน้ำใจของคุณชายเย่ หากข้ายังฝืนปฏิเสธอีก ก็จะดูเป็นคนไร้น้ำใจเกินไป งั้นข้าก็รับแทนเฉาเอียง ขอบใจคุณชายเย่แล้วกัน”
เย่ชิวรีบเอ่ยว่า “ท่านเป็นปราชญ์ใหญ่ผู้ชื่อกระฉ่อนสะท้านทั่วหล้า อย่าได้เอ่ยคำขอบคุณเช่นนั้นอีกเลย ไม่งั้นผู้น้อยคงได้อายุสั้นก่อนวัยขอรับ”
ท่านอาจารย์หัวเราะลั่น “ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมหนิงอันถึงมีใจให้คุณชายเย่เป็นพิเศษ”
“คุณชายเย่ถ่อมตน มีมารยาท ไม่เย่อหยิ่งไม่บุ่มบ่าม ไม่น่าแปลกที่อายุยังน้อยกลับสร้างชื่อได้ถึงเพียงนี้”
“และก็ไม่น่าแปลก…ที่เจ้าจะได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งบนรายชื่อผู้มีโอกาสบรรลุเป็นจักรพรรดิ!”
เดิมทีเย่ชิวคิดจะหาโอกาสพูดถึงระฆังสวรรค์ปฐพีหรือรายชื่อผู้มีโอกาสบรรลุเป็นจักรพรรดิเอง ไม่คาดว่าท่านอาจารย์จะพูดขึ้นมาก่อน
เย่ชิวหัวเราะฝืด ๆ “ท่านอาจารย์ เอาจริง ๆ แล้วผู้น้อยยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของระฆังฟ้าดินเป็นใคร จะไปล่วงเกินเขาได้อย่างไรกันขอรับ”
ท่านอาจารย์กล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม “คุณชายเย่ เจ้าของระฆังฟ้าดินนอกจากจะลึกลับเหนือคาดแล้ว ยังมีเล่ห์กลสูงล้ำ เขาสามารถผลักดันให้เจ้าและคนรอบตัวเจ้าไปยืนบนปากคลื่นปากลมในเวลาอันสั้น แสดงว่าเขารู้จักเจ้าอย่างทะลุปรุโปร่ง”
“ข้าคนแก่ผู้นี้ขอแนะนำว่า คุณชายเย่ควรหาทางทุกอย่าง เพื่อสืบหาตัวเจ้าของระฆังฟ้าดินให้พบจะดีกว่า”
“ไม่อย่างนั้น วันหน้าเกรงว่าจะเป็นภัยต่อเจ้า เพราะศึกตรงหน้ายังพอหลบเลี่ยงได้ แต่ศรลอบสังหารนั้นยากจะป้องกัน”
เย่ชิวเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ท่านอาจารย์กล่าวถูก ผู้น้อยจะหาทางสืบให้รู้ให้จงได้ว่าเจ้าของระฆังฟ้าดินเป็นใคร”
ท่านอาจารย์ยิ้มบาง ๆ “หากมีที่ที่ต้องใช้ให้ข้าคนแก่ผู้นี้หรือสำนักศึกษาจี้เซี่ยช่วย คุณชายเย่ก็เอ่ยมาได้เลย เราจะไม่ยืนดูเฉย ๆ แน่นอน”
เย่ชิวเอ่ยด้วยความสำนึกในบุญคุณ “ขอบพระคุณท่านอาจารย์ เพียงได้ฟังคำนี้จากท่าน ผู้น้อยก็โล่งอกขึ้นมากแล้วขอรับ”
ท่านอาจารย์โบกมือ ยิ้มกล่าวว่า “คุณชายเย่ไม่ต้องเกรงใจ เจ้าทั้งเป็นคนที่หนิงอันหมายตา แถมยังเป็นสหายของทั่วหล้า ข้าจะปล่อยวางเฉยได้อย่างไรกัน”
“จริงสิคุณชายเย่ ระฆังสวรรค์ปฐพีบอกว่าเจ้ารับได้โชคชะตาแห่งหมิง เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่?”
เย่ชิวตอบว่า “ผู้น้อยเพียงแค่ดวงดีเล็กน้อย บวกกับโชควาสนา ในจังหวะบังเอิญ ก็เลยได้โชคชะตาแห่งหมิงมาจริง ๆ ขอรับ”
“สมกับเป็นผู้ถูกเลือกโดยโชคชะตา” ท่านอาจารย์ถอนหายใจด้วยความทึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ “คุณชายเย่ เกี่ยวกับโชคชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ที่เหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่ง ข้าคนแก่ผู้นี้พอจะมีเบาะแสอยู่เล็กน้อย ไม่ทราบว่าเจ้าสนใจหรือไม่?”
“โอ้?” เย่ชิวถึงกับตาวาวขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...