องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงประทับนั่งบนบัลลังก์ เอ่ยถามทหารองครักษ์ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“เรื่องอะไรถึงได้วิ่งพล่านกันขนาดนั้น?”
ทหารตอบว่า
“กราบทูลองค์ชายรัชทายาท เมื่อครู่ตะเกียงชีวิตของผู้อาวุโสที่สิบดับไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ?” องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงได้ยินดังนั้นก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที
บรรดาผู้อาวุโสที่นั่งอยู่เบื้องล่างต่างก็ลุกขึ้นตามไปด้วย พากันอุทานออกมา
“เหล่าอันดับสิบตายแล้ว?”
“พูดเล่นอะไรน่ะ?”
“เหล่าอันดับสิบแต่ไหนแต่ไรมาเป็นถึงราชานักบุญไร้เทียมทาน จะไปตายได้ยังไง?”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงเอ่ยว่า
“ผู้อาวุโสที่สิบพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งปานนั้น จะไปตายได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ทหารว่า
“รายละเอียดกระหม่อมก็ไม่ชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ แค่เห็นว่าตะเกียงชีวิตของผู้อาวุโสที่สิบดับลงต่อหน้าต่อตาเท่านั้น”
แววตาขององค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงพลันมืดหม่นลง ถามเสียงทุ้มว่า
“ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย คิดเห็นกันอย่างไร?”
ท่านผู้เฒ่าห้ากล่าวว่า
“เกรงว่าเหล่าอันดับสิบคงประสบอุบัติเหตุอะไรบางอย่างเข้าแล้ว”
ผู้อาวุโสที่หกก็กล่าวว่า
“แม้พวกเราจะไม่ได้ไปโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรมาหลายปีแล้ว แต่กำลังรบภายนอกเรารู้ดี สี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์กับสำนักกระบี่ชิงหยุน รวมถึงสามราชวงศ์ใหญ่แห่งจงโจว ต่อให้เก่งที่สุด ก็แค่ระดับขอบเขตราชานักบุญเท่านั้นเอง”
ท่านผู้เฒ่าเจ็ดเอ่ยเสริมว่า
“ต่อให้ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรจะมีผู้แข็งแกร่งระดับราชานักบุญไร้เทียมทานอยู่จริง แต่ด้วยพลังของเหล่าเจิ่วกับเหล่าอันดับสิบ สองคนนั้นจับมือกันก็น่าจะจัดการได้อย่างง่ายดาย ข้าว่าท่านผู้เฒ่าห้าพูดมีเหตุผล เหล่าอันดับสิบคงเจอเหตุไม่คาดฝันอะไรบางอย่างเข้า”
ถ้าเย่ชิวอยู่ตรงนี้ คงเอ่ยขึ้นมาว่า
พี่ใหญ่ทั้งหลาย ข่าวสารของพวกท่านนี่ล้าหลังเกินไปแล้ว สี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายล้างไปตั้งนาน จงโจวก็ถูกรวมเป็นหนึ่งไปนานแล้วเหมือนกัน
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงถามอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น เหล่าอันดับสิบไปเจออุบัติเหตุอะไรแน่?”
“หรือว่าจะเกี่ยวกับ ‘นาง’ กัน?”
“หรือว่านี่เป็นฝีมือนาง?”
รองผู้อาวุโสที่สองกล่าวว่า
“องค์ชายรัชทายาท พวกเรารู้จักฝีมือนางดี นางไม่มีทางฆ่าเหล่าอันดับสิบได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ
แม้เหล่าอันดับสิบจะตายไปแล้ว แต่ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป อย่างไรเสียก็ยังมีเหล่าเจิ่วอยู่
เหล่าเจิ่วต้องทำภารกิจสำเร็จแน่นอน
รอให้เหล่าเจิ่วพานางกลับมาได้เมื่อไร เราก็จะสืบให้กระจ่างว่าเหตุใดเหล่าอันดับสิบจึงสิ้นชีพ”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงพยักหน้าเล็กน้อย เอ่ยว่า
“รอให้ผู้อาวุโสที่เก้าพานางกลับมาได้ ข้าจะต้องถามให้เคลียร์ด้วยตัวเอง หากการล้มดับของผู้อาวุโสที่สิบเกี่ยวข้องกับนางจริง ๆ ข้าจะไม่มีวันปล่อยนางไว้แน่”
“ผู้อาวุโสทุกท่าน ล้วนเป็นเสาหลักค้ำฟ้าของเผ่ามิ่งเรา”
“นางจะตายก็ได้ แต่ผู้อาวุโสของเรา ห้ามมีใครเป็นอะไรเด็ดขาด”
ได้ยินคำพูดนี้ บรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ในที่ประชุมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
ทว่าในวินาทีถัดมา ก็มีทหารอีกนายวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“องค์ชายรัชทายาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงปรายตามองทหารผู้นั้น แล้วทรุดกายนั่งกลับลงบนบัลลังก์ เอ่ยอย่างหงุดหงิดว่า
“ไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องผู้อาวุโสที่สิบล้มดับ ผมรู้แล้ว เจ้าถอยไปเถอะ!”
แต่ทหารคนนั้นกลับทำหน้าขมขื่น พูดว่า
“องค์ชายรัชทายาท มิใช่เรื่องของผู้อาวุโสที่สิบพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงถึงกับชะงักไป
“ไม่ใช่ผู้อาวุโสที่สิบ?” เขาแปลกใจเล็กน้อย ถามว่า “แล้วเรื่องอะไร?”
“คราวนี้เป็นผู้อาวุโสที่เก้าพ่ะย่ะค่ะ” ทหารรายงาน
“เมื่อครู่นี้เอง ตะเกียงชีวิตของผู้อาวุโสที่เก้าก็ดับลงแล้ว”
ตูม!
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงสะดุ้งเฮือก ลุกพรวดขึ้นอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความตะลึงลึกซึ้ง
ผู้อาวุโสที่สิบตาย ผู้อาวุโสที่เก้าก็ตาย แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าทุกคนก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“รองผู้อาวุโสที่สองพูดถูก ต้องพาตัวนางกลับมาให้ได้” องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงกล่าว
“แต่ผู้อาวุโสที่เก้ากับที่สิบล้มดับไปแล้ว แล้วใครจะไปพานางกลับมาได้เล่า?”
บรรดาผู้อาวุโสช่วยกันปรึกษาหารืออยู่ครู่หนึ่ง ท่านผู้เฒ่าแปดกับท่านผู้เฒ่าเจ็ดจึงเดินออกมาข้างหน้า
“องค์ชายรัชทายาท ปล่อยให้พวกเราไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงมองทั้งสองคนแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า
“ที่ท่านผู้เฒ่าเจ็ดกับท่านผู้เฒ่าแปดยอมอาสาออกไปเอง ข้ารู้สึกยินดีอย่างยิ่ง
เช่นนั้น ข้าจะมอบหมายงานให้พวกเจ้าสามอย่าง”
“อย่างแรก เมื่อออกไปแล้ว ต้องสืบให้ชัดว่าปัจจุบันโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรมีสภาพอย่างไร”
“อย่างที่สอง สืบให้กระจ่างถึงสาเหตุการตายของผู้อาวุโสที่เก้ากับที่สิบ หากจะให้ดีก็จงหาตัวคนที่ฆ่าพวกเขาให้พบ แต่พอรู้ว่าใครเป็นคนทำแล้ว ห้ามลงมือบุ่มบ่ามเป็นอันขาด คนที่ฆ่าผู้อาวุโสที่เก้ากับที่สิบได้ ย่อมมีพลังไม่ธรรมดา”
“รอให้ประตูแดนวิญญาณเปิดเมื่อไร ข้าจะนำกองทัพใหญ่กวาดล้างโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรด้วยตัวเอง ตอนนั้น ข้าจะเป็นคนล้างแค้นให้ผู้อาวุโสที่เก้ากับที่สิบด้วยตัวเอง”
“ส่วนอย่างที่สาม ต้องพานางกลับมาให้ข้าให้ได้”
เอ่ยถึงตรงนี้ แววตาขององค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงก็เย็นยะเยือกขึ้นมา เอ่ยเสียงแผ่วต่ำว่า
“ไม่ได้เจอนางเสียนาน ตัวข้าเองก็คิดถึงนางแทบขาดใจ”
“พะย่ะย่ะค่ะ!” ท่านผู้เฒ่าเจ็ดกับท่านผู้เฒ่าแปดก้มกายรับคำพร้อมกัน
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงหันไปบอกผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ว่า
“ขอรบกวนทุกท่านร่วมมือกันเปิดค่ายเวทย์ส่งตัว ส่งท่านผู้เฒ่าเจ็ดกับท่านผู้เฒ่าแปดไปยังโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร”
รองผู้อาวุโสที่สองกล่าวว่า
“องค์ชายรัชทายาทวางพระทัย คืนนี้พวกเราจะเริ่มลงมือทันที คาดว่าพรุ่งนี้เวลาเที่ยง ก็จะส่งเหล่าเจ็ดกับเหล่าแปดออกไปได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี” องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงกำชับท่านผู้เฒ่าเจ็ดกับท่านผู้เฒ่าแปดอีกครั้งว่า
“ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง ไม่ว่ายังไง สิ่งที่ข้ามอบหมายให้ช่วยจัดการ ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ รอพวกเจ้ากลับมาเมื่อไร ข้าจะจัดงานฉลองความดีความชอบให้ด้วยตัวเอง”
ท่านผู้เฒ่าเจ็ดกับท่านผู้เฒ่าแปดตอบรับพร้อมกันว่า
“พะย่ะย่ะค่ะ!”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงโบกมือทีหนึ่ง เป็นสัญญาณให้เหล่าผู้อาวุโสไปเตรียมการ จากนั้นจึงเอ่ยว่า
“รองผู้อาวุโสที่สอง ท่านอยู่ก่อน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...