ตงฟางอิงจึงรับผ้าเช็ดหน้าไปเช็ดน้ำหูน้ำตาของตนเอง ก่อนจะพยักหน้าลงเล็กน้อย “ท่านมิต้องกังวล ข้าจักค่อย ๆ บอกเขาเอง”
“ก่อนหน้านั้น ยามที่เสด็จแม่จากข้าไป ข้าคิดว่าตนเองเป็นบุคคลที่น่าสงสารที่สุดแล้ว หลังจากที่ได้มาเจอเสี่ยวจิ่วนั้น ข้าถึงได้รู้ว่า เขาน่าสงสารกว่าข้ามากนัก”
“ข้าตัดสินใจแล้ว ด้วยตำแหน่งท่านอ๋องของข้า ข้าจักต้องปกป้องเขาเอาไว้ให้ได้ นี่ถือเป็นสิ่งที่พี่ชายสมควรจะทำ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงดีดนิ้วไปที่หน้าผากของเขา “เขาเป็นพี่เก้าของเจ้า เจ้าก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งจักมาทำตัวเป็นวีรบุรุษอันใด? เรื่องเหล่านี้เป็นผู้ใหญ่ต่างหากที่ควรจะทำ เจ้ามีหน้าที่คอยอยู่ข้าง ๆ เขาก็พอ ช่วยพาเขาออกจากความกลัวความโดดเดี่ยวที่ตนเองเคยเผชิญอยู่ออกมาเสีย”
“เจ็บ” ตงฟางอิงเอามือกุมหัวของตนเอง “ข้ามิสน ถึงอย่างไรข้าก็จะปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าข้า”
ตงฟางอิงจึงสวมเสื้อคลุมของตนเอง ก่อนจะวิ่งไปที่ข้างหน้าของตงฟางจิ่ว มิรู้ว่าเอ่ยพูดคุยอันใดกัน
ตงฟางจิ่วพยักหน้ารับเล็กน้อย จากนั้นเด็กทั้งสองก็โค้งกายทำความเคารพแม่นม ก่อนจะรีบร้อนวิ่งไปที่สวนดอกไม้หลังจวนในทันที
เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์กลับมาที่ห้องนั้น นางพลันเห็นตงฟางหลีนั่งอ่านตำราอยู่พอดี
“ท่านตื่นกี่โมงกัน?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เดินเข้าไปรินชาให้เขา “เหตุใดข้าถึงมิรู้สึกตัว”
“เที่ยงคืน ข้าก็ตื่นขึ้นมาแล้ว” ตงฟางหลีรับถ้วยชามา ก่อนจะเป่าเล็กน้อย พลางวางลงบนโต๊ะตามเดิม
“นั่นหมายความว่าท่านมิได้นอนทั้งคืนเลยหรือ? มิต้องอ่านตำราแล้ว ท่านไปงีบหลับเสียหน่อยเถิด” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกเป็นห่วงเขายิ่งนัก
ยามเหมันต์ฤดูเช่นนี้ ตื่นนอนตอนตีหนึ่งหรือตีสอง ทั้งยังต้องลุกไปทำงานยามตีสามตีสี่อีก นับว่าการว่าความยามเช้าถือเป็นการทรมานผู้คนเสียจริง
“ข้ามิเป็นไร” ตงฟางหลีวางม้วนหนังสือลง “เหยี่ยนเย่ว์ ข้าว่าการกระทำของเสด็จพ่อในวันนี้ พระองค์จงใจทำเช่นนั้น”
“ท่านหมายความว่า เสด็จพ่อจงใจอารมณ์เสีย ทั้งยังตั้งใจตำหนิท่านยกใหญ่ เพื่อมิให้ท่านมีโอกาสเปิดปากพูดออกมา?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “อาจจะเป็นไปได้ ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยเอ่ยถามข้าเกี่ยวกับการตรวจสายเลือด ข้าว่าพระองค์เองก็คงจะรู้สึกผิดเรื่องของเจ้าเก้าด้วยเช่นกัน”
ตงฟางหลีพยักหน้าลง “น่าเสียดายนัก ที่เรื่องของเจ้าเก้าผู้คนมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้อยู่มาก ทั้งยังเป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ยามที่พระองค์ครองราชย์อยู่ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ในใจจักรู้สึกผิด ทว่า ก็มิอาจทิ้งร่องรอยอันใดเอาไว้”
ความทะเยอทะยานของเสด็จพ่อมิมีที่สิ้นสุด
“ดูท่าว่าข้าจัดต้องไปเร่งลู่จิ้น” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตำราการแพทย์ที่เขาเขียนนั้น จะล้มเหลวหรือจะสำเร็จก็อยู่ที่เรื่องนี้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน