ยิ่งรอคอยนานเท่าใด ภายในใจของนางยิ่งฟุ้งซ่านมากขึ้นเท่านั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์มิอาจรั้งรอเช่นนี้ได้อีกต่อไป รีบร้อนไปหาตู้เหิงในทันทีพลางกล่าวว่า “ตู้เหิง พาข้าเข้าวังหลวงเร็ว”
ตู้เหิงที่กำลังเล่นชกมวยกับเด็ก ๆ อยู่นั้นได้แต่ปาดเหงื่อออกมา “พระชายาพ่ะย่ะค่ะ หากมิมีป้ายประจำและพระราชโองการ พวกเรามิอาจเข้าไปยังวังหลวงได้นะพ่ะย่ะค่ะ วางใจเถอะพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องย่อมมิเป็นอันใดอย่างแน่นอน”
“ยามนี้แล้วเขายังมิกลับมาอีก ข้านึกเป็นห่วงยิ่งนัก” ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา ยิ่งเวลาเดินไปเรื่อย ๆ จิตใจนางยิ่งอยู่ไม่สุข
ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางเดินอยู่ในเรือนไปมา พร้อมทั้งคิดหาวิธีที่จะเข้าไปในวังหลวง
หากให้เจ้าสิบพาเข้าวังนั้น นับว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ทว่า หากทำให้เสด็จพ่อพิโรธขึ้นมานั้น เกรงว่าจะเป็นการลากเจ้าสิบเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย
นอกจากเจ้าสิบแล้วนั้น ผู้ที่สามารถพานางเข้าวังหลวงได้โดยมิต้องเดือดร้อนผู้ใด มีเพียงลู่จิ้นคนเดียวเท่านั้น
“ข้าจักไปหาลู่จิ้น” ยามที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ต้องการจะไปตระกูลลู่นั้น
ตู้เหิงที่มิอาจเกลี้ยกล่อมอันใดนางได้ จึงได้แต่พาเด็ก ๆ ไปฝากเอาไว้กับเฟยอิ่ง เพื่อพาฉินเหยี่ยนเย่ว์เดินทางออกไปแทน
ยามที่ขากำลังก้าวออกนอกประตูเรือนนั้น กลับเห็นรถม้าของตงฟางหลีจอดอยู่ที่หน้าประตูจวนแทน
“นี่เจ้า ออกมารับข้างั้นรึ?” ตงฟางหลีพลางเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าที่มืดครึ้มเมื่อครู่กลับเจือไปด้วยความสดใสในทันที
“ท่านกลับมาแล้ว” ในที่สุดฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็รู้สึกโล่งใจยิ่งนัก นางรีบก้าวเดินเข้าไปหาเขา พลางจับมือตงฟางหลีขึ้นมาจับชีพจรดู ชีพจรแน่นิ่ง ทั้งยังมิมีกลิ่นเลือดติดตัวมาด้วย
เมื่อเห็นตงฟางหลีปลอดภัยเช่นนี้ ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็รู้สึกโล่งใจยิ่งนัก
“ว่าความยามเช้าเลิกมานานแล้วมิใช่หรือ เหตุใดท่านยังมิกลับมาอีก ข้าก็นึกว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นมา” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางเอ่ยถาม “เสด็จพ่อโกรธหรือไม่เล่า? พระองค์เอ่ยตำหนิท่านหรือไม่? เสด็จพ่อมีท่าทีเช่นไรต่อเสี่ยวจิ่ว?”
“อย่าเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย” ตงฟางหลีรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก
เขาค่อย ๆ จูงมือนางเข้าไปในเรือน “หลังจากเลิกว่าความยามเช้าแล้ว เดิมทีข้าอยากจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ ทว่า เสด็จพ่อหาได้สนใจข้าไม่ ข้าจึงได้แต่ยืนรออยู่ด้านนอกจนแทบจะแข็งตายอยู่แล้ว เสด็จพ่อถึงให้ข้าเข้าพบ”
“ยังมิทันที่ข้าจักเอ่ยปากออกมา เสด็จพ่อก็เริ่มตำหนิดุด่าข้าออกมาฉากใหญ่เชียว”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันรู้สึกคอแห้งขึ้นมาในทันที “หลังจากนั้นเล่า?”
“ข้าที่ถูกเสด็จพ่อดุด่าอยู่ประมาณครึ่งชั่วยาม จนกระทั่งเสด็จพ่อเหนื่อยที่จะด่าออกมาแล้ว พระองค์ถึงไล่ข้ากลับ ตั้งแต่ต้นจนจบข้าหาได้มีโอกาสเปิดปากพูดออกมาไม่ มิต้องเอ่ยถึงเรื่องของเจ้าเก้าเลย” ตงฟางหลีพลางกล่าวขึ้นมาว่า “ว่าความยาวเช้าวันพรุ่งนี้ข้าจักลองดูอีกที”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงได้วางใจลง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน