ยามที่ตงฟางหลีก้มหน้าลงมานั้นพลันสบตาเข้ากับนางพอดี
ภายใต้แสงเทียนที่ส่องลงมากระทบใบหน้านาง คลื่นในแววตาของนางกลับส่องประกายแวววาว รอยยิ้มของนางอบอุ่นราวกับวสันตฤดู
เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ตงฟางหลีรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก
“ข้าอนุญาตแล้ว” ตางฟางหลีจับมือของนางเอาไว้ พลางเอ่ยเรียกให้ข้ารับใช้นำสำรับอาหารเข้ามา
ร่างกายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในวันนี้กลับเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด
เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์สงบจิตสงบใจได้นั้น ร่างกายของนางรู้สึกหมดแรงยิ่งนัก
ยิ่งรู้สึกง่วงนอนหลังมื้ออาหารเช่นนี้อีก เมื่อเอนตัวนอนในที่อบอุ่นเช่นนี้ ไม่พ้นหนึ่งก้านธูปนางก็ถึงกลับฟุบหลับไปในทันที
ตงฟางหลีจึงมิคิดกวนนางอีก พร้อมลากตัวตงฟางอิงและคนอื่น ๆ ที่กำลังเล่นสนุกอยู่ไล่ไปที่อื่น พลางอุ้มนางขึ้นมาเดินไปที่เตียงอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นว่ายังไม่ดึกมากนัก เขาจึงหยิบตำราขึ้นมาอ่าน
ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอบอวลของนาง ยามที่กลิ่นหอมยังคงลอยฟุ้งอยู่นั้น กลับพัดพาความคิดของตงฟางหลีลอยไปไกล หาได้จดจ่ออยู่ที่ตัวอักษรไม่
ตงฟางหลีจึงตัดสินใจไม่อ่านตำราแล้ว ก่อนจะล้มตัวนอนลงที่ข้างกายของฉินเหยี่ยนเย่ว์แทน พลางใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปที่ใบหน้าของนางเบา ๆ
ไออุ่นของนาง กลิ่นหอมนาง อยู่ตรงหน้าเขาเท่านั้น
เสมือนกับความรู้สึกมั่นใจที่มอบให้เขา ยามที่พบเจอความทุกข์มากมายเมื่อไม่กี่วันก่อน
ในความทรงจำที่ลึกที่สุดนั้น นางคล้ายกับบุปผาและสายน้ำอันอบอุ่นในใต้หล้าที่ไหลเข้ามาในโลกของความโดดเดี่ยว ความมืดมิดที่เย็นยะเยือกในโลกของเขา
“เหยี่ยนเย่ว์” น้ำเสียงตงฟางหลีที่ทุ้มลึก
เมื่อคิดถึงอีกเจ็ดวันให้หลังนั้น เขานึกตื่นเต้นขึ้นมาเป็นอย่างมาก
ตงฟางหลีค่อย ๆ เขยิบเข้าไปใกล้นาง ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวเข้าไป
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่อยู่ในอาการหลับลึกนั้น การเคลื่อนไหวของตงฟางหลีหาได้ปลุกนางไม่ พร้อมทั้งความกล้าที่เกิดขึ้นภายในพลันผุดขึ้นมา
ตงฟางหลีจึงยกมือขึ้นเพื่อดับเทียน ดวงดาวพร่างพรายบนฝากฟ้า สายลมจันทราไร้เขตแดน
เช้าวันรุ่งขึ้น
“มันจะหายหรือไม่?” ตงฟางอิงเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกเศร้าใจ “เสี่ยวจิ่วน่าสงสารยิ่งนัก เมื่อคืนยามเขาหลับอยู่ยังร้องไห้ออกมาเสียหลายครั้ง ข้าใช้เวลานานมากในการกล่อมให้เขานอนต่อ”
“มันจักต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “ยามวสันตฤดูปีหน้ามาถึง เขาก็จะถึงคราวผลัดเปลี่ยนกระดูก”
หลังจากที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ดูแลรักษาบาดแผลเสร็จแล้วนั้น นางก็พาเด็ก ๆ รับสำรับอาหารเช้า
ตงฟางอิงไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ ได้นั้น หลังจากกินข้าวไปได้ไม่นานเขาก็ลากตัวตงฟางจิ่วออกไปวิ่งรอบๆ
ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงสั่งการให้ตู้เหิงคอยจับตาดูเด็กน้อยทั้งสองเอาไว้ให้ดี ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องด้วยจิตใจที่ฟุ้งซ่าน
ตงฟางหลีกล่าวว่า หลังจากว่าความยามเช้าเสร็จนั้นเขาจักไปขอรับโทษจากเสด็จพ่อด้วยตนเอง
ในยุคสมัยนี้ ประตูพระราชวังจักเปิดขึ้นตอนเช้ามืดตีสาม หลังจากตีกลองฆ้องดังตอนตีสี่นั้น บรรดาเหล่าขุนนางข้าราชบริพารก็จะเดินทางเข้าวัง ตีห้าจึงเป็นเวลาว่าความยามเช้า หากมิมีเรื่องอันใดมิเกินแปดโมงจึงจบการว่าความ
นางที่รอคอยตั้งแต่แปดโมงเช้าจนเวลาเลยมาใกล้จะเที่ยงวันนั้น ตงฟางหลีก็ยังมิกลับมาเลย
หากเขามิกลับมาเช่นนี้ นั่นหมายความว่าเสด็จพ่อจักต้องพิโรธมากเป็นแน่ ทั้งยังต้องลงโทษเขาอีกด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้เหล่อ232 เจ้าของเว็บเช็คให้หน่อยค่ะ...
ลองเข้าใหม่แล้วก็ไม่สามารถปลดล็อคได้...
ปลดล็อคไม่ได้...
ปลดล็อคอ่านไม่ได้...