“เสด็จพ่อโปรดรับสั่ง”
“เพิ่มอีกยี่สิบไม้” ฮ่องเต้ทรงตรัส “ถ้าต้องการรับโทษแทนนาง ก็ไปรับเจ็ดสิบไม้”
“ลูกขอน้อมรับสั่ง” ตงฟางหลีน้อมรับพระราชกระแสรับสั่ง
ฉินเหยี่ยนเย่ว์กังวลใจเล็กน้อย
เจ็ดสิบไม้เชียวนะ
เขาเพิ่งกลับมาจากประตูนรก อาการบาดเจ็บยังไม่หายดีนัก หากเขาถูกโบยอีกเจ็ดสิบไม้ เกรงว่าจะพิการได้
“แปะ ๆ ๆ ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้องอยู่นอกประตู
ต่อมา ท่ามกลางแสงรุ่งอรุณ มีชายร่างผอมคนหนึ่งเข้ามาพร้อมรถเข็น
ใบหน้าของเขากระจ่างใส สวมชุดสีดำ ทรงผมเป็นเช่นปกติ โดยการปักปิ่นเอาไว้
แม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น ก็ไม่สามารถซ่อนท่วงท่าสง่างามของเขาได้
“ลูกคารวะเสด็จพ่อ คารวะพระพันปี คารวะเสด็จแม่” น้ำเสียงเสมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิดังก้องไปทั่วท้องพระโรง
“เจวี๋ยเอ๋อร์?” ฮ่องเต้ไม่คาดคิดว่าตงฟางเจวี๋ยจะมาถึงตำหนักเป่าลู่ สีพระพักตร์แสดงถึงความประหลาดใจ
“ลูกไม่ได้มาคารวะนานแล้ว หวังว่าเสด็จพ่อจะมิทรงตำหนิ” ตงฟางเจวี๋ยเพียงคำนับจากรถเข็นของเขาเท่านั้น
พระสุรเสียงของฮ่องเต้ช้าลง และสีหน้าก็อ่อนลงเช่นกัน “ร่างกายดีขึ้นบ้างไหม?”
ในบรรดาลูกชายเหล่านี้ เขาโปรดปรานตงฟางเจวี๋ยมากที่สุด
ตงฟางเจวี๋ยดูคล้ายกับเขาในครั้นยังเด็กมาก
ไม่กี่ปีมานี้ เขารอคอยการเคลื่อนทัพกลับพร้อมชัยชนะของตงฟางเจวี๋ยเพื่อกำหนดตำแหน่งรัชทายาท หลีกเลี่ยงไม่ให้เหล่าพี่น้องเกิดความระแวงกันและสังหารกันเอง
ทว่า ในการศึกครั้งนั้น ร่างกายของตงฟางเจวี๋ยได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ทว่าไม่นานนักก็มีปัญหาในการเดิน และอารมณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ตำแหน่งองค์รัชทายาทก็ถูกบังคับให้เว้นว่างไว้เช่นกัน
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ ในช่วงไม่กี่วันมานี้ลูกดีขึ้นมากแล้ว จึงเข้าวังเพื่อพบเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” ตงฟางเจวี๋ยกล่าว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน