“เสด็จพ่อ ในฐานะที่ลูกเป็นพี่ชายคนโต สมควรปกป้องน้องชายและน้องสาวให้ดี น้องรองร่างกายอ่อนแอ ซ้ำยังเดินไม่ได้อีก หากถูกโบยไปอีกหลายไม้ เกรงว่าจะอันตรายถึงชีวิตได้พ่ะย่ะค่ะ”
“เสด็จพ่อทรงอนุญาตให้ลูกรับโทษแทนพวกเขาด้วยพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่ก้มศีรษะลงและพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
ในที่ที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น แววตาของเขากลับประกายด้วยแสงอันแรงกล้า
ถ้าไม่ใช่เพราะความขัดแย้งกลางเมืองอย่างรุนแรงในเป่ยลู่ เขาก็คงไม่ต้องทนกล้ำกลืนความอัปยศเช่นนี้หรอก
“ขอเสด็จพ่อทรงอนุญาตด้วย” องค์ชายใหญ่โขกหัวลงบนพื้นอย่างแรง
ฮ่องเต้มองไปที่ตงฟางเจวี๋ย
การแสดงออกของตงฟางเจวี๋ยนั้นเย็นชา ใบหน้าก็ราบเรียบเช่นกัน
“เสด็จพ่อ มิได้นะพ่ะย่ะค่ะ” ตงฟางหลีกล่าว “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเสด็จพี่ใหญ่เลย”
“ไม่” องค์ชายใหญ่พูดขึ้นทันควัน “น้องเจ็ดผิดแล้ว เสด็จพ่อมักจะสอนให้พวกเรารักใคร่ปรองดองกัน ข้าจะทนเห็นพวกเจ้ารับการทรมานได้เยี่ยงไรกัน อย่าพูดมากอีกเลย ข้าเป็นพี่ใหญ่ของพวกเจ้า การปกป้องพวกเจ้าคือสิ่งที่สมควรทำแล้ว”
“เสด็จพี่ใหญ่ มิได้เด็ดขาด” ตงฟางหลีขมวดคิ้ว
“เอาล่ะ อย่าทะเลาะกัน” ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์อย่างไม่อดทน “เจ้าใหญ่มีจิตใจบริสุทธิ์ เจ้าเจ็ดก็อย่าอกตัญญูไม่รู้คุณ เจวี๋ยเอ๋อร์ ร่างกายของเจ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ก็อย่ามายุ่งเลย”
“เจ้าใหญ่ เจ้ารับโบยสี่สิบไม้ เจ้าเจ็ด เจ้ารับโบยสามสิบไม้ ออกไปรับโทษเสีย”
“เรื่องนี้คลี่คลายแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในตำหนักเป่าลู่ในวันนี้จะต้องไม่แพร่ไปภายนอก” พระองค์กวาดสายพระเนตรมองทุกคนอย่างเย็นชา “หากใครก็ตามเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด จะต้องถูกสังหารโดยไร้ความเมตตา”
ฮ่องเต้เดินไปหาลู่จิ้นและประสานมือคารวะ “ท่านพ่อรอง ขอเชิญท่านไปพูดคุยกันที่ตำหนักไท่อี๋”
“ข้าไม่ไป” ลู่จิ้นชี้ไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ “ข้าอยากพูดคุยกับศิษย์น้องหญิงของข้า”
องค์ฮ่องเต้ทรงพินิจฉินเหยี่ยนเย่ว์อยู่ครู่หนึ่ง “เหยี่ยนเย่ว์ก็กำลังจะไปที่ตำหนักไท่อี๋เช่นกัน เรามีเรื่องจะถามเจ้าด้วย”
“เหยี่ยนเย่ว์น้อมรับเพคะ”
ครั้นลู่จิ้นเห็นว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็ไปเช่นกัน ดวงตาสว่างขึ้น เขาโบกมือแล้วเดินออกไป “เช่นนั้นข้าก็จะไปด้วย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน