มู่เหยี่ยเองก็เติบโตจากเด็กสาวตัวน้อยไปสู่ผู้ใหญ่แล้วด้วย
ทว่า ความโหดเหี้ยมและความกระหายเลือดของนางกลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด
“เจ้าคิดว่าควรลงโทษอย่างไร?” ฮ่องเต้ทรงตรัสถามฉินเหยี่ยนเย่ว์
ฉินเหยี่ยนเย่ว์คารวะอย่างนบนอบ “ทูลฮ่องเต้ มีเหตุถึงจะมีผลเพคะ มู่เหยี่ยควรได้รับการลงโทษที่หนักกว่าลูกถึงจะเหมาะสมเพคะ ครั้นลูกพิจารณาแล้ว ก็เป็นการถูกเฆี่ยนร้อยครั้งเพื่อเป็นการลงโทษเพคะ”
ตงฟางหลีหลับตาลง
มู่เหยี่ยทรมานมาหนึ่งวันหนึ่งคืน หากถูกเฆี่ยนอีกร้อยครั้ง แม้ว่านางจะร่างกายแข็งแกร่ง ก็ต้องสูญสิ้นไปครึ่งชีวิต
มู่เหยี่ยเฆี่ยนตีไป๋โค้ว ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็ยืมพระหัตถ์ของเสด็จพ่อเฆี่ยนมู่เหยี่ย ตาต่อตาฟันต่อฟัน
สตรีผู้นี้ยังสามารถเอาคืนได้ทุกเม็ดทุกหน่วยจริง ๆ
“ฮ่องเต้ ทรงทำเช่นนี้มิได้เด็ดขาดนะเพคะ” ใบหน้าของพระสนมเจิ้นซีดเผือดลงเมื่อได้ยินคำพูดของฉินเหยี่ยนเย่ว์
“ถ้าถูกเฆี่ยนอีกร้อยครั้ง มู่เหยี่ยจะต้องตายนะเพคะ นางเป็นบุตรีของพวกเรา พระองค์ทนทอดพระเนตรเห็นลูกของพวกเราถูกตีจนตายได้หรือเพคะ?”
“พระสนมเจิ้น ชีวิตขององค์หญิงคือชีวิต แล้วชีวิตของสาวใช้มิใช่ชีวิตหรือเพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบา “เรื่องที่หม่อมฉันทำผิดก็ยอมรับความผิด และยอมรับการลงโทษแล้ว ไยมู่เหยี่ยจะทำไม่ได้เล่าเพคะ?”
“เจ้า!” พระสนมเจิ้นรู้มานานแต่แรกเริ่มแล้วว่านางเอ่ยวาจาสู้ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่ได้ และนางก็รู้สึกสงสารมู่เหยี่ยและโกรธมากจนหัวใจเจ็บปวดรวดร้าว
“เจ้าทำให้มู่เหยี่ยเสียคนจริง ๆ” ฮ่องเต้ทรงตรัส
“ในเมื่อเราตัดสินใจจะลงโทษอย่างยุติธรรมแล้ว เช่นนั้น มู่เหยี่ยก็ควรถูกลงโทษด้วยเช่นกัน ก็เฆี่ยนหนึ่งร้อยครั้งเสีย”
เมื่อพระสนมเจิ้นได้ยินรับสั่งของฮ่องเต้ นางก็แทบจะเป็นลม
รับสั่งของฮ่องเต้ตรัสแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอีก การลงโทษย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
นางหมอบอยู่บนพื้น ขณะที่ร้องไห้ก็เอ่ยวิงวอน “ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันขอรับการลงโทษแทนมู่เหยี่ยเพคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน