เสียงของฉินเหยี่ยนเย่ว์สั่นเทา “ท่านผู้เฒ่า ท่านบอกข้าได้หรือไม่ ตัวอักษรเหล่านี้ท่านเห็นจากที่ใดหรือเจ้าคะ? และผู้ใดเคยพูดถึงเรื่องหมู่โลหิตกัน?”
ผู้เฒ่าไม่พอใจยิ่งนัก “เจ้าเรียกว่าท่านผู้เฒ่าหรือ? ไร้มารยาท เจ้าต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่สิ”
หน้าผากของฉินเหยี่ยนเย่ว์กระตุก
ศิษย์พี่?
ศิษย์พี่สูงอายุปานนี้ ซ้ำศิษย์พี่ผู้นี้ยังเป็นบิดารองขององค์ฮ่องเต้ด้วย นางรับไม่ไหวอยู่บ้าง
“ทำไม เจ้ารังเกียจข้าหรือ? ข้าแก่มากแล้ว เล่นกับเหล่าหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้าไม่ได้อีกแล้ว ถูกรังเกียจเข้าแล้ว” ผู้เฒ่าทำหน้าไม่สบอารมณ์เหมือนเด็ก ๆ แล้วสะบัดหน้าไปทางด้านข้าง
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ท่านเป็นท่านพ่อรองของเสด็จพ่อ ข้าจะเรียกท่านว่าศิษย์พี่ได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”
“เฮอะ จ้งหัว เจ้าถือสาหรือไม่?” ผู้เฒ่ามองไปที่ฮ่องเต้
ฮ่องเต้ส่ายพระเศียร “ท่านพ่อรองอยากทำอันใดก็ทำอันนั้น เราย่อมไม่คัดค้าน”
“ได้ยินแล้วใช่ไหม? รีบเรียกว่าศิษย์พี่สิ” ผู้เฒ่าพูดอย่างภูมิอกภูมิใจ “ตราบใดที่เจ้าเรียกว่าศิษย์พี่ ข้าก็จะบอกทุกเรื่องที่เจ้าอยากรู้”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกว่าการดำเนินเรื่องจะหักมุมเกินไป
เมื่อครู่ยังรู้สึกเป็นกังวล แต่เมื่อเฒ่าทารกผู้นี้มาถึง บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
นางกัดฟันพูด “ศิษย์พี่”
“เด็กดี ศิษย์น้องหญิง” ผู้เฒ่าชี้เข้าตน “จากนี้ไปเจ้าเรียกข้าว่าศิษย์พี่ลู่จิ้นเสีย”
“มิกล้าเจ้าค่ะ”
“ให้เจ้าเรียนกเจ้าก็เรียกไป จะพูดจาไร้สาระมากมายไปไย?” ลู่จิ้นลูบเคราพลางจ้องมองฮ่องเต้ “จ้งหัว เจ้าดูสิ เจ้าทำให้เด็กพวกนี้หวาดกลัวจนกลายเป็นอะไรแบบนี้ไปแล้ว? เจ้าน่ะแข็งกระด้างเกินไป หลักความประพฤติของเด็กพวกนี้ที่สั่งสอนอบรมไปก็ไม่มีเหลือเลยสักนิด อย่างกับหุ่นเชิด น่าเบื่อ”
“ท่านพ่อรองสั่งสอนได้ถูกต้อง” ฮ่องเต้กล่าวด้วยความนบนอบ
“ช่างเถิด ๆ เรื่องของเด็ก ๆ ข้าขี้เกียจเกินกว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว” ลู่จิ้นให้ฉินเหยี่ยนเย่ว์เข้าไปใกล้ “ศิษย์น้องหญิง มานี่สิ”
“อันที่จริง ตอนที่ข้ายังเป็นเด็ก ข้าเคยเป็นนักเรียนรุ่นเยาว์ภายใต้การดูแลของนักพรตเต๋าเทียนหลิง ต่อมาได้ร่ำเรียนวิชาแพทย์กับเขา และกลายเป็นลูกศิษย์อาวุโสที่ภาคภูมิใจที่สุด”
ลู่จิ้นมองไปยังท่าทีของฉินเหยี่ยนเย่ว์ เคราของเขากระดกขึ้น “ทำไม? ไม่เชื่อหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน