“และข้าก็ไม่ใช่สัตว์ประหลาดด้วย” บรรพบุรุษเฒ่าสกุลลู่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก “ไยคนหนุ่มสาวในยุคนี้ถึงได้ไม่มีมารยาทเพียงนี้กัน?”
มุมปากของฉินเหยี่ยนเย่ว์กระตุกอย่างแรง
นางไม่ได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ ทว่าชายชราผู้นี้ก็สามารถคาดเดาความคิดในใจของนางได้อย่างแม่นยำ
ทักษะแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมีได้
ฮ่องเต้ให้คนย้ายเก้าอี้มา
ผู้เฒ่าเองไม่เกรงใจ ลูบเคราพลางนั่งลง
“เมื่อวานนี้เจ้าเด็กเหลือขอลู่ซิวบอก การเปลี่ยนถ่ายเลือดเป็นเจ้าที่สอนให้เขาหรือ?” เขาถาม
“ใช่เจ้าค่ะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตอบ
เมื่อคืนวาน ไม่ว่าอย่างไรลู่ซิวก็ต้องถามเรื่องการเปลี่ยนถ่ายเลือดให้ได้ นางรำคาญมากจนไล่เขาออกไปด้วยคำพูดสุกเอาเผากินสองสามคำ
ดูเหมือนลู่ซิวจะเคยบอกว่าต้องการเชิญบรรพบุรุษเฒ่าสกุลลู่ออกมาจากเขา หากจะสายเกินไปจะไม่ทันการ
ในตอนนั้นนางไม่เข้าใจความหมาย
ทว่าตอนนี้ถึงได้รู้ ว่าความหมายของการออกจากเขาคือสิ่งนี้
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าหมู่โลหิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน?” ทั่วทั้งร่างของผู้เฒ่าเปล่งแสงที่แตกต่างออกไป
“คือว่า...” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี
การเผยกฎของยีนและพันธุกรรมแก่ผู้เฒ่านั้น เป็นเรื่องไร้สาระเกินไป
“มันปรากฏขึ้นมาในหัวเองเจ้าค่ะ” นางกล่าว
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ปรากฏขึ้นมาเอง! ข้าชอบทีเดียว” ผู้เฒ่าหัวเราะร่า “มา บอกข้าต่อสิ ทั้งหมดเจ้ารู้อะไรอีกบ้าง?”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกปวดหัวหนักมาก
สิ่งที่นางรู้นั้นกว้างมาก ทุกอย่างล้วนรู้แบบคร่าว ๆ
ไร้หนทางที่เริ่มเอื้อนเอ่ย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน